fbpx

Tag: TOSTEM THAILAND

ประตูบานเฟี้ยม คืออะไร? ข้อดี วิธีเลือก และไอเดียการใช้งาน

เมื่อเทรนด์การแต่งบ้านยุคใหม่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสวย แต่หันมาให้ความสำคัญกับ “ฟีลลิ่งของการอยู่อาศัย” มากขึ้น แนวคิด Open Space Living ที่เน้นความโปร่ง โล่ง และการเชื่อมต่อพื้นที่ภายใน–ภายนอกให้เป็นหนึ่งเดียว จึงกลายเป็นสไตล์ที่หลายบ้านเลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่นที่เปิดรับวิวสวน หรือครัวที่ต่อเนื่องกับโซนเอาท์ดอร์ และหนึ่งในตัวช่วยที่ทำให้ไอเดียนี้เกิดขึ้นได้อย่างลงตัวก็คือ ประตูบานเฟี้ยม ที่เปิดพื้นที่ได้กว้าง ใช้งานยืดหยุ่น และช่วยยกระดับดีไซน์บ้านให้ดูทันสมัยขึ้นอย่างทันตา 

นอกจากความสวยแล้ว ประตูบานเฟี้ยม ยังเป็นอีกหนึ่งแบบประตู ที่ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและการใช้งานจริง ช่วยให้บ้านดูโปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวก และปรับแบ่งพื้นที่ได้อย่างยืดหยุ่น วันนี้ TOSTEM เลยอยากชวนคุณมาทำความรู้จักกับ ประตูบานเฟี้ยม กันว่าคืออะไร มีข้อดีอะไรบ้าง ควรเลือกแบบไหน ไปจนถึงไอเดียการใช้งานจริง ที่สามารถนำไปปรับใช้กับบ้านได้อย่างลงตัวที่สุด

ประตูบานเฟี้ยม คืออะไร

บ้านโมเดิร์นติดตั้งประตูบานเฟี้ยมกระจกกรอบอะลูมิเนียมสีดำ เชื่อมพื้นที่ภายในและภายนอกอย่างลงตัว
ประตูบานเฟี้ยมกระจกเปิดเชื่อมพื้นที่ภายในกับคอร์ทยาร์ดกลางบ้านสไตล์โมเดิร์น

ประตูบานเฟี้ยม (Folding Door / Bi-fold Door) คือ ประตูรูปแบบหนึ่งที่ออกแบบให้สามารถ “พับเก็บ” บานประตูไปด้านข้างได้ จุดเด่นคือการใช้บานประตูเล็ก ๆ หลายบานเชื่อมต่อกัน ทำให้สามารถเปิดพื้นที่ได้กว้างกว่าประตูทั่วไป จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับบ้านที่ต้องการความโปร่งและการเชื่อมต่อพื้นที่ให้กว้างขวางมากขึ้น

ในแง่ของการใช้งาน บานเฟี้ยม จะทำงานผ่านระบบราง เมื่อเลื่อนเปิด บานประตูแต่ละบานจะพับเข้าหากันเป็นชุด แล้วเก็บไว้ด้านใดด้านหนึ่งของช่องเปิด ทำให้สามารถเปิดได้เกือบเต็มพื้นที่ ต่างจากประตูบานพับ หรือประตูทั่วไปที่เปิดได้จำกัดเพียงบางส่วน

โครงสร้างหลักของประตูบานเฟี้ยม ประกอบด้วย

  • บานประตู: มีหลายบานต่อกัน ขึ้นอยู่กับขนาดช่องเปิด เช่น 3–4 บาน หรือมากกว่านั้น
  • บานพับ: ใช้เชื่อมแต่ละบานเข้าด้วยกัน ให้สามารถพับได้อย่างลื่นไหล
  • ราง (Rail System): อยู่ด้านบนหรือด้านล่าง ทำหน้าที่เป็นตัวกำหนดทิศทางการเลื่อน
  • ลูกล้อ (Roller): ช่วยให้การเปิด–ปิดลื่น ไม่สะดุด

ด้วยโครงสร้างลักษณะนี้ ทำให้ประตูบานเฟี้ยม เป็นมากกว่าฟังก์ชันเปิด–ปิด แต่ยังช่วยเปิดมุมมอง เชื่อมต่อพื้นที่ และเปลี่ยนบรรยากาศของบ้านให้ดูโปร่ง โล่ง และน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

ประเภทของประตูบานเฟี้ยม

โดยทั่วไป ประตูบานเฟี้ยม สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ตามลักษณะการติดตั้ง ซึ่งแต่ละแบบก็เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน

1. ประตูบานเฟี้ยมรางบน

ประตูบานเฟี้ยมประเภทนี้จะใช้รางด้านบนเป็นตัวรับน้ำหนักหลัก บานประตูแต่ละบานจะเชื่อมต่อกันด้วยบานพับ และพับเก็บไปด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้านได้ตามการออกแบบ จุดเด่นคือ เมื่อพื้นด้านล่างไม่มีราง ทำให้เดินผ่านหรือทำการขนย้ายได้สะดวก ไม่สะดุด เหมาะกับการใช้งานภายในบ้าน เช่น กั้นห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน หรือพื้นที่ในบ้านที่ต้องการความต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากน้ำหนักทั้งหมดจะถูกถ่ายไปที่ด้านบน จึงควรติดตั้งกับโครงสร้างที่แข็งแรง เช่น คานปูนหรือโครงสร้างเพดานที่รองรับน้ำหนักได้ดี เพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยและยาวนาน ในกรณีที่เป็นเพดานฝ้าแนะนำให้เปิดฝ้าแล้วเสริมคานเหล็กก่อนที่จะติดตั้ง

อ่านต่อ: หลากรูปแบบการเปิดประตูบานเฟี้ยม 

2. ประตูบานเฟี้ยมรางล่าง

สำหรับประตูบานเฟี้ยมรางล่าง จะมีทั้งรางด้านบนและด้านล่างช่วยกันรับน้ำหนัก ทำให้โครงสร้างแข็งแรงและมั่นคง รองรับบานขนาดใหญ่หรือวัสดุที่มีน้ำหนักได้ดี สามารถใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกบ้าน แต่จะ นิยมใช้กับพื้นที่ภายนอกมากกว่า เช่น โซนระเบียง พื้นที่เชื่อมสวน หรือพื้นที่กึ่งเอาท์ดอร์ที่ต้องเจอสภาพอากาศโดยตรง อีกหนึ่งจุดสำคัญสำหรับบานเฟี้ยมระบบรางล่าง คือ ควรเลือกประตูที่ออกแบบมาให้ระบายน้ำได้ดีหรือมีระบบกันน้ำ เพื่อช่วยลดปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าบ้าน และทำให้การใช้งานยังคงลื่นไหลในระยะยาว

ข้อดีของประตูบานเฟี้ยมที่หลายบ้านเลือกใช้

  • เปิดได้กว้าง เชื่อมพื้นที่ในบ้านกับภายนอก จุดเด่นของประตูบานเฟี้ยม คือสามารถเปิดได้เกือบเต็มช่อง ทำให้พื้นที่ภายในบ้านเชื่อมต่อกับภายนอกได้แบบแทบจะไร้รอยยต่อ ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น–สวน หรือครัว–ระเบียง ช่วยให้บ้านดูโล่งและใช้งานได้ต่อเนื่องมากขึ้น
  • รับแสงธรรมชาติได้ดี บ้านดูโปร่งขึ้นทันที โดยเฉพาะบานเฟี้ยมแบบที่ใช้กระจก จะช่วยให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้เต็มที่ ทำให้บรรยากาศภายในบ้านสว่าง สบายตา และช่วยลดการใช้ไฟในช่วงกลางวันได้อีกด้วย 
  • ดีไซน์ทันสมัย เข้ากับบ้านโมเดิร์นและมินิมอล ด้วยเส้นสายที่เรียบ ทำให้บานเฟี้ยมเข้ากับบ้านสไตล์โมเดิร์น มินิมอล หรือร่วมสมัยได้ง่าย ช่วยยกระดับภาพรวมของบ้านให้ดูสวยและมีสไตล์มากขึ้น
  • ใช้พื้นที่คุ้มค่า ไม่เกะกะเหมือนบานสวิง ต่างจากประตูทั่วไปที่ต้องเผื่อพื้นที่สำหรับการเปิด–ปิดแบบบานสวิง ประตูบานเฟี้ยม จะพับเก็บไปด้านข้าง ทำให้ไม่กินพื้นที่ เหมาะกับบ้านหรือคอนโดที่ต้องการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า
  • ยืดหยุ่นในการออกแบบขนาดและจำนวนบาน สามารถออกแบบจำนวนบานได้ตามขนาดพื้นที่ เช่น ประตูบานเฟี้ยม 4 บาน หรือมากกว่านั้น ทำให้ตอบโจทย์ได้ทั้งช่องเปิดขนาดเล็กและขนาดใหญ่ พร้อมปรับฟังก์ชันการใช้งานให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว

