fbpx

Tag: อะลูมิเนียม

CHARIN Pattaya บ้านเดี่ยวที่ยกความเป็นส่วนตัวเหนือระดับ มาไว้ในทุกวันของการอยู่อาศัย

หาก Penthouse เคยเป็นภาพจำของการอยู่อาศัยบนยอดอาคารสูง โครงการ CHARIN Pattaya เลือกตั้งคำถามใหม่ว่า “ความรู้สึกแบบนั้น จะเกิดขึ้นในบ้านเดี่ยวได้หรือไม่” และคำตอบถูกถ่ายทอดออกมาอย่างชัดเจนผ่านการออกแบบ ชั้นบน ของบ้าน ที่ไม่ได้เป็นเพียงชั้นพักผ่อนธรรมดา แต่ถูกยกระดับให้มีสถานะเสมือน Penthouse หนึ่งยูนิตเต็ม ๆ ภายในบ้าน

พื้นที่ส่วนตัวนี้ถูกออกแบบให้แยกขาดจากจังหวะชีวิตในชั้นล่างอย่างชัดเจน ทั้งห้องนอน ห้องแต่งตัว His & Her ห้องฟิตเนส ห้องนั่งเล่นส่วนตัว ไปจนถึงระเบียงที่เปิดรับมุมมองรอบด้าน เพดานสูง 3.20 เมตรช่วยขยายมิติของพื้นที่ให้โปร่ง โล่ง และให้ความรู้สึกถึงการพักผ่อนที่สะดวกสบาย ทั้งในเชิงกายภาพและอารมณ์ ขณะเดียวกันยังคงความเป็นบ้านเดี่ยวที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติรอบตัวอย่างแนบเนียน

GIESTA สี Cre Mocha

ประสบการณ์ของการเปิดรับเริ่มต้นตั้งแต่ก้าวแรก ผ่านทางเข้าหลักที่เลือกใช้ประตู TOSTEM รุ่น GIESTA ประตูทางเข้าที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแบ่งขอบเขตระหว่างภายนอกและภายใน แต่ช่วยกำหนดบรรยากาศของบ้านตั้งแต่แรกสัมผัส ด้วยดีไซน์ที่เรียบ เนี้ยบ และสัดส่วนที่สง่างาม เปิดรับแสงอย่างพอดี และสร้างความรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย ก่อนพาผู้อยู่อาศัยก้าวเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวที่ถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจในทุกมิติ

เปิดมุมมองใหม่ของบ้านร่วมสมัย เมื่อสถาปัตยกรรมโอบล้อมด้วยธรรมชาติ

แนวคิดบ้านร่วมสมัยของ CHARIN ไม่ได้หยุดอยู่ที่ภาพลักษณ์ แต่สะท้อนผ่านการจัดวางสเปซและ Flow การใช้งานอย่างตั้งใจ ห้องนั่งเล่นที่เปิดรับแสงธรรมชาติเต็มที่ เพดานสูง 3.2 เมตรที่สร้างความโปร่งสบาย และการออกแบบให้พื้นที่ Indoor–Outdoor เชื่อมต่อกันอย่างลื่นไหล ทำให้บ้านทั้งหลังมีจังหวะการใช้งานที่ต่อเนื่อง ไม่ถูกตัดขาดเป็นส่วน ๆ

WE Series สี Shine Gray

พื้นที่ Terrace ถูกวางบทบาทเป็นตัวกลาง เชื่อมพื้นที่ภายในออกสู่สระว่ายน้ำและสวนโดยรอบ เกิดความสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรมกับธรรมชาติที่ไม่ได้เป็นเพียงฉากหลัง แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง

การเปิดรับแสงและลมในบ้านหลังนี้ถูกออกแบบอย่างมีดีไซน์ ผ่านการเลือกใช้ หน้าต่าง TOSTEM รุ่น WE Series ที่ช่วยขยายมุมมองสู่ภายนอกด้วยโปรไฟล์ที่บาง เรียบ และร่วมสมัย ทำให้เส้นขอบระหว่างภายในและภายนอกดูเบาบางลง พร้อม Performance ที่ช่วยควบคุมลม เสียง และความร้อนอย่างสมดุล ส่งผลให้พื้นที่ภายในยังคงความสบายตลอดวัน ขณะเดียวกันก็เปิดรับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ในแบบที่เหมาะกับการอยู่อาศัยจริง

Villa A & Villa B เมื่อสถาปัตยกรรมออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตจริง 

แม้บ้านในโครงการจะใช้แบบหลักเดียวกัน แต่ CHARIN เลือกพัฒนา “ความแตกต่าง” ผ่านการจัดสัดส่วนพื้นที่ให้เหมาะกับการใช้งานจริงของผู้อยู่อาศัย บ้านทั้ง 6 หลังถูกออกแบบให้ฟังก์ชันลงตัวในทุกห้องนอน ทุกโถงทางเดิน และทุกพื้นที่ใช้สอย โดยไม่เน้นความหวือหวาเกินจำเป็น

