fbpx

Tag: ที่อยู่อาศัย

หน้าต่างอะลูมิเนียม (Aluminum) และ ยูพีวีซี (uPVC) เลือกแบบไหนให้เหมาะกับอาคารของเรา ?

หน้าต่างอะลูมิเนียม (Aluminum) และ ยูพีวีซี (uPVC) เลือกแบบไหนให้เหมาะกับอาคารของเรา?

Image

เมื่อพูดถึงส่วนประกอบที่สำคัญของบ้าน ‘หน้าต่าง’ ก็ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเติมเต็มบ้านให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เพราะไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นช่องเปิดที่ช่วยถ่ายเทอากาศและรับแสงแดดให้เข้ามาภายในบ้าน แต่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่น่าจดจำและสวยงามให้กับตัวบ้านหรืออาคารของเราอีกด้วย

ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีในการผลิตหน้าต่างเพื่อการอยู่อาศัย ต่างก็มีการพัฒนาไปอย่างไม่หยุด เพื่อให้เราสามารถคัดสรรสิ่งที่ดีและเหมาะสมกับการใช้งานของเรามากที่สุด วันนี้เราจึงมี 2 วัสดุยอดนิยมที่มักนำใช้ในการทำหน้าต่างมาฝากกัน นั่นก็คือ อะลูมิเนียม (Aluminum) และ ยูพีวีซี

หน้าต่างอะลูมิเนียม (Aluminum) และ ยูพีวีซี (uPVC) เลือกแบบไหนให้เหมาะกับอาคารของเรา ?

หน้าต่างอะลูมิเนียม (Aluminum) ผลิตมาจากอะไร ?

หากกำลังมองหาหน้าต่างอะลูมิเนียมมาติดตั้งให้กับตัวบ้าน ควรเลือกหน้าต่างอะลูมิเนียมเกรด 6063-T5 โดยตัวเลข 6063 มาจากการใช้อะลูมิเนียมอัลลอยด์ที่มีส่วนผสมของ ซิลิคอนกับแมกนีเซียม ทำให้การขึ้นรูปทรง เชื่อม แปรรูป ง่ายกว่าอะลูมิเนียมชนิดอื่นๆ แถมยังทนทานแข็งแรง ไม่เป็นสนิมได้ง่ายอีกด้วย ในส่วน T5 คือ กระบวนการขึ้นรูปร้อนและทำให้เย็นตัวอย่างรวดเร็วด้วยการบ่มเทียมนั่นเอง โดยการผลิตหน้าต่างอะลูมิเนียมให้ออกมาสวยงาม ตรงตามความต้องการทุกตารางนิ้ว สามารถดีไซน์รูปแบบที่มีความซับซ้อน ให้รายละเอียดสูง วัสดุออกมาดูต่อเนื่องไร้รอยต่อ และมีหน้าตัดที่สม่ำเสมอกัน

อะลูมิเนียม ทนทาน สวยงาม

หน้าต่างอะลูมิเนียมคุณสมบัติที่ดี ประกอบไปด้วยการออกแบบรอยต่อ และการป้องการที่ดี จึงมีคุณสมบัติที่สามารถกันน้ำและฝนได้ดี รวมถึงยังป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ค่อนข้างมาก เรื่องฝุ่นและมลพิษก็เช่นกัน บานอะลูมิเนียมมีการปิดรอยต่อระหว่างวงกบและบานกรอบได้อย่างแนบชิด ทำให้ช่วยกันฝุ่นและลมพิษได้ดีมากๆ เช่นกัน และเมื่อใช้งานไปนานๆ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการหดตัว งอ หรือแตกร้าวของบานอะลูมิเนียมเลย เพราะด้วยคุณสมบัติของอะลูมิเนียมจะมีความแข็งแรง แต่ยืดหยุ่น ไม่กระด้าง และทนทานต่อสภาพอากาศ แดด และมลภาวะ ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกับประเทศไทยของเราที่มีแสงแดดจัดและมลภาวะที่รุนแรงตลอดปี เรื่องของน้ำหนักเบานั้นก็เป็นจุดเด่นของบานอะลูมิเนียม ที่จะมีน้ำหนักเบา แต่แข็งแรง ใช้แรงน้อยในการปิดเปิด การมีน้ำหนักนั้นเป็นการช่วยลดภาระให้กับบ้านหรืออาคารของเรา เมื่อออกแบบก็สามารถทำได้ในหลากหลายพื้นที่ โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักที่เยอะเกินไป

ข้อจำกัดของหน้าต่างอะลูมิเนียม

ควรหลีกเลี่ยงการทำความสะอาดด้วยน้ำยาที่เป็นกรด หรือด่าง เพราะหากใช้นำยาตามข้างต้นเช็ดถูก็อาจจะทำให้บานอะลูมิเนียมเกิดความเสียหายได้ หรือ การทำความสะอาดที่รุนแรงก็อาจจะทำให้บานอะลูมิเนียมเกิดรอยขีดข่วนขึ้นได้ง่ายเช่นกัน  จึงแนะนำว่าให้ใช้ผ้านุ่มชุบน้ำสะอาด บิดหมาดเช็ดทำความสะอาด เพียงปีละ1-2ครั้ง จะดีที่สุดและเพียงพอที่จะทำให้หน้าต่างยังคงความสวยงามอยู่ตลอดเวลา

หน้าต่างอะลูมิเนียม (Aluminum) และ ยูพีวีซี (uPVC) เลือกแบบไหนให้เหมาะกับอาคารของเรา ?

หน้าต่างยูพีวีซี (Unplastizide Poly Vinyl Choride) ผลิตมาจากอะไร ?