ข้อควรรู้ก่อนติดตั้งประตูบานเฟี้ยม

  • ต้องวางแผนงบประมาณและระยะเวลาผลิต ประตูบานเฟี้ยมมักเป็นงานสั่งผลิตตามขนาดจริง (custom-made) ทำให้ต้องใช้เวลาผลิต–ติดตั้งมากกว่าประตูประเภทอื่นเล็กน้อย ควรวางแผนล่วงหน้าเพื่อให้สอดคล้องกับไทม์ไลน์การก่อสร้างหรือรีโนเวต
  • น้ำหนักค่อนข้างมาก ต้องรองรับโครงสร้างได้ โดยเฉพาะแบบที่เป็นกระจกหรือ ประตูบานเฟี้ยมอะลูมิเนียม จะมีน้ำหนักพอสมควร จึงต้องตรวจสอบโครงสร้างผนัง คาน หรือเพดานให้สามารถรองรับน้ำหนักได้อย่างปลอดภัย
  • ต้องใช้ระบบรางและฮาร์ดแวร์คุณภาพสูง ระบบราง ลูกล้อ และบานพับเป็นหัวใจสำคัญของการใช้งาน หากเลือกอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้เปิด–ปิดไม่ลื่น หรือเกิดปัญหาในระยะยาวได้
  • ต้องติดตั้งโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ การติดตั้งบานเฟี้ยม ต้องอาศัยความแม่นยำ ทั้งเรื่องระดับ การจัดแนว และการเซ็ตระบบราง หากติดตั้งไม่ดี อาจทำให้บานเอียงหรือใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
  • ควรพิจารณาสภาพแวดล้อมการใช้งาน เช่น การโดนแดด ฝน ลม หรือฝุ่น โดยเฉพาะพื้นที่ภายนอก ควรเลือกวัสดุและระบบซีลที่เหมาะสม เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานและเพิ่มความสบายในการอยู่อาศัย

ประตูบานเฟี้ยมเหมาะกับบ้านแบบไหน

บ้านโมเดิร์น เข้ากับดีไซน์

ด้วยเส้นสายที่เรียบและดีไซน์ทันสมัย ประตูบานเฟี้ยม จึงเข้ากับบ้านสไตล์โมเดิร์นได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะแบบที่ใช้กระจกและเฟรมบาง จะช่วยเสริมให้บ้านดูหรู โปร่ง และดูมีมิติขึ้น

บ้านมินิมอล ที่เน้นความโปร่ง สบายตา 

สำหรับบ้านมินิมอลที่เน้นโทนสีสว่างและความโล่งสบายตา บานเฟี้ยมจะช่วยเปิดพื้นที่ให้ดูกว้างขึ้น รับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ ทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูสบายและน่าอยู่มากขึ้น

บ้านสวน เชื่อมกับพื้นที่ธรรมชาติ 

ถ้าบ้านมีสวนหรือพื้นที่สีเขียว การใช้ประตูบานเฟี้ยม จะช่วยเชื่อม indoor–outdoor ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เปิดออกมาเจอวิวสวน รับลม รับแสง ทำให้บ้านรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น

บ้านพื้นที่จำกัด ที่ต้องการเพิ่มฟังก์ชันและความยืดหยุ่นของพื้นที่

สำหรับบ้านหรือคอนโดที่มีพื้นที่ไม่มาก การเลือกใช้ประตูบานเฟี้ยม แทนประตูบานสวิง จะช่วยลดการเสียพื้นที่จากการเปิด–ปิดแบบเหวี่ยง ทำให้สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้สะดวกและยืดหยุ่นมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ภาพรวมของพื้นที่ดูโปร่ง โล่ง และสบายตาขึ้นอีกด้วย 

วิธีเลือกประตูบานเฟี้ยมให้เหมาะกับบ้าน

เริ่มจากดูพื้นที่ติดตั้งและลักษณะการใช้งาน

เริ่มต้นจากการดูว่าคุณจะติดตั้งประตูบานเฟี้ยม ไว้ตรงไหน และใช้งานอย่างไร เช่น ใช้ภายในหรือภายนอกบ้าน ช่องเปิดกว้างแค่ไหน หรือมีการใช้งานบ่อยเพียงใด รวมถึงต้องการเปิดแบบเต็มพื้นที่หรือแค่บางส่วน ตัวอย่างเช่น ห้องนั่งเล่นที่เชื่อมกับสวนอาจต้องการเปิดได้กว้างสุดเพื่อรับลมและวิว ในขณะที่ครัวที่เชื่อมระเบียงอาจเน้นการเปิดบางส่วนเพื่อช่วยระบายอากาศ การเข้าใจลักษณะการใช้งานจะช่วยให้เลือกจำนวนบานและรูปแบบได้เหมาะกับชีวิตประจำวันมากที่สุด

เลือกวัสดุให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม

วัสดุเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลทั้งความทนทานและภาพรวมของบ้าน เพราะปัจจุบันมีให้เลือกหลายแบบ แต่ถ้าอยากได้ตัวเลือกที่ ใช้งานได้สบายใจในระยะยาว หลายบ้านมักเลือกประตูบานเฟี้ยมอะลูมิเนียม ด้วยคุณสมบัติที่แข็งแรง ทนแดด ฝน และความชื้นได้ดี อีกทั้งยังออกแบบเฟรมให้ดูบางและทันสมัยได้ เข้ากับบ้านหลายสไตล์ และดูแลรักษาง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องผุหรือบวมเหมือนวัสดุประเภทอื่น ๆ 

ตรวจสอบระบบซีลและความแน่นหนา

สำหรับบ้านในประเทศไทยที่ต้องเจอกับทั้งฝน ลม และฝุ่น ระบบซีลและความแน่นหนาของบานเฟี้ยม ถือว่าสำคัญมาก เพราะช่วยลดปัญหาน้ำรั่วซึม ลมพัดเข้า หรือฝุ่นเล็ดลอดเข้ามาภายในบ้าน นอกจากนี้ยังช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก ทำให้บรรยากาศภายในบ้านเงียบและน่าอยู่มากขึ้น

เลือกดีไซน์ให้เข้ากับสไตล์บ้าน

นอกจากฟังก์ชันแล้ว ดีไซน์ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะประตูบานเฟี้ยม เป็นองค์ประกอบที่มองเห็นได้ชัดในบ้าน หากเลือกให้เข้ากับสไตล์บ้านจะช่วยให้ภาพรวมดูสวยลงตัว เช่น บ้านโมเดิร์นเหมาะกับเฟรมเส้นเรียบและกระจกใส บ้านมินิมอลอาจเลือกโทนสีอ่อนอย่างขาวหรือเทา ส่วนบ้านทรอปิคอลอาจใช้เฟรมสีเข้มเพื่อเพิ่มความอบอุ่น และควรเลือกสีหรือสไตล์ให้สอดคล้องกับหน้าต่างหรือเฟรมอื่น ๆ ในบ้านด้วย

เลือกแบรนด์และทีมติดตั้งที่เชื่อถือได้

สุดท้ายคือการเลือกแบรนด์และทีมติดตั้งที่มีมาตรฐาน เพราะต่อให้เลือก ประตูบานเฟี้ยม ที่ดีแค่ไหน หากติดตั้งไม่ถูกต้องก็อาจทำให้ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ควรตรวจสอบทั้งคุณภาพสินค้า ระบบฮาร์ดแวร์ รวมถึงเงื่อนไขการรับประกันและบริการหลังการขาย และควรเลือกติดตั้งโดยทีมงานมืออาชีพ เพื่อให้ได้งานที่เรียบร้อย แข็งแรง และใช้งานได้อย่างยาวนาน

ไอเดียการใช้งานประตูบานเฟี้ยมในบ้านสมัยใหม่

เชื่อมห้องนั่งเล่นกับสวน ให้บ้านดูโปร่งและโล่งขึ้น

มุมมองด้านบนของประตูบานเฟี้ยมกระจก เปิดเชื่อมพื้นที่ภายในห้องนั่งเล่นและภายนอก
ห้องนั่งเล่นโมเดิร์นเปิดรับวิวสวนด้วยประตูบานเฟี้ยมกระจก