ในขณะที่ Villa B ถูกออกแบบเป็นยูนิตพิเศษที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เพื่อตอบโจทย์เจ้าของบ้านที่ต้องการพื้นที่มากขึ้น ทั้งในแง่การใช้งานและความเป็นส่วนตัว สะท้อนแนวคิดของโครงการที่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของการอยู่อาศัย” มากกว่าจำนวนยูนิต โดยทั้งโครงการมีเพียง 7 หลัง เพื่อควบคุมคุณภาพและรักษาความเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง

Material Matters วัสดุที่สร้างความสมบูรณ์แบบของบ้านที่ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน

เบื้องหลังความเรียบหรูของ CHARIN คือการคัดสรรวัสดุอย่างพิถีพิถัน ทุกผิวสัมผัสถูกเลือกจากทั้งมิติความงาม ความทนทาน และประสบการณ์ใช้งานในระยะยาว วัสดุไม่ได้ทำหน้าที่เพียงตกแต่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพชีวิตที่เจ้าของบ้านจะสัมผัสได้ในทุกวัน

ตั้งแต่ Mood & Tone แบบ Scandinavian ในชั้นล่าง ที่ให้ความรู้สึกสว่าง อบอุ่น และเป็นธรรมชาติ ไปจนถึง Modern Luxury ในชั้นบน ที่เพิ่มน้ำหนักของวัสดุอย่างหินอ่อนและอลูมิเนียม เพื่อสะท้อนความพรีเมียมของพื้นที่ส่วนตัว ทุกการเลือกสะท้อนถึงความตั้งใจในการสร้างบ้านที่ “อยู่ได้จริง และสวยได้นาน”

ดีไซน์ช่องเปิดเพื่อชีวิต ประตูหน้าต่าง TOSTEM ที่ฟังก์ชันและสุนทรียะเดินไปด้วยกัน

หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยกำหนดคาแรกเตอร์ของบ้าน คือการออกแบบช่องเปิดที่คำนึงถึงแสง ลม และมุมมองอย่างรอบด้าน โครงการเลือกใช้ ประตูหน้าต่าง TOSTEM รุ่น GIESTA และ WE Series เพื่อรองรับทั้งแนวคิดด้านดีไซน์และประสิทธิภาพการใช้งาน

โปรไฟล์อลูมิเนียมที่บาง ช่วยให้ภาพรวมของบ้านดูใกล้เคียงงาน Frameless เปิดมุมมองสู่ภายนอกได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันยังให้ Performance สูง ทั้งเรื่องการกันเสียง ระบบปิดแน่นสนิท และความลื่นไหลของบานเลื่อนที่คงเสถียรในระยะยาว สีอลูมิเนียมแบบ Anodized ที่ฝังอยู่ในเนื้อวัสดุ ยังช่วยให้บ้านคงภาพลักษณ์พรีเมียมได้ยาวนาน ไม่ซีดหรือเสื่อมง่าย
ซึ่งจากการพูดคุยสำหรับทั้ง Owner และ Architect ต่างก็มองว่า TOSTEM ไม่ใช่เพียงแบรนด์ประตูหน้าต่าง แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การอยู่อาศัย ที่ช่วยเชื่อมต่อบ้านเข้ากับธรรมชาติอย่างมีดีไซน์ และตอบโจทย์ชีวิตจริงในทุกมิติ

Airflow ฟังก์ชันที่คิดจากการใช้งานจริง และความสบายของการอยู่อาศัย

สิ่งหนึ่งที่สะท้อนวิธีคิดของโครงการชารินได้ชัด คือการให้ความสำคัญกับฟังก์ชันที่เกิดจากการใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงการจัดวางพื้นที่ให้ครบ แต่คือการออกแบบบรรยากาศของการอยู่อาศัยในทุกวัน

การแยกโซนห้องนั่งเล่นและห้องนอนด้วย Corridor ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องเสียงรบกวน แต่ยังส่งผลต่อ การไหลเวียนของอากาศ ภายในบ้าน พื้นที่ถูกจัดจังหวะให้ลมสามารถเคลื่อนผ่านได้อย่างเป็นธรรมชาติ ลดความอับและความร้อนสะสม โดยเฉพาะในบริบทของพัทยาที่สภาพอากาศมีผลกับคุณภาพชีวิตโดยตรง
บทบาทของประตูและหน้าต่างจาก TOSTEM จึงกลายเป็นมากกว่าวัสดุปิดช่องเปิด แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบ Airflow ของบ้าน ช่องเปิดขนาดเต็มช่วยรับลมได้จริง ขณะที่ระบบบานและโครงสร้างยังคงความแน่นสนิทเมื่อปิด ทำให้บ้านสามารถเลือกได้ว่าจะเปิดรับธรรมชาติ หรือปิดเพื่อความสงบและเป็นส่วนตัว