ยูพีวีซี (Unplastizide Poly Vinyl Choride) ที่ใช้ผลิตจากไม้สังเคราะห์ ที่อัดแน่นไปด้วย EPS-Foam (Expanded Polystyrene Foam) และปิดทับหน้าด้วยยูพีวีซี ซึ่งเป็นพลาสติกที่มีการผสมสารเสริมสภาพ และสารเติมแต่งอื่นๆ เพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับวัสดุมากยิ่งขึ้น นิยมใช้ทำเป็นหน้าต่าง และประตู เป็นต้น 
 

หน้าต่างยูพีวีซี ทนทาน ทำความสะอาดง่าย

วัสดุยูพีวีซีมีความทนทานไม่หดตัว งอ หรือแตกง่ายๆ และยังทนต่อความชื้น ไอเกลือ แมลง และปลวก ได้ดี อีกจุดเด่นหนึ่งคือเรื่องของการทำความสะอาด ที่สามารถทำความสะอาดได้ง่าย เพียงแค่ใช้ผ้ากับน้ำอุ่นเท่านั้น
 

ข้อเสียของหน้าต่างยูพีวีซี

ในเกรดของพีวีซีที่ไม่ได้มาตรฐานนัก ตัวบานจะไม่สามารถทนแดดและฝนได้ดีเท่าที่ควร จะมีการเปลี่ยนสีของตัวบานรวมถึงมีการแตก ร้าว และชำรุดในภายหลัง เพราะตัววัสดุยังคงมีพื้นฐานของพลาสติก จึงไม่ถูกกับแสงแดดหรือการเปลี่ยนแปลงของอากาศที่รุนแรงแบบไทยนัก ส่วนเรื่องของการทาสีหรือซ่อมสี หากจะทำให้ได้มาตรฐานต้องทำหลายขั้นตอนด้วยกัน อาจจะเกิดความยุ่งยากในกรณีที่เจ้าของบ้านจะทำเอง อีกเรื่องสำคัญคือเรื่องของตัวบานที่มีกรอบที่หนา ใหญ่ ทำให้ต้องเสริมความแข็งแรงด้วยเหล็กไว้ภายใน บานจึงมีน้ำหนักมาก ต้องออกแรงในการปิดเปิด ดูไม่ทันสมัย ในแง่ของการออกแบบอาจเป็นข้อจำกัดให้ตัวบ้านหรืออาคารดูทึบตัน ไม่โปร่งสบายเท่าที่ควรนั่นเอง  
 

หน้าต่างอะลูมิเนียม (Aluminum) และ ยูพีวีซี (uPVC) เลือกแบบไหนให้เหมาะกับอาคารของเรา ?

4 ทิปควรรู้ ก่อนเลือกบานหน้าต่าง

เมื่อเราทราบข้อดีข้อจำกัดของทั้ง 2 วัสดุแล้ว เรามีข้อควรรู้อีก 4 ข้อ ที่เราอยากบอก เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาเรื่องวัสดุในการทำบานหน้าต่างเพิ่มเติมกัน!

 

1. อะลูมิเนียมเบาแต่แข็งแรง จึงมีหน้าตัดที่บางได้

ด้วยเนื้อของวัสดุที่แข็งแรงกว่า ยูพีวีซี ทำให้สามารถออกแบบหน้าตัดของบานให้มีขนาดเล็ก บางได้ โดยที่ยังคงความแข็งแรงเช่นเดิม ส่งผลให้มีน้ำหนักเบา รวมไปถึงยังสามารถผลิตกรอบบานหน้าต่างขนาดใหญ่ได้โดยไม่ต้องมีอะไรเสริม

หน้าต่างอะลูมิเนียม (Aluminum) และ ยูพีวีซี (uPVC) เลือกแบบไหนให้เหมาะกับอาคารของเรา ?

2. หน้าต่างอะลูเนียม และยูพีวีซีกันความร้อนได้

หากความร้อนคือเรื่องที่คุณสนใจ การเลือกใช้กระจกที่กันความร้อนได้ ช่วยให้บ้านของคุณเย็นขึ้น ไม่ว่าจะใช้บานอะลูมิเนียม หรือ ยูพีวีซี เพราะความร้อนที่เข้ามาส่วนใหญ่เข้าผ่านทางบานกระจก มากกว่าทางบานกรอบนั่นเอง

หน้าต่างอะลูมิเนียม (Aluminum) และ ยูพีวีซี (uPVC) เลือกแบบไหนให้เหมาะกับอาคารของเรา ?

3. หน้าต่างอะลูมิเนียม ป้องกันน้ำ ฝุ่นได้ดี

ด้วยลักษณะที่บางแต่แข็งแรงของอะลูมิเนียม ทำให้สามารถออกแบบรายละเอียดสำหรับการป้องกันน้ำ และฝุ่นจากภายนอกได้ดี รวมไปถึงยังได้ติดตั้งระบบล็อกและยาง ที่มีคุณภาพ การปิดที่สนิทแน่น ทำให้คลายกังวลเรื่องฝุ่น และน้ำรั่วไหลเข้ามาได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ควรตรวจสอบคุณภาพทุกครั้งไม่ว่าจะเลือกสรรหน้าต่างวัสดุใดเพื่อความมั่นใจ และปลอดภัยในการใช้งาน    

4. เลือกใช้หน้าต่างอะลูมิเนียม และยูพีวีซีให้เหมาะกับสไตล์อาคาร

สำหรับหน้าต่างอะลูมิเนียมจะมีลักษณะที่เรียบตรงสลิม แถมยังมีความคงทนทน และแข็งแรงเหมาะกับทุกสภาพอากาศ เมื่อเกิดความเสียหายสามารถซ่อมแซมได้ง่าย จึงเหมาะกับอาคารสไตล์โมเดิร์นที่ดูทันสมัย และมีความเรียบง่าย สำหรับหน้าต่างยูพีซี ที่มีลักษณะของกรอบที่ใหญ่ หนาทึบ จึงเหมาะกับอาคารสไตล์คลาสสิก หรือวินเทจ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละคนด้วยเช่นกัน