การใช้ประตูบานเฟี้ยม เชื่อมห้องนั่งเล่นกับสวน เป็นไอเดียที่ตอบโจทย์บ้านยุคใหม่ได้ดีมาก เพราะเมื่อเปิดประตูออก พื้นที่ภายในและภายนอกจะเชื่อมต่อกันแบบไร้รอยต่อ ช่วยให้บ้านดูโปร่ง โล่ง และกว้างขึ้นทันที อีกทั้งยังเปิดรับลมธรรมชาติและแสงแดดได้เต็มที่ ทำให้บรรยากาศในบ้านสบายขึ้นแบบไม่ต้องพึ่งแอร์ทั้งวัน เหมาะมากกับบ้านที่มีสวนหรือพื้นที่สีเขียว โดยแนะนำให้เลือกแบบกระจกใส เพื่อให้มองเห็นวิวได้ชัด และเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้อยู่ใกล้ธรรมชาติทุกวัน

ใช้กับครัวและโซนกินข้าวด้านนอก เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน

ครัวโมเดิร์นเปิดเชื่อมสวนด้วยประตูบานเฟี้ยมไม้ รับแสงและลมธรรมชาติ
ประตูบานเฟี้ยมไม้เปิดเชื่อมครัวกับพื้นที่เอาท์ดอร์ในบ้าน

อีกหนึ่งไอเดียที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน คือการใช้ประตูบานเฟี้ยมเชื่อมครัวกับโซนกินข้าวด้านนอก ไม่ว่าจะเสิร์ฟอาหารหรือจัดปาร์ตี้ก็สะดวกขึ้น แถมยังช่วยระบายกลิ่นอาหารได้ดี ทำให้บ้านไม่อับ เหมาะกับบ้านที่ทำอาหารบ่อยหรือชอบรวมตัวสังสรรค์กับครอบครัวและเพื่อน ๆ แนะนำให้เลือกวัสดุที่ทนความชื้นและเช็ดทำความสะอาดง่าย อย่างประตูบานเฟี้ยมอะลูมิเนียมจะช่วยให้ใช้งานได้สะดวกในระยะยาว

ใช้กั้นพื้นที่ภายในบ้าน เปิด–ปิดได้ตามต้องการ

ประตูบานเฟี้ยมกระจกกั้นพื้นที่ภายในบ้าน เปิด–ปิดได้อย่างยืดหยุ่น
ประตูบานเฟี้ยมกระจกกั้นพื้นที่ภายในบ้าน เพิ่มความเป็นสัดส่วนอย่างลงตัว

ถ้าอยากแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน แต่ยังไม่อยากให้บ้านดูทึบหรืออึดอัด ประตูบานเฟี้ยมก็เป็นตัวช่วยที่ลงตัว เพราะสามารถใช้กั้นโซนต่าง ๆ เช่น ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น หรือมุมพักผ่อนได้ โดยเปิดออกเมื่ออยากให้พื้นที่ดูโล่ง และปิดเมื่ออยากเพิ่มความเป็นส่วนตัว เหมาะกับบ้านหรือคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด และต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งาน หากอยากเพิ่มความเป็นส่วนตัวอีกนิด อาจเลือกใช้กระจกฝ้า ก็ยังได้แสงธรรมชาติอยู่ แต่ช่วยพรางสายตาได้ดีขึ้น

ใช้กับระเบียงหรือพื้นที่วิว เปิดมุมมองให้กว้างขึ้น

บ้านโมเดิร์นติดตั้งประตูบานเฟี้ยมกระจกเชื่อมพื้นที่ห้องนั่งเล่นและสวนภายนอก
ห้องนั่งเล่นพร้อมประตูบานเฟี้ยมเปิดสู่สระว่ายน้ำ

สำหรับบ้านหรือคอนโดที่มีวิวสวย ๆ การติดตั้งประตูบานเฟี้ยมบริเวณระเบียงจะช่วยดึงจุดเด่นนี้ออกมาได้เต็มที่ เพราะสามารถเปิดมุมมองได้กว้างแบบไม่มีอะไรมาบัง ทำให้พื้นที่ภายในเชื่อมต่อกับวิวด้านนอกอย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยให้แสงเข้ามาได้มากขึ้น ห้องจึงดูสว่างและโปร่งขึ้น แนะนำให้เลือกแบบกระจกเต็มบาน เพื่อให้ได้ฟีลโล่งสบาย และชมวิวได้แบบเต็มตาในทุกวัน

ประตูบานเฟี้ยม TOSTEM ทางเลือกที่ลงตัวทั้งดีไซน์และการใช้งาน

ประตูบานเฟี้ยม WE Series จาก TOSTEM กรอบอลูมิเนียมสีดำ ดีไซน์เรียบหรูทันสมัย

ถ้าคุณกำลังมองหา ประตูบานเฟี้ยม ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องดีไซน์และการใช้งานในระยะยาว ขอแนะนำ ประตูบานเฟี้ยม WE Series อีกหนึ่งตัวเลือกที่โดดเด่นด้วยมาตรฐานแบรนด์ญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดและคุณภาพในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการผลิต ทำให้มั่นใจได้ในความแข็งแรง ทนทาน และการใช้งานที่ยาวนาน เหมาะกับคนที่อยากลงทุนกับบ้านแบบ “จบในครั้งเดียว”

ในด้านวัสดุ TOSTEM ใช้เทคโนโลยีอะลูมิเนียมคุณภาพสูงที่มีจุดเด่นเรื่องความแข็งแรง แต่น้ำหนักเบา ทนต่อสภาพอากาศทั้งแดด ฝน และความชื้นได้ดี จึงสามารถใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกบ้าน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการผุหรือบิดงอ อีกทั้งยังช่วยลดภาระการดูแลรักษาในระยะยาว เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการความสะดวกสบาย

ด้านดีไซน์ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ด้วยเส้นเฟรมที่เรียบและบาง ทำให้ประตูบานเฟี้ยมของ TOSTEM มีความทันสมัย เข้ากับบ้านได้หลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นโมเดิร์น มินิมอล หรือร่วมสมัย ช่วยให้บ้านดูโปร่ง โล่ง และสวยขึ้นอย่างลงตัว

อีกหนึ่งจุดที่สำคัญคือระบบซีลที่ออกแบบมาอย่างแน่นหนา ช่วยลดปัญหาลม ฝุ่น และเสียงรบกวนจากภายนอก ทำให้ภายในบ้านเงียบและอยู่สบายมากขึ้น โดยเฉพาะบ้านในเมืองที่ต้องเจอกับสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย

นอกจากนี้ยังออกแบบมาให้เหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทยโดยเฉพาะ รองรับทั้งแดดจัด ฝนตก และความชื้นสูง ทำให้ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน และเหมาะกับบ้านที่ต้องเปิด–ปิดประตูบ่อย ๆ โดยยังคงความลื่นไหลและความแข็งแรงไว้ได้ในระยะยาว

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประตูบานเฟี้ยม

Q: ประตูบานเฟี้ยมดีไหม เหมาะกับบ้านแบบไหน

A: ประตูบานเฟี้ยม ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับบ้านที่ต้องการความโปร่ง โล่ง และการเชื่อมต่อพื้นที่ เช่น บ้านโมเดิร์น บ้านมินิมอล หรือบ้านที่มีสวน เพราะสามารถเปิดพื้นที่ได้กว้าง รับแสงและลมธรรมชาติได้เต็มที่ อีกทั้งยังช่วยให้บ้านดูทันสมัยและน่าอยู่มากขึ้น

Q: ประตูบานเฟี้ยมต่างจากประตูบานเลื่อนอย่างไร

A: ความแตกต่างหลักคือการเปิดใช้งาน โดยประตูบานเลื่อนจะเปิดได้เพียงครึ่งหนึ่งของช่องเปิด เพราะต้องมีบานซ้อนกันอยู่เสมอ ในขณะที่ประตูบานเฟี้ยม สามารถพับเก็บไปด้านข้าง ทำให้เปิดได้เกือบเต็มพื้นที่ เหมาะกับคนที่ต้องการเปิดมุมมองให้กว้างและเชื่อมพื้นที่ได้มากกว่า