 

หากใครสนใจหน้าต่าง และประตูอะลูมิเนียม สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญถึงรายละเอียด และคุณสมบัติต่างๆ กับทาง TOSTEM เพื่อให้ได้หน้าต่าง และประตูอะลูมิเนียมที่มีดีไซน์สวย พร้อมตอบโจทย์การใช้งาน เพื่อตัดสินใจก่อนจะนำเข้ามาติดตั้งภายในบ้านกัน 

TOSTEM ก้าวสู่ศตวรรษถัดไป พร้อมสีใหม่ ‘DUSK GRAY’

TOSTEM ก้าวสู่ศตวรรษถัดไป พร้อมสีใหม่ ‘DUSK GRAY’

จากประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่าหนึ่งศตวรรษ หนึ่งศตวรรษแห่งความมุ่งมั่นตั้งใจ สู่หนึ่งศตวรรษแห่งความเชี่ยวชาญ ก้าวแรกสู่ศตวรรษถัดไป สีใหม่จากทอสเท็ม DUSK GRAY

 

แนะนำสีใหม่ TOSTEM - DUSK GRAY

หนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ทอสเท็มไม่ได้ผลิตแค่เพียงประตูหน้าต่างเท่านั้นเพราะเป้าหมายของเราคือยกระดับคุณภาพของที่อยู่อาศัยให้ดียิ่งขึ้นโดยใช้ความรู้และนวัตกรรมที่เราคิดค้นมาอย่างต่อเนื่อง ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทำให้เราก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมและเป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับที่อยู่อาศัยเป็นเจ้าแรก

เป็นเวลากว่าหนึ่งศตวรรษแล้วที่ทอสเท็มทุ่มเทให้กับการพัฒนาเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สินค้าของเราทำให้เราก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมและทอสเท็มกำลังมุ่งหน้าสู่ศตวรรษถัดไป พร้อมเปิดตัวสีใหม่ล่าสุดสู่วงการประตูหน้าต่าง สี Dusk Gray

แนะนำสีใหม่ TOSTEM - DUSK GRAY

ความลงตัวระหว่างพื้นผิวเมทาลิกและสีเข้ม การผสมผสานระหว่างพื้นผิวเมทาลิกและสีเข้ม ทอสเท็มให้ความสำคัญกับพื้นผิวของสินค้าเพราะเป็นส่วนที่สร้างความสวยงามให้กับตัวอาคาร โดยใช้เทคนิคการชุบสีอโนไดซ์เป็นชั้นๆ และเคลือบผิวด้วยไฟฟ้าเพื่อให้ได้สี DUSK GRAY ที่มีความทึบแสงและไม่ทำลายเนื้ออะลูมิเนียม

 

แนะนำสีใหม่ TOSTEM - DUSK GRAY

Blends into your lifestyle 

ปัจจุบัน สีเทาเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากเป็นโทนสีที่เหมาะกับเปลือกของอาคาร และสีเทาเป็นสีที่เข้าได้กับเฉดสีที่อ่อนและเข้มกว่า นอกจากนี้ ยังเหมาะกับตัวอาคารดีไซน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมินิมอล โมเดิร์น คอนเทมโพรารี่ หรือดีไซน์ที่มีความซับซ้อน ทอสเท็มจึงเลือกออกสีใหม่เป็นสีเทา Dusk Gray เพื่อตอบสนองเทรนด์นี้โดยเฉพาะ เมื่อนำสินค้าพื้นผิวอะลูมิเนียมมาใช้กับตัวบ้านจะช่วยเพิ่มพื้นผิวที่มีความแตกต่างแต่เข้ากับตัวบ้านและกลมกลืนกับบริเวณโดยรอบได้อย่างลงตัวนอกจากนี้ วัสดุอะลูมิเนียมยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานอีกด้วย

 

ชม e-Catalog สี DUSK GRAY คลิกที่นี่

 

ช่องทางการติดต่อ TOSTEM Thailand
OSTEM x Providence Lane Ekkamai-Ramintra

TOSTEM x Providence Lane Ekkamai-Ramintra บ้านที่สะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัย

OSTEM x Providence Lane Ekkamai-Ramintra

TOSTEM x Providence Lane Ekkamai-Ramintra
บ้านที่สะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัย

การเลือกใช้วัสดุที่ดีมีคุณภาพสูงในการสร้างบ้าน นอกจากจะทำให้เราสามารถใช้ชีวิตในบ้านอย่างอุ่นใจไร้ความกังวลแล้ว ยังช่วยสะท้อนแนวคิดการออกแบบและตัวตนของคนในบ้านอย่าง  Providence Lane Ekkamai-Ramintra  ที่ตั้งใจออกแบบให้บ้านที่สะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัย ผ่านความงามวัสดุและดีไซน์ที่เรียบง่าย

วันนี้เราจึงมาเล่า 5 สิ่งที่น่าสนใจจาก   TOSTEM  แบรนด์ผลิตภัณฑ์ประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียมคุณภาพสูงจากญี่ปุ่นที่มาเติมเต็มโครงการ Providence Lane Ekkamai-Ramintra บ้านเดี่ยวสไตล์ Luxury Modern ให้เป็นบ้านที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนรุ่นใหม่ โดย 2 ผู้บริหาร คุณวิชา วรสายัณห์ จากบริษัท LIXIL (Thailand) แบรนด์ TOSTEM และคุณณพน เจนธรรมนุกูล จากบริษัท   สัมมากร (Sammakorn)

OSTEM x Providence Lane Ekkamai-Ramintra
คุณวิชา วรสายัณห์ จากบริษัท LIXIL (Thailand) แบรนด์ TOSTEM
OSTEM x Providence Lane Ekkamai-Ramintra
คุณณพน เจนธรรมนุกูล จากบริษัทสัมมากร (Sammakorn)