Q: ประตูบานเฟี้ยมใช้กับภายนอกบ้านได้ไหม

A: สามารถใช้ได้ โดยเฉพาะประตูบานเฟี้ยมอะลูมิเนียม ซึ่งทนต่อแดด ฝน และความชื้นได้ดี เหมาะกับการติดตั้งบริเวณระเบียง สวน หรือพื้นที่กึ่งเอาท์ดอร์ แนะนำให้เลือกระบบซีลและรางที่รองรับการใช้งานภายนอก เพื่อช่วยป้องกันน้ำและฝุ่น

Q: ประตูบานเฟี้ยมดูแลรักษายากไหม

A: ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงหมั่นทำความสะอาดรางและเช็กอุปกรณ์ เช่น ลูกล้อหรือบานพับเป็นระยะ เพื่อให้การเปิด–ปิดยังคงลื่นไหล และหากเลือกวัสดุคุณภาพดี เช่น อะลูมิเนียม ก็จะช่วยลดภาระการดูแลในระยะยาวได้มาก

Q: ควรพิจารณาอะไรบ้างก่อนติดตั้งประตูบานเฟี้ยม

A: ควรพิจารณาทั้งงบประมาณ โครงสร้างพื้นที่ติดตั้ง วัสดุ ระบบราง และความถี่ในการใช้งาน รวมถึงเลือกแบรนด์และทีมติดตั้งที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ประตูบานเฟี้ยม ที่ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานยาวนาน

ประตูหน้าบ้านเลือกจากอะไรบ้าง ? รวมฟังก์ชันสำคัญที่บ้านยุคใหม่ควรมี

ประตูหน้าบ้านเป็นองค์ประกอบหนึ่งของบ้านที่ต้องรับศึกหนักตลอด 24 ชั่วโมง ด้านนอกต้องสู้กับแดดเมืองไทยที่ร้อนจนละลายและฝนที่สาดซัด ส่วนด้านในต้องทำหน้าที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยและเป็นส่วนตัวที่สุด

การเลือกประตูหน้าบ้านจึงไม่ควรดูแค่ความสวยงามแต่ไม่ฟังก์ชัน เพราะมักจะกลายเป็นภาระในภายหลัง ไม่ว่าจะเป็นอาการประตูบวมจนปิดยาก สีหลุดล่อน หรือเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดที่คอยกวนใจ แล้วถ้าจะเลือกประตูหน้าบ้านสักบานใน พ.ศ.นี้ เราต้องเลือกจากอะไรบ้าง? นอกเหนือจากความสวยที่ตาเห็น นี่คือฟังก์ชันที่ “บ้านยุคใหม่” ควรให้ความสำคัญ

เจาะลึกฟังก์ชันประตูบ้านยุคใหม่ ที่เหนือระดับกับ GIESTA

1. วัสดุที่ “จบ” ในบานเดียว ไม่เป็นภาระระยะยาว

หลายคนหลงรักเสน่ห์ของไม้จริง แต่ก็กังวลเรื่องปลวกและการบิดตัว TOSTEM รุ่น GIESTA จึงออกแบบมาเพื่อแก้โจทย์นี้ ด้วยการผลิตจากวัสดุ เหล็กเคลือบเรซินลายไม้คุณภาพสูง ที่ถ่ายทอดความงามของลายไม้ธรรมชาติได้อย่างสมจริง ขณะเดียวกันก็ยังให้ความแข็งแรงทนทานสูง ทนแดดและฝนได้ดีเยี่ยม ลดปัญหาการบิดงอหรือผุพังจากสภาพอากาศ นอกจากนี้พื้นผิวยังถูกออกแบบให้ ทนต่อรอยขีดข่วน และดูแลรักษาได้ง่าย เพียงทำความสะอาดตามปกติก็ยังคงความสวยงามได้ยาวนาน โดยไม่จำเป็นต้องทาสีใหม่บ่อยครั้ง

2. “บ้านถ่ายเทอากาศสะดวก” แม้ปิดสนิทด้วยระบบ Airflow

หนึ่งในปัญหาหลักของบ้านไทยคือความร้อนสะสมภายใน ประตู GIESTA Airflow Door มาพร้อมฟังก์ชันหน้าต่างระบายอากาศแบบฝังในบาน พร้อมมุ้งกันแมลง ที่สามารถเปิดรับลมธรรมชาติให้ไหลเวียนเข้าสู่ตัวบ้านได้มากแต่ปลอดภัยสูง โดยที่ตัวประตูหลักยังล็อกสนิท ช่วยให้บ้านเย็นสบาย ลดความชื้น ระบายกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ สร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่งเหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง

3. ระบบล็อกที่ทำให้คุณ “นอนหลับสนิท”

ความปลอดภัยยุคนี้ต้องมากกว่าแค่ลูกบิดทั่วไป ระบบของ GIESTA ถูกออกแบบมาให้เป็นปราการที่ยากต่อการงัดแงะ ด้วยระบบล็อกถึง 3 จุด (Multi-lock System) ซึ่งประกอบด้วยตัวล็อกแบบขอเกี่ยวและตัวล็อกแบบลูกบิดถึง 2 ชุด

  • ระบบความปลอดภัยสองชั้น หากผู้บุกรุกทุบกระจกเพื่อล้วงมือเข้ามาปลดล็อก คุณสามารถดึงหางปลา (ลูกบิดด้านใน) ออกได้ ทำให้กลไกการปลดล็อกไม่ทำงาน แม้จะล้วงมือเข้ามาได้ก็ไม่สามารถเปิดประตูได้
  • นวัตกรรม GIESTA FamiLock ยกระดับความสะดวกด้วยดิจิทัลล็อกที่ออกแบบมาเพื่อรุ่น GIESTA โดยเฉพาะ รองรับทั้งสมาร์ทโฟน, รีโมท, คีย์การ์ด และคีย์แท็ก พร้อมระบบ Auto Lock ที่ช่วยล็อกบ้านให้อัตโนมัติทันทีที่ปิดประตู หมดกังวลเรื่องการลืมล็อกบ้าน

4. ความเงียบและอากาศที่สะอาด 

บ้านยุคใหม่อาจอยู่ใกล้ถนนหรือต้องเผชิญกับฝุ่นมลภาวะ ประตูที่ดีต้องมีระบบซีลยางรอบบานที่แนบสนิท GIESTA มีขอบยางกันอากาศหนา 13.5 มม. ซึ่งช่วยลดเสียงรบกวนและป้องกันอากาศรั่วไหล รวมถึงช่วยลดการเล็ดลอดของฝุ่น PM 2.5 เข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5.ความหลากหลายในการออกแบบ ปรับแต่งได้ตามต้องการ

หน้างานของบ้านแต่ละหลังมีความต้องการต่างกัน GIESTA จึงเปิดกว้างด้านงานดีไซน์เพื่อให้เข้ากับสไตล์บ้านคุณมากที่สุด ด้วยตัวเลือกบานประตูถึง 11 ดีไซน์ มีทั้งลวดลายไม้ที่เป็นธรรมชาติ (Wood Pattern) และสีพื้นผิว (Solid Color) ที่ดูทันสมัย นอกจากนี้ยังสามารถสั่งผลิตขนาดความสูงได้สูงสุดถึง 3 เมตร แบบ Made to Order เพื่อตอบโจทย์พื้นที่ที่ต้องการความโอ่อ่าและหรูหรา

การเลือกประตูหน้าบ้านไม่ใช่แค่การเลือกวัสดุมาปิดช่องว่างของผนัง แต่คือการเลือกว่าเราจะต้อนรับตัวเองกลับบ้านด้วยความรู้สึกแบบไหน ถ้าคุณอยากได้ทั้งความสวยงามที่สะท้อนตัวตน และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง TOSTEM รุ่น GIESTA คือคำตอบที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการลงทุนเพื่อบ้านในระยะยาว 

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถทดลองออกแบบประตูหน้าบ้าน GIESTA ในสไตล์ของตัวเองได้ที่ https://giesta.tostemthailand.com/frame_design_selection.htm

สนใจดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม สามารถคลิกที่ลิงก์ท้ายบทความ



Starbucks Saveone Market ดีไซน์ที่กลั่นจากอัตลักษณ์โคราช สู่ร้านกาแฟร่วมสมัย

Starbucks Drive Thru @Saveone Market ถูกออกแบบให้เป็นเสมือนประตูต้อนรับของเมือง ด้วยรูปทรงร่วมสมัย เส้นสายเรียบง่าย ขณะเดียวกันยังแฝงความอบอุ่นผ่านการเลือกใช้โทนสีและวัสดุที่เชื่อมโยงกับท้องถิ่น เสริมให้สถาปัตยกรรมกลมกลืนกับบริบทโดยรอบ และสอดรับกับภาพลักษณ์ของร้านกาแฟระดับโลกได้อย่างลงตัว