OSTEM x Providence Lane Ekkamai-Ramintra

บ้านที่เป็นเหมือนผืนผ้าใบให้ผู้อยู่อาศัยได้มาแต่งแต้มสีสัน

Providence Lane Ekkamai-Ramintra  โครงการบ้านเดี่ยวระดับ Luxury บนเนื้อที่ 3 ไร่ ย่านเลียบด่วน เอกมัย – รามอินทรา เป็นย่าน Residential Area ด้วยสภาพแวดล้อมโดยรอบที่มีความคึกคักและใกล้สถานที่สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และโรงเรียนนานาชาติ และยังเชื่อมต่อกับความเป็นเมืองอย่างพหลโยธิน-ลาดพร้าว พระรามเก้า–รามคำแหง รวมถึงย่านใจกลางเมืองที่มีสีสันอย่างเอกมัย -ทองหล่อ

ทางสัมมากรจึงมองว่าโครงการนี้เหมาะกับคนที่มีไลฟ์สไตล์ชอบทำกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการใช้ชีวิตในเมือง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการความสงบและเป็นส่วนตัวในชีวิตประจำวัน จึงนำมาสู่คอนเซ็ปต์การออกแบบ ‘Defining Me’    บ้านที่บ่งบอกตัวตนของผู้อยู่อาศัย สะท้อนความคิด ความชอบหรือเรื่องราวของแต่ละคนผ่านฟังก์ชันและดีไซน์ ออกมาบนสเปซที่ทางโครงการตั้งใจออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่น สามารถรองรับได้ทุกกิจกรรมและความต้องการ

TOSTEM x Providence Lane Ekkamai-Ramintra

โดยในพื้นที่บ้านมีทั้งหมด 3 ชั้น ถูกแบ่งออกเป็น 2 ปีก ในชั้นแรกจะเป็นส่วนพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่รับประทานอาหาร ครัว สวนและสระว่ายน้ำ ชั้นสองเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่เน้นความเป็นส่วนตัวของเจ้าของบ้าน สามารถจัดเป็นพื้นที่ทำงาน พื้นที่นั่งเล่นแบบส่วนตัว หรือเติมเต็มด้วยกิจกรรมงานอดิเรกก็ได้ และในชั้นบนสุดจะเป็น Master Suite ที่เชื่อมสเปซเข้าหากันหมดทั้งชั้น สามารถออกแบบขนาดและฟังก์ชันในห้องนอนได้อย่างเต็มที่

1. สร้างความเป็นส่วนตัวให้ใส่ความเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่

การออกแบบบ้านให้ผู้อยู่อาศัยสามารถแสดงความเป็นตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ แน่นอนว่าเรื่องแรกที่ต้องคำนึง คือ เรื่องความเป็นส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นแง่ของการเชื่อมพื้นที่ถึงกัน การรับรู้ด้านการมองเห็น หรือการป้องกันเสียงรบกวน ดังนั้นแปลนบ้านของ Providence Lane Ekkamai-Ramintra จึงถูกออกแบบมาเพื่อเปิดสเปซเข้าหา Courtyard ในกลางบ้านแทนการเปิดออกไปนอกบ้าน โดยเชื่อมการมองเห็นของแต่ละฟังก์ชันทั้ง 3 ชั้นด้วยประตู-หน้าต่าง ทำให้คนในบ้านยังสามารถรู้สึกเชื่อมต่อกันได้แม้จะอยู่คนละส่วนของบ้าน ในขณะเดียวกันด้วยคุณสมบัติของกรอบประตู-หน้าต่าง TOSTEM ที่สามารถกันเสียงรบกวนจากด้านนอกได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้มีความเงียบสงบมากยิ่งขึ้น ทำให้บ้านกลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่มีความปลอดภัย ไร้กังวลของผู้อยู่อาศัย

2. ตอบโจทย์กับดีไซน์ DOUBLE VOLUME SPACE

อีกหนึ่งจุดเด่นดีไซน์ที่ Providence Lane Ekkamai-Ramintra ตั้งใจนำเสนอคือ Translucent Design ที่เน้นการเปิดช่องแสงเพื่อสร้างความโปร่งโล่งสบายให้กับตัวบ้าน ดังนั้นจึงมีการเลือกใช้ประตูหน้าต่างที่ค่อนข้างใหญ่เพื่อให้แสงและลมสามารถเข้ามาได้สะดวก โดยเฉพาะพื้นที่ Double Volume Space ที่มีช่องเปิดสูง 2 ชั้น เชื่อมต่อพื้นที่รับประทานอาหาร สระว่ายน้ำ สวนกลางบ้านเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งสินค้าของ TOSTEM ก็สามารถตอบโจทย์กับดีไซน์นี้ได้เป็นอย่างดี เพราะเราสามารถสั่งผลิตขนาดประตู-หน้าต่างได้ตามดีไซน์ที่ต้องการ ซึ่งเป็นข้อดีที่ช่วยเปิดโอกาสให้เจ้าของโครงการ ผู้ออกแบบหรือแม้กระทั่งผู้อยู่อาศัยเองสามารถสร้างบ้านออกมาได้ตามแบบโดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องวัสดุ ซึ่งหน้าต่างบานกระทุ้งและบานเลื่อนที่ใช้ในโครงการนี้จะเป็นรุ่น  P7, WE PLUS  และ  WE70  และประตูทางเข้าบ้านรุ่น  GIETSA  สี  Turin Pine ที่มีความเรียบง่ายและสวยงาม เข้ากับบ้านสไตล์โมเดิร์นได้เป็นอย่างดี

 