คุณแฮปปี้-ศรัทธา เจริญรัตน์ จาก SATA Architects

“ในการออกแบบ Starbucks สาขานี้ สิ่งที่เราคิดเป็นอันดับแรกคือการถ่ายทอดความเป็นโคราชให้ชัดเจน ผ่านการหยิบอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาใช้เป็นภาษาของสถาปัตยกรรม ซึ่งมีอยู่ 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือ กระเบื้องดินเผาด่านเกวียน วัสดุท้องถิ่นของจังหวัด นำมาใช้เป็นวัสดุปิดผิวภายนอกรอบอาคาร  โดยมาจัดเรียงใหม่ให้ดูร่วมสมัย อีกส่วนหนึ่งคือ ผ้าไหมปักธงชัย โดยเราเลือกนำลวดลายและความโปร่งของผ้ามาประยุกต์ใช้กับงานออกแบบฟาซาดด้านหน้าอาคาร เพื่อให้เกิดมิติและเอกลักษณ์เฉพาะตัว” คุณแฮปปี้ สถาปนิกจาก SATA Architects เล่าถึงแนวคิดหลักของอาคาร

สถาปัตยกรรมที่เปิดรับแสง และเชื่อมต่อพื้นที่

โถงสูงแบบ Double Volume คือหัวใจของประสบการณ์เชิงพื้นที่ภายใน ที่มาช่วยลดความอึดอัด และสร้างความรู้สึกโปร่ง โล่ง ตั้งแต่ก้าวแรกที่ผู้ใช้งานเข้ามา รวมถึงพื้นที่แนวตั้งนี้ยังช่วยเชื่อมต่อชั้นล่างและชั้นบนเข้าด้วยกันทั้งในเชิงสายตาและบรรยากาศ

ด้วยความตั้งใจไม่ให้อาคารดูทึบ ผู้ออกแบบจึงเลือกใช้กระจกเป็นองค์ประกอบหลักในการเปิดรับแสงธรรมชาติ ควบคู่กับระบบประตู–หน้าต่างอลูมิเนียม TOSTEM รุ่น ATIS ที่สามารถรองรับกระจกบานสูงและการใช้งานในอาคารสาธารณะได้อย่างมั่นคง ขณะเดียวกันเส้นโปรไฟล์ที่เรียบหรู ช่วยให้สถาปัตยกรรมดูมินิมอล และเปิดทางให้สายตาได้ไหลไปกับแสงและพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ถูกรบกวนจากรายละเอียดที่เกินจำเป็น
แสงธรรมชาติที่ไหลผ่านช่องเปิดกระจกขนาดใหญ่จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ เปลี่ยนบรรยากาศของร้านกาแฟให้มีความเคลื่อนไหว อบอุ่น และมีชีวิตชีวาตลอดทั้งวัน

แสงที่ถูกกรอง คือความสบายของพื้นที่

สำหรับผิวอาคารหรือฟาซาด ไม่ได้มีบทบาทเพียงสร้างภาพลักษณ์ภายนอก หากแต่ถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของงานสถาปัตยกรรมที่สัมพันธ์และทำงานร่วมกับแสงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยหยิบแรงบันดาลใจจากผ้าไหมปักธงชัยมาถอดรหัสใหม่เป็นลวดลายและจังหวะของช่องเปิด ทำหน้าที่เป็นชั้นกรองแสงธรรมชาติก่อนเข้าสู่พื้นที่ภายใน ช่วยลดความร้อนและควบคุมความเข้มของแสง
ขณะที่แสงและเงาที่ทอดตัวผ่านฟาซาดจะเปลี่ยนไปตามเวลานั้น ช่วยเติมมิติให้พื้นที่และประสบการณ์การใช้งานที่ผ่อนคลาย

ดีไซน์ที่คิดถึงการใช้งานในทุกวัน

มาถึงพื้นที่ภายใน สถาปนิกออกแบบจากพฤติกรรมการใช้งานจริงของร้านกาแฟในปัจจุบัน ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับดื่มกาแฟ แต่เป็นสถานที่ที่ผู้คนใช้เวลาอยู่ร่วมกัน พื้นที่นั่งชั้นบนจึงถูกพัฒนาให้มีบรรยากาศที่สงบและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ขณะเดียวกันยังเชื่อมโยงกับพื้นที่ส่วนกลางอย่าง Community Room ได้อย่างลื่นไหล รองรับทั้งการนั่งทำงาน การพบปะ และการจัดกิจกรรมกลุ่ม

ในมุมของการออกแบบ สถาปนิกยังได้ให้ความสำคัญกับช่องเปิดและระบบประตูหน้าต่างเป็นพิเศษ โดยคุณแฮปปี้อธิบายเพิ่มเติมว่า “ช่องเปิดและระบบประตูหน้าต่างเป็นองค์ประกอบสำคัญ เพราะทุกคนต้องการความโปร่งโล่ง เราจึงเลือกใช้ประตูหน้าต่างที่มีคุณภาพ เนื่องจากเป็นอาคารสาธารณะและต้องใช้กระจกบานสูง ซึ่งประตูหน้าต่างจาก TOSTEM รุ่น ATIS สี DUSK GRAY ตอบโจทย์ทั้งด้านความแข็งแรง และความสวยงาม โดยโทนสีไม่เข้มจนเกินไปและไม่สว่างเกินไป ทำงานร่วมกับวัสดุท้องถิ่นได้อย่างพอดี ช่วยให้ภาพรวมของอาคารดูลงตัวได้เป็นอย่างดี”

เมื่ออัตลักษณ์ท้องถิ่น พบวัสดุคุณภาพระดับโลก

เพราะงานสถาปัตยกรรมที่ดี เกิดจากความเข้าใจบริบท วัสดุ และความรู้สึกของสถานที่ Starbucks Drive Thru @Saveone Market จึงให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุและองค์ประกอบต่างๆ เพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์ของพื้นที่ควบคู่ไปกับคุณภาพการใช้งานในระยะยาว

และหนึ่งในองค์ประกอบของพื้นที่แห่งนี้ คือ ระบบประตู–หน้าต่างอลูมิเนียม TOSTEM รุ่น ATIS สี DUSK GRAY ที่ถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบ ด้วยรายละเอียดที่เรียบเท่และความแข็งแรงที่เหมาะกับอาคารสาธารณะ ทำหน้าที่เชื่อมวัสดุท้องถิ่นเข้ากับสถาปัตยกรรมร่วมสมัยอย่างสมบูรณ์ทั้งในแง่ความหมายและการใช้งานจริง

สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ TOSTEM เพิ่มเติมได้ที่ https://tostemthailand.com/



Trinity Ville KhonKaen บ้านดีไซน์ร่วมสมัย ที่ออกแบบมาเพื่อทุกวัย

วันนี้ TOSTEM พามาชมโครงการ Trinity Ville KhonKaen โครงการบ้านที่ออกแบบจากการใช้ชีวิตจริงของครอบครัว 3 เจเนอเรชัน โดยนำสถาปัตยกรรมภาคอีสานมาตีความใหม่ในมุมมองร่วมสมัย ผ่านแนวคิด Traditional Thai Modern ผสมอัตลักษณ์ไทยพื้นถิ่น ถ่ายทอดความเป็นพื้นถิ่นผ่านสัดส่วนอาคาร การไหลเวียนของแสงและลม รวมถึงจังหวะของพื้นที่อยู่อาศัย บ้านทุกหลังถูกออกแบบให้เติบโตไปพร้อมผู้อยู่อาศัย มีทั้งพื้นที่ส่วนตัว และมุมที่ยังมองเห็น เชื่อมต่อถึงกันอย่างพอดี

โครงการอยู่ใกล้สนามบินและถนนบายพาส สะดวกสบาย ในการเข้าถึงโครงการ เชื่อมต่อกับถนนเส้นหลัก และเดินทางไปขึ้นเครื่องได้ภายใน 10 นาที แบบไม่เสี่ยงรถติด เมื่อก้าวเข้ามาภายใน จะสัมผัสได้ถึงความสงบจากการวางผังพื้นที่ที่คิดมาอย่างรอบคอบ ประตูและหน้าต่างจาก TOSTEM ช่วยลดทอนเสียงรบกวนจากภายนอก ขณะเดียวกันก็เปลี่ยนทำเลให้กลายเป็นข้อได้เปรียบด้านความคล่องตัว เดินทางง่าย รับแขกสะดวก ไป–กลับเมืองได้อย่างรวดเร็ว

บรรยากาศภายในบ้านอบอุ่นด้วยโทนไม้และแสงธรรมชาติที่พอดี ผสานพื้นที่ใช้งานที่รองรับทุกช่วงวัย ตั้งแต่ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ไปจนถึงวัยทำงาน ทำให้บ้านหลังนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่เป็นใช้งานที่ใช้ได้จริงในทุก ๆ วัน

บ้านดีไซน์ร่วมสมัยในกรอบแนวคิด Traditional Thai Modern
Trinity Ville KhonKaen บ้านดีไซน์ร่วมสมัย ที่ถูกตีความใหม่ในสไตล์ Traditional Thai Modern โครงการที่เลือกถ่ายทอดความเป็นไทยพื้นถิ่น ผ่านโครงสร้างและรายละเอียดทางสถาปัตยกรรม มากกว่าการใช้ลวดลายตกแต่งตรงตัว หนึ่งในจุดเด่นคือการหยิบแรงบันดาลใจจากลายผ้าไทย “ลายขิด” มาแปลความเป็นกรอบอาคารและจังหวะของฟาซาด หรือหน้ากากของตัวบ้าน ที่ทำให้บ้านดูร่วมสมัย แต่ยังคงกลิ่นอายของความคุ้นเคยแบบบ้านอีสาน

ใกล้สนามบิน แต่ภายในยังคงความสงบ แม้ทำเลของโครงการจะอยู่ใกล้สนามบินและถนนบายพาส ซึ่งอาจมาพร้อมความกังวลเรื่องเสียงรบกวน แต่เมื่อก้าวเข้ามาภายในบ้าน ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความสงบ ประตูและหน้าต่างของ TOSTEM ช่วยลดทอนเสียงจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่วุ่นวายให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนของครอบครัว

บ้านผสานอัตลักษณ์พื้นถิ่นที่เล่าผ่านสถาปัตยกรรม ไม่ใช่เพียงการตีความจากลวดลาย
Trinity Ville ไม่ได้หยิบนำอัตลักษณ์พื้นถิ่นมาใช้เพียงในเชิงภาพลักษณ์ แต่เลือกสื่อสารผ่านวิธีคิดของสถาปัตยกรรม ทั้งความโปร่ง ระบบหมุนเวียนของลม และการอยู่กับภูมิอากาศในภาคอีสานจริง ตั้งแต่ประตูทางเข้าบ้าน ที่มีการเลือกใช้ GIESTA จาก TOSTEM ด้วยดีไซน์ที่เข้ากับโทนไม้และผิววัสดุท้องถิ่นอย่างลงตัว ทำให้บ้านดูร่วมสมัยขึ้นโดยไม่ทิ้งความอบอุ่นแบบบ้านอีสาน

การเลือกใช้ช่องเปิด ที่คิดถึงการใช้งานจริงของทุกวัย
ในบางพื้นที่ของบ้าน Trinity Ville เลือกใช้ประตูหน้าต่าง ATIS จาก TOSTEM เพื่อช่วยให้บ้านรับลมได้ดี พร้อมคงความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย ใช้งานง่ายสำหรับผู้สูงอายุ และอุ่นใจสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ทุกองค์ประกอบถูกเลือกมาเพื่อรองรับการใช้ชีวิตจริงในระยะยาว

ดีไซน์ที่สอดคล้องกับจังหวะชีวิตประจำวัน
ประตูและหน้าต่าง TOSTEM รุ่น WE Series สี Autumn Brown ถูกจัดวางตำแหน่งให้สอดคล้องกับจังหวะชีวิตของทุกวัย เปิดรับลมในวันที่ต้องการความผ่อนคลาย ปิดเพื่อลดเสียงในช่วงเวลาที่ต้องใช้สมาธิ และรับแสงอย่างพอดีเพื่อความปลอดภัยของผู้สูงอายุในบ้านเดียวกัน ทุกดีไซน์ของบ้านหลังนี้จึงเป็น “ความตั้งใจเล็ก ๆ” ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นโดยไม่ต้องพยายาม

เมื่อมุมมองถูกเปิด พื้นที่ก็เชื่อมถึงกัน บทบาทของ GRANTS Corner Sliding ในการหลอมรวมชีวิตครอบครัว

อีกหนึ่งไฮไลท์ของบ้านอยู่ที่พื้นที่ชั้นสอง ซึ่งเลือกใช้ GRANTS Corner Sliding จาก TOSTEM ประตูบานเลื่อนมุมที่สามารถเปิดพื้นที่ได้เต็ม 90 องศา เชื่อมพื้นที่ภายในเข้ากับระเบียง และเปิดมุมมองลงไปยังสระว่ายน้ำด้านล่าง ช่วยสร้างความรู้สึกโปร่ง โล่ง และเปิดมุมมองแบบพาโนรามา บ้านจึงให้พื้นที่ส่วนตัวโดยไม่ตัดขาดสายตาและความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว

ที่พักอาศัยในทำเลที่คล่องตัว และยังเป็นพื้นที่พักใจ
ขณะเดียวกัน ทำเลที่อยู่ห่างสนามบินเพียงไม่กี่นาที ก็กลายเป็นข้อดีของการใช้ชีวิต เดินทางสะดวก เชื่อมต่อเมืองได้ง่าย เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการทั้งความคล่องตัวและความสงบในบ้านหลังเดียวกัน

โทนไม้ ความอบอุ่น และสเปซสำหรับทุกวัย

พื้นที่ภายในของ Trinity Ville ถูกออกแบบด้วยโทนไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เรียบง่าย และสบายตา คล้ายบ้านญี่ปุ่นสไตล์มูจิ ทุกหลังมีสระว่ายน้ำ และประตูหลังบ้านที่เปิดเชื่อมต่อกับสวนส่วนตัว ช่วยขยายพื้นที่การใช้งานให้หลากหลาย รองรับกิจกรรมของทุกวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นพื้นฐานของการออกแบบ

ประตูหน้าต่าง รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้บ้านอยู่ได้ดีในระยะยาว
อีกหนึ่งรายละเอียดที่สะท้อนการคิดถึงการใช้งานจริงคือ Airflow Door จาก TOSTEM ประตูที่ช่วยให้อากาศหมุนเวียนได้ดี ลดปัญหาความร้อนและกลิ่นอับ โดยยังคงความปลอดภัยและความแข็งแรง ถูกติดตั้งมาให้ในทุกหลังของโครงการ

บ้านที่ไม่ได้ออกแบบเพื่อโชว์ แต่เพื่อการใช้ชีวิตจริง

เมื่อได้เดินดูทั้งโครงการ จึงเข้าใจได้ทันทีว่าทำไม Trinity Ville KhonKaen ถึงเลือกออกแบบบ้านจากชีวิตจริงของครอบครัว ไม่ใช่แค่เรื่องรูปแบบ แต่คือการใส่ใจในความสบาย ความปลอดภัย และรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้บ้านอยู่ได้ดีในทุกวัน กับบ้านร่วมสมัยที่ไม่ได้มีไว้เพียงให้ชื่นชม แต่พร้อมให้ทุกคนใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างแท้จริง

ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Tostem ได้ที่ https://tostemthailand.com/



ทอสเท็มเปิดตัว TOSTEM Studio สาขาที่  17 ย่านกรุงเทพกรีฑา – ร่มเกล้า โดยบริษัท แสงทองวิศวกิจ จำกัด

บริษัท แอล เอช ที เอเซีย เซลส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ภายใต้แบรนด์ TOSTEM ผู้นำด้านระบบประตูและหน้าต่างอะลูมิเนียมจากประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับ บริษัท แสงทองวิศวกิจ จำกัด จัดงานเปิดตัว TOSTEM Studio สาขาที่ 17 ณ ทำเลกรุงเทพกรีฑา-ร่มเกล้า อย่างเป็นทางการ

งานเปิดตัวในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณอเส สุขยางค์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม และกรรมการผู้จัดการบริษัท ไอ ที อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นสักขีพยาน พร้อมแบ่งปันมุมมองเทรนด์สถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่ตอบสนองวิถีชีวิตคนไทย ร่วมด้วย คุณวิชา วรสายัณห์ ลีดเดอร์กลุ่มธุรกิจเฮาส์ซิ่ง เทคโนโลยี และ คุณประกิจ โซวิกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท แสงทองวิศวกิจ จำกัด