3. ขับเน้นความงามอย่างเรียบง่ายตรงไปตรงมาของ BAUHAUS

หากกล่าวถึงดีไซน์ของบ้านที่นี่ นอกจากสไตล์ ‘โมเดิร์น’ แล้ว ทางโครงการยังใส่ความงามแบบ ‘BAUHAUS’ เข้ามา ซึ่งสาเหตุที่เลือกใช้ Bauhaus มาจากคอนเซ็ปต์ Defining Me ที่ต้องการให้ความเป็นตัวเองของผู้อยู่อาศัยเด่นออกมามากกว่าตัวบ้าน ดังนั้นจึงกลายเป็นสไตล์โมเดิร์นที่มีความเรียบง่าย ดูอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด สอดคล้องกับปรัชญาการออกแบบของ Bauhaus ที่ลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป คงเหลือไว้เพียงความงามที่เกิดการผสานดีไซน์และฟังก์ชันเข้าด้วยกันอย่างเรียบง่ายและปราณีต

‘อะลูมิเนียม’ ถือเป็นหนึ่งในวัสดุตัวแทนของดีไซน์ Bauhaus ที่เรามักเห็นมาคู่กันเสมอ ในโครงการนี้เองก็มีการเลือกใช้ประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียมสี Shine Gray เพื่อสะท้อนนิยามความเป็น Luxury ในฉบับของโครงการเอง และด้วยนวัตกรรมการชุบสีพื้นผิวด้วยไฟฟ้าหรือเรียกว่า อะโนไดซ์ (Anodizing) พร้อมชั้นเคลือบ TEXGUARD ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ TOSTEM ให้สีอะลูมิเนียมที่มีความสวยงาม มีความทนทานต่อทุกสภาวะอากาศ และทำความสะอาดง่ายอีกด้วย

 

4. สุนทรียะที่มาพร้อมกับความปลอดภัยในบ้าน

หลายคนเชื่อว่า ‘บ้านคือเซฟโซนของเรา’ และคำนี้ก็ดูจะใกล้เคียงกับบ้านใน Providence Lane Ekkamai-Ramintra นอกจากโครงการจะเน้นสอดแทรกความสุนทรียะให้อยู่ในทุกกิจกรรมแล้ว ในขณะเดียวกันก็ใส่ใจการออกแบบบ้านให้ผู้อยู่อาศัยสามารถอยู่บ้านได้อย่างปลอดภัย ดังนั้นการเลือกวัสดุที่ดีมีคุณภาพก็ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมั่นใจได้ว่าปัญหาต่าง ๆ ในบ้านจะไม่เกิดขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลรักษามาก อย่างหน้าต่างของ TOSTEM นอกจากคุณสมบัติกันเสียงแล้ว ยังช่วยกันอากาศรั่วไหลและการรั่วซึมของน้ำ ซึ่งเหมาะกับสภาพอากาศในเมืองไทยเราที่อยู่ในเขตร้อนชื้น ทำให้มั่นใจได้ว่าไม่ว่ามีพายุฝนหรือแดดร้อนจัดก็ยังสามารถใช้ช่วงเวลาพักผ่อนในบ้านได้สบาย ๆ นอกจากนี้ประตู-หน้าต่างของ TOSTEM ที่ใช้ในโครงการยังมีระบบล็อกอย่างแน่นหนาปลอดภัย

 

TOSTEM x Providence Lane Ekkamai-Ramintra

5. มาตรฐานที่ควบคู่กันไประหว่างงานออกแบบและวัสดุ

ทุกองค์ประกอบการออกแบบ ทุกวัสดุที่ใช้ก่อร่างสร้างบ้านขึ้นมาล้วนสามารถบ่งบอกถึงระดับมาตรฐาน ความใส่ใจ รวมถึงคุณภาพการอยู่อาศัยที่เราจะได้รับจากโครงการนั้น ๆ ได้ ดังนั้น Providence Lane Ekkamai-Ramintra ต้องใส่ใจทุกรายละเอียดการออกแบบตั้งแต่โครงสร้างไปจนถึงการเลือกสรรวัสดุที่นำมาใช้ อย่าง TOSTEM ประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียมที่มีคุณภาพสูงที่ถูกพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถใช้งานท่ามกลางสภาพอากาศอันรุนแรงของประเทศญี่ปุ่น ทั้งหนาวจัด ร้อนจัด รวมถึงต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติหลากหลายรูปแบบ โดยมีการการันตีผ่านการทดสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานทั้ง JIS ของประเทศญี่ปุ่น และ ASTM ของประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อมอบความมั่นใจให้แก่ผู้อยู่อาศัยและสะท้อนความเป็น Modern Luxury ของโครงการ

TOSTEM x Providence Lane Ekkamai-Ramintra

คุณณพน เจนธรรมนุกูล จากบริษัทสัมมากร Sammakorn (ซ้าย) และคุณวิชา วรสายัณห์ จากบริษัท LIXIL (Thailand) แบรนด์ TOSTEM (ขวา)

เมื่อการออกแบบสถาปัตยกรรมและวัสดุที่ดีมาผสานรวมกัน จึงทำให้บ้านเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่สะท้อนตัวตนของเรา และพาเราหลีกหนีจากความวุ่นวายข้างนอก แล้วหันมาใช้ช่วงเวลากับตัวเองหรือครอบครัวได้อย่างเต็มที่

หากใครที่สนใจสินค้าผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียมคุณภาพสูงของ  TOSTEM  สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่อี-แคตตาล็อก หรือสอบถามข้อมูลสินค้าได้ที่ TOSTEM Thailand และหากสนใจเยี่ยมชมโครงการ  Providence Lane Ekkamai-Ramintra  สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่   http://bit.ly/3XFKoni

Facebook
Twitter
LinkedIn
Email

art4d X TOSTEM : TOSTEM Classroom ส่งต่อรอยยิ้มผ่านการดีไซน์ห้องเรียนเพื่ออนาคตของชาติ