พูดคุยเชิงลึกในหัวข้อ “The Perfect Triangle”

ภายในงานมีการจัด Special Talk Session ภายใต้หัวข้อ “The Perfect Triangle: Design – Quality – Installation” หรือ “สามเหลี่ยมแห่งความสมบูรณ์แบบ: ดีไซน์ – คุณภาพ – การติดตั้ง”

คุณอเส สุขยางค์ ได้แชร์ถึง 5 เทรนด์สถาปัตยกรรมสำคัญที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย ได้แก่ Tropical Modernism (สถาปัตยกรรมเขตร้อนร่วมสมัย), Blurred Boundaries (การลบเส้นแบ่งระหว่างภายในกับภายนอก), Wellness Architecture (การออกแบบเพื่อสุขภาวะ), Flexible & Adaptive Spaces (พื้นที่ที่ปรับเปลี่ยนได้), และ Sustainable Design (การออกแบบอย่างยั่งยืน) โดยเน้นย้ำว่าผลิตภัณฑ์อย่าง TOSTEM ATIS Series ที่มีระบบ Flat Sill และ Airtightness สามารถตอบโจทย์เทรนด์เหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

วิสัยทัศน์ “Connecting Spaces of Living”

ในด้านวิสัยทัศน์ “Connecting Spaces of Living” คุณวิชา วรสายัณห์ ลีดเดอร์กลุ่มธุรกิจเฮาส์ซิ่ง เทคโนโลยี บริษัท แอล เอช ที เอเซีย เซลส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า “TOSTEM มีวิสัยทัศน์ภายใต้แนวคิด ‘Connecting Spaces of Living’ หรือการเชื่อมโยงพื้นที่อยู่อาศัย เรามุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน รวมถึงนวัตกรรม IN16 ซีรีส์ล่าสุด ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์ ความปลอดภัย ประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

เส้นทางสู่ความเป็นมืออาชีพของแสงทองวิศวกิจ

คุณประกิจ โซวิกุล เล่าถึงจุดเริ่มต้นของแสงทองวิศวกิจที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2534 ในฐานะบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ทำงานตั้งแต่ปลูกบ้าน อพาร์ทเมนต์ คอนโด ไปจนถึงโรงงาน ควบคู่ไปกับการเป็นผู้จำหน่ายวัสดุก่อสร้างผ่าน “แสงทองโฮมมาร์ท”

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2554 หลังวิกฤตเศรษฐกิจแฮมเบเกอร์ ทำให้บริษัทตัดสินใจเปลี่ยนโฟกัสมาที่ประตูหน้าต่างโดยเฉพาะ โดยได้แรงบันดาลใจจากความผูกพันกับอดีตที่คุณพ่อทำประตูหน้าต่างไม้มาตั้งแต่เด็ก เมื่อถึงยุคที่ไม้เริ่มหายากเพราะการปิดป่า บริษัทจึงเริ่มมองหาวัสดุมาทดแทนและพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านประตูหน้าต่าง จนตัดสินใจก้าวเข้าสู่ธุรกิจอะลูมิเนียมร่วมกับ TOSTEM

“เราเลือก TOSTEM เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและตอบโจทย์วิสัยทัศน์ของเราที่ต้องการเน้นการบริการด้วยใจ” คุณประกิจ กล่าว พร้อมเน้นย้ำว่าความสำเร็จของแสงทองวิศวกิจมาจากทีมงานที่ได้รับการฝึกอบรมอย่างมืออาชีพ มีมาตรฐานการติดตั้ง และตรวจสอบคุณภาพในทุกขั้นตอน

งานเปิดตัวจบลงด้วยพิธีตัดริบบิ้นอย่างเป็นทางการโดยคณะผู้บริหารจากทั้งสองบริษัทและแขกผู้มีเกียรติ พร้อมบรรยากาศแห่งความสำเร็จที่สะท้อนถึงความร่วมมือที่แน่นแฟ้นระหว่างผู้ผลิตชั้นนำจากญี่ปุ่นกับผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตั้งที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ

TOSTEM Studio คือศูนย์แสดงสินค้าและให้บริการแบบครบวงจรของแบรนด์ TOSTEM ที่ออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้า สถาปนิก และผู้ที่สนใจได้สัมผัสประสบการณ์จริงกับผลิตภัณฑ์ประตูและหน้าต่างอะลูมิเนียมคุณภาพสูง พร้อมรับคำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้แนวคิด “Connecting Spaces of Living” ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงพื้นที่ใช้สอยกับวิถีชีวิตสมัยใหม่

สาขากรุงเทพกรีฑา-ร่มเกล้าแห่งนี้เป็น TOSTEM Studio สาขาที่ 17 ซึ่งสะท้อนถึงการขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องของแบรนด์ TOSTEM ในประเทศไทย เพื่อให้การเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการมีความสะดวนมากยิ่งขึ้น พร้อมนำเสนอนวัตกรรมล่าสุดอย่าง IN16 และผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานสากลมากมาย

__________

ข้อมูล TOSTEM Studio กรุงเทพกรีฑา – ร่มเกล้า โดย บริษัท แสงทองวิศวกิจ จำกัด

เปิดบริการ: วันจันทร์ – วันเสาร์ | 08.00 – 17.00 น.

โทร: 092-274-3985

ที่อยู่: https://maps.app.goo.gl/SX3n2Xd78Fgrzpbs7

Facebook: https://www.facebook.com/profile.php?id=61583515834230

CHARIN Pattaya บ้านเดี่ยวที่ยกความเป็นส่วนตัวเหนือระดับ มาไว้ในทุกวันของการอยู่อาศัย

หาก Penthouse เคยเป็นภาพจำของการอยู่อาศัยบนยอดอาคารสูง โครงการ CHARIN Pattaya เลือกตั้งคำถามใหม่ว่า “ความรู้สึกแบบนั้น จะเกิดขึ้นในบ้านเดี่ยวได้หรือไม่” และคำตอบถูกถ่ายทอดออกมาอย่างชัดเจนผ่านการออกแบบ ชั้นบน ของบ้าน ที่ไม่ได้เป็นเพียงชั้นพักผ่อนธรรมดา แต่ถูกยกระดับให้มีสถานะเสมือน Penthouse หนึ่งยูนิตเต็ม ๆ ภายในบ้าน

พื้นที่ส่วนตัวนี้ถูกออกแบบให้แยกขาดจากจังหวะชีวิตในชั้นล่างอย่างชัดเจน ทั้งห้องนอน ห้องแต่งตัว His & Her ห้องฟิตเนส ห้องนั่งเล่นส่วนตัว ไปจนถึงระเบียงที่เปิดรับมุมมองรอบด้าน เพดานสูง 3.20 เมตรช่วยขยายมิติของพื้นที่ให้โปร่ง โล่ง และให้ความรู้สึกถึงการพักผ่อนที่สะดวกสบาย ทั้งในเชิงกายภาพและอารมณ์ ขณะเดียวกันยังคงความเป็นบ้านเดี่ยวที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติรอบตัวอย่างแนบเนียน

GIESTA สี Cre Mocha

ประสบการณ์ของการเปิดรับเริ่มต้นตั้งแต่ก้าวแรก ผ่านทางเข้าหลักที่เลือกใช้ประตู TOSTEM รุ่น GIESTA ประตูทางเข้าที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแบ่งขอบเขตระหว่างภายนอกและภายใน แต่ช่วยกำหนดบรรยากาศของบ้านตั้งแต่แรกสัมผัส ด้วยดีไซน์ที่เรียบ เนี้ยบ และสัดส่วนที่สง่างาม เปิดรับแสงอย่างพอดี และสร้างความรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย ก่อนพาผู้อยู่อาศัยก้าวเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวที่ถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจในทุกมิติ

เปิดมุมมองใหม่ของบ้านร่วมสมัย เมื่อสถาปัตยกรรมโอบล้อมด้วยธรรมชาติ

แนวคิดบ้านร่วมสมัยของ CHARIN ไม่ได้หยุดอยู่ที่ภาพลักษณ์ แต่สะท้อนผ่านการจัดวางสเปซและ Flow การใช้งานอย่างตั้งใจ ห้องนั่งเล่นที่เปิดรับแสงธรรมชาติเต็มที่ เพดานสูง 3.2 เมตรที่สร้างความโปร่งสบาย และการออกแบบให้พื้นที่ Indoor–Outdoor เชื่อมต่อกันอย่างลื่นไหล ทำให้บ้านทั้งหลังมีจังหวะการใช้งานที่ต่อเนื่อง ไม่ถูกตัดขาดเป็นส่วน ๆ