วันที่ 4 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา โครงการ TOSTEM Classroom ก็แล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์โดยมีพิธีการเปิดอาคารเรียนโดยได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญจากหลายภาค ส่วนมาร่วมกล่าวเปิดงาน รวมถึงคุณวิชา วรสายัณห์ ผู้จัดการทั่วไปบริษัท ลิกซิล ประเทศไทยและคุณฮิโรกาชุ โมโรคุมะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและปฏิบัติการที่ร่วม เขียนคำอวยพรบนกระจกอาคารเรียนหลังใหม่ และร่วมกันปลูกต้นไม้และเพ้นท์กระถางต้นไม้ร่วมกับน้องๆ นักเรียนโรงเรียนวัดเศวตศิลารามเพื่อสร้างบรรยากาศสดใสให้กับ อาคารเรียน

TOSTEM Classroom เป็นโครงการที่ทุกฝ่ายทุ่มเทและใส่ใจกันอย่างเต็มที่ ตั้งแต่การประกวดแบบ การพัฒนาแบบ การหาโรงเรียนที่เหมาะสม การก่อสร้าง หน้างานไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุ ทุกรายละเอียดล้วนถูกผลักดันจากความตั้งใจอันดีที่จะมอบสิ่งที่ดีคืนสู่สังคม โดยเฉพาะกับการได้ออกแบบอาคารเรียนเพื่อเยาวชนให้ได้ มีบรรยากาศที่ดีที่สามารถส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างสมวัยและเหมาะสม โดย TOSTEM Thailand มุ่งหวังในระยะยาวให้เยาวชนของชาติที่จะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ มีศักยภาพในการพัฒนาประเทศต่อไป

7 สัญญาณ ที่บอกว่าควรเปลี่ยนประตูบ้านบานใหม่

7 สัญญาณ ที่บอกว่าควรเปลี่ยนประตูบ้านบานใหม่

ประตูบ้านคือทางเข้าหลักจากนอกบ้านเข้าสู่ภายในบ้าน จึงเป็นส่วนประกอบภายในบ้านที่จำเป็นจะต้องให้ความสำคัญอยู่เสมอ ตั้งแต่การเลือกประตูที่แข็งแรงทนทานต่อการปิดเปิดใช้งานทุกวัน ความปลอดภัยเพื่อป้องกันการบุกรุกจากนอกบ้าน ไปจนถึงเรื่องความสวยงามตลอดอายุการใช้งาน แล้วเมื่อไหร่ที่เราควรจะเปลี่ยนประตูบ้านบานใหม่ได้แล้ว? คำถามที่ใครหลายคนอาจคาดไม่ถึง เพราะมักจะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อเกิดปัญหาเรียบร้อยแล้ว เราจึงชวนคุณมาเช็คสุขภาพประตูบ้าน เพื่อจะได้เปลี่ยนเป็นบานใหม่ก่อนปัญหาจะมาถึง หากพบปัญหาใดปัญหาหนึ่งเกิดขึ้นกับประตูบ้านของคุณแล้วละก็ เตรียมพิจารณาเปลี่ยนประตูบ้านบานใหม่ได้เลย

7 สัญญาณ ที่บอกว่าควรเปลี่ยนประตูบ้านบานใหม่ได้แล้ว

แสงลอดจากกรอบบานประตูไม้

สังเกตรอยต่อระหว่างขอบบานกับวงกบ หากกลางคืนหรือปิดแล้วมีแสงลอดผ่านได้ โดยเฉพาะหากบานประตูบ้านเป็นบานไม้ แสดงว่าประตูไม้เกิดการหดตัว อาจจะเนื่องจากการใช้งานมาอย่างยาวนาน หรือการเตรียมไม้ก่อนทำบานประตูที่ไม่ดีพอ อาจทำการแก้ไขชั่วคราวด้วยการติดเทปโฟมซีลกับขอบประตูโดยรอบ แต่หากใช้งานนานไปแล้ว ไม้เกิดการหดตัวเพิ่มขึ้นอีก อาจพิจารณาเปลี่ยนบานประตูใหม่

7 สัญญาณ ที่บอกว่าควรเปลี่ยนประตูบ้านบานใหม่ได้แล้ว

ประตูไม้ปิดไม่สนิท

ข้อจำกัดของประตูไม้จริงคือการหดหรือขยายตัวตามแต่สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง หากประตูปิดไม่สนิทหรือไม่แน่น พยายามดึงอย่างไรก็ไม่สนิทพอดีกับวงกบ นั่นอาจเป็นเพราะบานประตูที่บวมขยายตัวขึ้นจากความชื้น หรืออีกประการหนึ่งที่เห็นชัดคือ บานประตูโก่งหรือบิดร้าวจนประกบกับวงกบไม่สนิท ส่วนนี้เป็นจุดเร่งด่วนที่ควรเปลี่ยนบานประตูให้เร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัยทั้งกับการใช้งาน และความปลอดภัยภายในบ้าน

7 สัญญาณ ที่บอกว่าควรเปลี่ยนประตูบ้านบานใหม่ได้แล้ว

บานประตูตกจนลากกับพื้น

เป็นอาการที่เห็นได้บ่อยโดยเฉพาะกับบานประตูบ้าน เพราะประตูบ้านบานหลักมักเป็นบานใหญ่ น้ำหนักเยอะ สังเกตจากเวลาปิดประตูจะมีเสียงลากไปกับพื้น จนอาจทำให้เกิดความเสียหายกับพื้นได้ หรือหากจะต้องล็อกปิดประตูจะต้องยกประตูขึ้นจึงจะล็อกได้สนิท สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากบานพับที่ไม่ได้มาตรฐานหรือเสื่อมสภาพจนไม่สามารถรองรับน้ำหนักของบานประตูและแรงกระแทกจากการเปิดปิดได้ แนะนำให้เปลี่ยนหน้าบานและชุดอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมด

7 สัญญาณ ที่บอกว่าควรเปลี่ยนประตูบ้านบานใหม่ได้แล้ว

บานเลื่อนฝืด

สำหรับบางบ้านที่ใช้บานประตูแบบเลื่อนเปิดปิด หากเกิดอาการบานเลื่อนฝืด ขั้นแรกอาจใช้การหยอดน้ำมันหล่อลื่นก่อน แต่หากเป็นไปนานเข้า หรือสังเกตเห็นได้ชัดเจนว่าบานประตูตก อาจเกิดจากล้อเลื่อนไม่ได้มาตรฐาน หรือเสื่อมสภาพไม่สามารถรองรับน้ำหนักของหน้าบานได้อีกต่อไป แนะนำให้รีบเปลี่ยนบานประตูให้เร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัย

7 สัญญาณ ที่บอกว่าควรเปลี่ยนประตูบ้านบานใหม่ได้แล้ว

สังเกตบานพับ เสียงดังออดแอด

หลายครั้งที่บานประตูบ้านอาจยังไม่แสดงอาการ การหมั่นสังเกตบานพับก็ช่วยให้เห็นความเสียหายได้ตั้งแต่เนิ่นๆ บานพับที่บางเกินไป ใช้ไปนานเข้าน้ำหนักของประตูจะกดทับลงจนเกิดเสียงดังออดแอด โดยเฉพาะบานพับด้านบนที่เสริมไม่เพียงพอสำหรับรับน้ำหนักของประตูเอาไว้ หรือบานพับที่ขึ้นสนิมก็ยิ่งส่งผลให้การใช้งานลดถอยลงอีก หากยังไม่อยากเปลี่ยนบานประตูทั้งบาน อาจแก้ไขเบื้องต้นด้วยการเปลี่ยนเป็นบานพับอะลูมิเนียม และเติมอุปกรณ์ประกอบ อย่างโช๊คอัพประตู เพื่อเสริมความแข็งแรงให้มากขึ้น หรือหากอายุการใช้งานประตูถึงควรแก่เวลาต้องเปลี่ยน ก็ถือโอกาสเปลี่ยนทั้งบานประตู​เสียเลย

7 สัญญาณ ที่บอกว่าควรเปลี่ยนประตูบ้านบานใหม่ได้แล้ว

ต้องเปลี่ยนหน้าต่างส่วนอื่นของบ้าน

หากประตูบ้านใช้งานมาในระยะหนึ่ง หรือจำเป็นจะต้องเปลี่ยนหน้าต่างส่วนอื่นของบ้านใหม่ เนื่องจากเริ่มผุพังหรือเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะหากต้องเปลี่ยนทั้งหน้าบานและวงกบ ทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาและขั้นตอนในการทำงาน รวมทั้งต้องทำความสะอาดภายในบ้านหลังจากการติดตั้งใหม่ให้เรียบร้อย ก็ถือโอกาสนี้เปลี่ยนบานประตูบ้านใหม่เสียเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาทำทีละอย่างตามปัญหาที่เกิด รวมทั้งเป็นการเมคโอเวอร์บ้านให้บานประตูและหน้าต่างเป็นดีไซน์เดียวกันไปในตัว

7 สัญญาณ ที่บอกว่าควรเปลี่ยนประตูบ้านบานใหม่ได้แล้ว

เก่าโทรม อายุการใช้งานยาวนาน

บางครั้งบานประตูบ้านอาจจะไม่ได้เกิดปัญหาใดๆ แต่ด้วยอายุการใช้งานที่ผ่านมายาวนานแล้ว เกิดอยากจะเปลี่ยนบานใหม่ขึ้นมา แนะนำให้เริ่มต้นสังเกตข้อจำกัดของวัสดุประตูบ้านเดิม ยกตัวอย่างบานประตูไม้ที่มีการหดขยายตัวตามสภาพอากาศ หรืออุปกรณ์ประกอบจากเหล็กที่มักขึ้นสนิมเมื่อโดนแดดฝนนานเข้า เน้นเลือกวัสดุที่ข้ามข้อจำกัดจากสภาพภูมิอากาศได้เพราะประตูบ้านจะต้องเจอกับความเปลี่ยนแปลงของอากาศตลอดทั้งวัน อย่างกรอบบานประตูอะลูมิเนียมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานว่าทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ปลอดปลวก ทนไฟ ป้องกันเสียง ป้องกันน้ำและอากาศที่รั่วซึม โดยเลือกที่ได้มาตรฐานรับรองตั้งแต่ตัวหน้าบาน มาตรฐานการติดตั้ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อให้การเปลี่ยนประตูบ้านครั้งใหม่คุ้มค่า และทนทานอย่างดีตลอดอายุการใช้งาน


หากใครสนใจสินค้า TOSTEM สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทีปุ่มด้านบนเลย!

สัญลักษณ์ประตูหน้าต่าง คืออะไร

คลายข้อสงสัย สัญลักษณ์ประตูหน้าต่างแต่ละแบบ

สัญลักษณ์ของงานเขียนแบบสถาปัตยกรรมเป็นเรื่องที่เจ้าของบ้านหลายคนพอจะเข้าใจในระดับเบื้องต้น อย่างตัวหน้าบานประตูหรือหน้าต่าง เห็นจากภาพจากผังพื้นก็พอจะนึกออกว่า สัญลักษณ์เหล่านี้เกิดขึ้นจากมุมมองการมองในแบบ Bird’s Eye View หรือมุมมองจากด้านบนลงด้านล่างในแนวระนาบ หรือถ้ามองจากรูปข้างหรือรูปตัด ก็พอจะรู้อยู่ว่าเป็นบานประตู แล้วในส่วนที่มองไม่เห็นในรูปแบบเช่นนี้ อย่างฟังก์ชันที่เกิดขึ้นในแนวระนาบอย่างบานเลื่อนหรือบานกระทุ้งบนผังพื้น จะมีวิธีเขียนแบบอย่างไร หรือเส้นรอยประบนรูปประตูในรูปตัดมีไว้ทำไม จะมีวิธีเขียนแบบอย่างไร เราพาคุณมารู้จักกับสัญลักษณ์ของประตูหน้าต่างเพิ่มเติมให้แอดวานซ์ขึ้นไปอีก

สัญลักษณ์ประตูหน้าต่าง คืออะไร

ประตูบานเปิด 

รูปสัญลักษณ์ประตูอย่างที่เราชินกัน คือรูปประตูบานเปิด ที่หากมองจากผังพื้นก็พอจะเดาออกว่ามาจากรูปแบบบานที่ถูกเปิดออก ซึ่งสัญลักษณ์การเปิดเข้าตัวบ้านหรือออกจากตัวบ้านก็เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สถาปนิกให้ความสำคัญ ส่วนแบบรูปด้าน รอยประบนบานประตูมีไว้บอกจุดหมูนของการเปิดประตู โดยมุมที่บรรจบกันเป็นด้านที่ติดวงกบ และรูปแบบของบานประตูก็ถูกวาดลงไปบนหน้าบานสำหรับสเป็ควัสดุด้วยเช่นกัน  

สัญลักษณ์ประตูหน้าต่าง คืออะไร

ประตูบานเลื่อน 

สำหรับบานเลื่อนในรูปผังพื้น ใช้ตำแหน่งของลูกศรในการบอกทิศทางการเลื่อนของหน้าบาน เช่น บานเลื่อนที่เลื่อนได้ข้างเดียวแล้วอีกข้างเป็นบานติดตาย หรือบานเลื่อนออก เป็นต้น ซึ่งลูกศรบอกทิศทางการเลื่อนนี้มีการใช้ในรูปด้านเพื่อบอกทิศของการเลื่อนเช่นกัน หากหน้าบานรูปไหนที่ไม่มีลูกศร แสดงว่าเป็นบานฟิกซ์ติดตาย  

สัญลักษณ์ประตูหน้าต่าง คืออะไร

ประตูบานเฟี้ยม 

ปัจจุบันประตูบานเฟี้ยมเป็นที่นิยมกันมากสำหรับบ้านที่มีเนื้อที่จำกัด เพราะใช้คุณสมบัติที่เปิดปิดได้เต็มหน้าบานในการจัดสรรพื้นที่ได้ตามความต้องการใช้งาน สัญลักษณ์ของบานเฟี้ยมจึงใช้รูปแบบซิกแซ็กตามการเปิดออกและปิดเข้าหากันของบานประตู โดยมีลูกศรบ่งบอกทิศทางของการสไลด์เลื่อน และบานที่มีคาดกลางบานด้วยเส้นทะแยงคือบานที่จุดเริ่มต้นของการเปิดออก ซึ่งมุมของเส้นคือด้านที่ติดตั้งบานพับสำหรับเชื่อมต่อกับบานถัดๆ มา

สัญลักษณ์ประตูหน้าต่าง คืออะไร

หน้าต่างบานเปิด

เมื่อมองจากมุมบนในผังพื้น หน้าต่างแบบเปิดมีหน้าตาที่บ่งบอกการเปิดออกเช่นเดียวกันกับประตู หากแต่หน้าต่างจะมีข้อแตกต่างตรงส่วนขอบของรูปวาดหน้าบานที่มีขนาดครึ่งหนึ่งของผนัง สังเกตจากมีเส้นกลางพาดอยู่ระหว่างส่วนผนัง ต่างจากรูปประตูที่ระหว่างผนังสองด้านจะเป็นช่องว่างผ่านได้ทั้งหมด เปรียบเทียบเหมือนกับบนพื้นที่เราสามารถเดินผ่านประตูได้เพราะไม่มีวงกบล่างกีดขวาง แต่กับหน้าต่างมีกรอบวงกบล่างหรือผนังที่เราไม่สามารถเดินข้ามได้  

หน้าต่างบานกระทุ้ง 

ความพิเศษอีกอย่างของหน้าต่างคือการเขียนแบบหน้าต่างบานกระทุ้งที่สามารถเขียนได้ชัดเจนเห็นภาพในผังพื้น โดยจะใช้การลากเส้นประให้มุมของเส้นบรรจบกันในด้านที่ต้องติดวงกบเช่นเดียวกับหน้าบานทุกแบบ ซึ่งสำหรับบานกระทุ้งก็คือด้านที่ติดกับส่วนผนังนั่นเอง และในภาพรูปด้าน ก็คือการเปิดขึ้นด้านบนตามรูปแบบการเปิดของบานกระทุ้ง

หน้าต่างแบบอื่นๆ 

สำหรับหน้าต่างแบบอื่นๆ อย่างหน้าต่างบานฟิกซ์ ในรูปผังพื้นก็จะเขียนให้เห็นกรอบวงกบด้านข้าง โปรไฟล์ตรงกลาง และตัวบาน แล้วค่อยลงรายละเอียด เช่นวัสดุหน้าบานว่าเป็นไม้หรือกระจกได้จากส่วนขยายแบบ หรือบานเกล็ด ในรูปจากผังพื้นก็จะมองเห็นเหมือนบานเกล็ดกระจกตอนที่กำลังเปิดอยู่ ที่จะยื่นออกมาจากผนังเล็กน้อย และสามารถเห็นระบุได้ชัดเจนว่าเป็นหน้าต่างบานเกล็ดได้จากรูปด้านสำหรับดูประกอบกัน  


หากใครสนใจสินค้า TOSTEM สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทีปุ่มด้านบนเลย!