WE Series สี Shine Gray

พื้นที่ Terrace ถูกวางบทบาทเป็นตัวกลาง เชื่อมพื้นที่ภายในออกสู่สระว่ายน้ำและสวนโดยรอบ เกิดความสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรมกับธรรมชาติที่ไม่ได้เป็นเพียงฉากหลัง แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง

การเปิดรับแสงและลมในบ้านหลังนี้ถูกออกแบบอย่างมีดีไซน์ ผ่านการเลือกใช้ หน้าต่าง TOSTEM รุ่น WE Series ที่ช่วยขยายมุมมองสู่ภายนอกด้วยโปรไฟล์ที่บาง เรียบ และร่วมสมัย ทำให้เส้นขอบระหว่างภายในและภายนอกดูเบาบางลง พร้อม Performance ที่ช่วยควบคุมลม เสียง และความร้อนอย่างสมดุล ส่งผลให้พื้นที่ภายในยังคงความสบายตลอดวัน ขณะเดียวกันก็เปิดรับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ในแบบที่เหมาะกับการอยู่อาศัยจริง

Villa A & Villa B เมื่อสถาปัตยกรรมออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตจริง 

แม้บ้านในโครงการจะใช้แบบหลักเดียวกัน แต่ CHARIN เลือกพัฒนา “ความแตกต่าง” ผ่านการจัดสัดส่วนพื้นที่ให้เหมาะกับการใช้งานจริงของผู้อยู่อาศัย บ้านทั้ง 6 หลังถูกออกแบบให้ฟังก์ชันลงตัวในทุกห้องนอน ทุกโถงทางเดิน และทุกพื้นที่ใช้สอย โดยไม่เน้นความหวือหวาเกินจำเป็น

ในขณะที่ Villa B ถูกออกแบบเป็นยูนิตพิเศษที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เพื่อตอบโจทย์เจ้าของบ้านที่ต้องการพื้นที่มากขึ้น ทั้งในแง่การใช้งานและความเป็นส่วนตัว สะท้อนแนวคิดของโครงการที่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของการอยู่อาศัย” มากกว่าจำนวนยูนิต โดยทั้งโครงการมีเพียง 7 หลัง เพื่อควบคุมคุณภาพและรักษาความเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง

Material Matters วัสดุที่สร้างความสมบูรณ์แบบของบ้านที่ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน

เบื้องหลังความเรียบหรูของ CHARIN คือการคัดสรรวัสดุอย่างพิถีพิถัน ทุกผิวสัมผัสถูกเลือกจากทั้งมิติความงาม ความทนทาน และประสบการณ์ใช้งานในระยะยาว วัสดุไม่ได้ทำหน้าที่เพียงตกแต่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพชีวิตที่เจ้าของบ้านจะสัมผัสได้ในทุกวัน

ตั้งแต่ Mood & Tone แบบ Scandinavian ในชั้นล่าง ที่ให้ความรู้สึกสว่าง อบอุ่น และเป็นธรรมชาติ ไปจนถึง Modern Luxury ในชั้นบน ที่เพิ่มน้ำหนักของวัสดุอย่างหินอ่อนและอลูมิเนียม เพื่อสะท้อนความพรีเมียมของพื้นที่ส่วนตัว ทุกการเลือกสะท้อนถึงความตั้งใจในการสร้างบ้านที่ “อยู่ได้จริง และสวยได้นาน”

ดีไซน์ช่องเปิดเพื่อชีวิต ประตูหน้าต่าง TOSTEM ที่ฟังก์ชันและสุนทรียะเดินไปด้วยกัน

หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยกำหนดคาแรกเตอร์ของบ้าน คือการออกแบบช่องเปิดที่คำนึงถึงแสง ลม และมุมมองอย่างรอบด้าน โครงการเลือกใช้ ประตูหน้าต่าง TOSTEM รุ่น GIESTA และ WE Series เพื่อรองรับทั้งแนวคิดด้านดีไซน์และประสิทธิภาพการใช้งาน

โปรไฟล์อลูมิเนียมที่บาง ช่วยให้ภาพรวมของบ้านดูใกล้เคียงงาน Frameless เปิดมุมมองสู่ภายนอกได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันยังให้ Performance สูง ทั้งเรื่องการกันเสียง ระบบปิดแน่นสนิท และความลื่นไหลของบานเลื่อนที่คงเสถียรในระยะยาว สีอลูมิเนียมแบบ Anodized ที่ฝังอยู่ในเนื้อวัสดุ ยังช่วยให้บ้านคงภาพลักษณ์พรีเมียมได้ยาวนาน ไม่ซีดหรือเสื่อมง่าย
ซึ่งจากการพูดคุยสำหรับทั้ง Owner และ Architect ต่างก็มองว่า TOSTEM ไม่ใช่เพียงแบรนด์ประตูหน้าต่าง แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การอยู่อาศัย ที่ช่วยเชื่อมต่อบ้านเข้ากับธรรมชาติอย่างมีดีไซน์ และตอบโจทย์ชีวิตจริงในทุกมิติ

Airflow ฟังก์ชันที่คิดจากการใช้งานจริง และความสบายของการอยู่อาศัย

สิ่งหนึ่งที่สะท้อนวิธีคิดของโครงการชารินได้ชัด คือการให้ความสำคัญกับฟังก์ชันที่เกิดจากการใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงการจัดวางพื้นที่ให้ครบ แต่คือการออกแบบบรรยากาศของการอยู่อาศัยในทุกวัน

การแยกโซนห้องนั่งเล่นและห้องนอนด้วย Corridor ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องเสียงรบกวน แต่ยังส่งผลต่อ การไหลเวียนของอากาศ ภายในบ้าน พื้นที่ถูกจัดจังหวะให้ลมสามารถเคลื่อนผ่านได้อย่างเป็นธรรมชาติ ลดความอับและความร้อนสะสม โดยเฉพาะในบริบทของพัทยาที่สภาพอากาศมีผลกับคุณภาพชีวิตโดยตรง
บทบาทของประตูและหน้าต่างจาก TOSTEM จึงกลายเป็นมากกว่าวัสดุปิดช่องเปิด แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบ Airflow ของบ้าน ช่องเปิดขนาดเต็มช่วยรับลมได้จริง ขณะที่ระบบบานและโครงสร้างยังคงความแน่นสนิทเมื่อปิด ทำให้บ้านสามารถเลือกได้ว่าจะเปิดรับธรรมชาติ หรือปิดเพื่อความสงบและเป็นส่วนตัว

CHARIN Pattaya มาตรฐานของแบรนด์บ้านยุคใหม่ ในอนาคต

CHARIN Pattaya คือโครงการแรกที่ถูกวางบทบาทให้เป็น “ต้นแบบ” ของแบรนด์ชารินในระยะยาว ตั้งแต่แนวคิด การออกแบบ การเลือกวัสดุ ไปจนถึงรายละเอียดเล็กที่สุดในชีวิตประจำวัน ทุกอย่างสะท้อนความตั้งใจที่จะสร้างบ้านที่ไม่ได้ดีแค่วันนี้ แต่ยังคงคุณค่าได้ในอนาคต

บ้านที่ตีความใหม่ของ Penthouse หลังนี้ จึงไม่ใช่เพียงบ้านหรู แต่คือบทสนทนาระหว่างสถาปัตยกรรม ธรรมชาติ และชีวิตจริง ในแบบที่อยู่ได้จริง และรู้สึกได้จริงในทุกวัน

บ้านหลังนี้ไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง แต่ถูกออกแบบให้ “เติบโตไปพร้อมกัน” กับสมาชิกในครอบครัว ทั้งในแง่ฟังก์ชัน ความสัมพันธ์ และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

และนั่นอาจเป็นนิยามที่ชัดที่สุดของบ้าน S49 บ้านที่ไม่ได้แค่ผสมผสานไทย–ญี่ปุ่นในเชิงรูปแบบ แต่ผสมผสาน ชีวิต ของคนสองวัฒนธรรมให้กลมกลืนกันอย่างเป็นธรรมชาติที่ลงตัว

ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Tostem ได้ที่ https://tostemthailand.com/