CHARIN Pattaya มาตรฐานของแบรนด์บ้านยุคใหม่ ในอนาคต

CHARIN Pattaya คือโครงการแรกที่ถูกวางบทบาทให้เป็น “ต้นแบบ” ของแบรนด์ชารินในระยะยาว ตั้งแต่แนวคิด การออกแบบ การเลือกวัสดุ ไปจนถึงรายละเอียดเล็กที่สุดในชีวิตประจำวัน ทุกอย่างสะท้อนความตั้งใจที่จะสร้างบ้านที่ไม่ได้ดีแค่วันนี้ แต่ยังคงคุณค่าได้ในอนาคต

บ้านที่ตีความใหม่ของ Penthouse หลังนี้ จึงไม่ใช่เพียงบ้านหรู แต่คือบทสนทนาระหว่างสถาปัตยกรรม ธรรมชาติ และชีวิตจริง ในแบบที่อยู่ได้จริง และรู้สึกได้จริงในทุกวัน

บ้านหลังนี้ไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง แต่ถูกออกแบบให้ “เติบโตไปพร้อมกัน” กับสมาชิกในครอบครัว ทั้งในแง่ฟังก์ชัน ความสัมพันธ์ และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

และนั่นอาจเป็นนิยามที่ชัดที่สุดของบ้าน S49 บ้านที่ไม่ได้แค่ผสมผสานไทย–ญี่ปุ่นในเชิงรูปแบบ แต่ผสมผสาน ชีวิต ของคนสองวัฒนธรรมให้กลมกลืนกันอย่างเป็นธรรมชาติที่ลงตัว

ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Tostem ได้ที่ https://tostemthailand.com/



S49 บ้านไทย–ญี่ปุ่นที่ออกแบบชีวิตให้เปิดรับ 2 วัฒนธรรม

ถ้าบ้านหนึ่งหลังสามารถเล่าเรื่องชีวิตได้ บ้าน S49 คงเล่าเรื่องของการใช้ชีวิตร่วมกันของคู่รักไทย–ญี่ปุ่น ผ่านพื้นที่ที่ไม่ได้แบ่งแยกด้วยผนัง แต่เชื่อมโยงกันด้วยแสง สายตา และกิจวัตรประจำวัน ตั้งแต่ครัวที่เป็นหัวใจของบ้าน ไปจนถึงคอร์ทยาร์ดที่คอยรับแสงและความเงียบ บ้านหลังนี้จึงไม่ได้ถูกออกแบบให้สวยในวันแรกแต่ถูกออกแบบให้สบายขึ้นทุกวันเมื่อได้อยู่อาศัย

บ้านที่สะท้อนชีวิตคู่ไทย–ญี่ปุ่น

วันนี้ TOSTEM จะพาทุกคนไปสำรวจแนวคิดการออกแบบของบ้าน S49 ที่ได้รับการออกแบบโดย Mspace บ้านหลังนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากภาพของบ้านที่สวยงาม หากแต่เริ่มจากความสัมพันธ์ที่ยาวนาน ระหว่างสถาปนิกผู้ออกแบบ และครอบครัวเจ้าของบ้าน ตั้งแต่การออกแบบโชว์รูม งานบ้านของพ่อแม่ ไปจนถึงบ้านหลังนี้ บ้านที่เติบโตขึ้นพร้อมกับชีวิตของคู่รักเชื้อสายไทย–ญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

สิ่งที่นิยามบ้านหลังนี้ได้ชัดที่สุดคือคำว่า ชีวิตจริง มากกว่าการโชว์ดีไซน์ ฟังก์ชันทุกส่วนเริ่มจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยมีครัวเป็นหัวใจของบ้านตามวิถีญี่ปุ่น พื้นที่รับประทานอาหารถูกวางไว้ตรงกลาง เพื่อเชื่อมโยงทุกกิจกรรมของครอบครัวเข้าด้วยกัน ตั้งแต่การทำอาหาร อ่านหนังสือ เล่นกับลูก ไปจนถึงการนั่งพูดคุยกับญาติที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ทำให้บ้านหลังนี้จึงไม่ใช่พื้นที่แยกส่วน แต่เป็นพื้นที่ที่มองเห็นกัน รับรู้กัน และใช้ชีวิตร่วมกันได้ตลอดทั้งวัน

ความรู้สึกเหมือนเดินผ่านบ้านญี่ปุ่น แต่ยังอบอุ่นแบบไทย

การเข้าถึงพื้นที่ภายในบ้าน S49 ไม่ได้เปิดเผยทุกอย่างในทันที แต่ค่อย ๆ คลี่ออกเป็นลำดับ จากเรือนรับรองด้านหน้า ซึ่งออกแบบให้มีห้องทาทามิสำหรับรองรับญาติจากญี่ปุ่น ก่อนจะเดินผ่านเข้าสู่ Family Zone ด้านใน ประสบการณ์นี้ให้ความรู้สึกคล้ายการเดินผ่านบ้านญี่ปุ่นที่ซ้อนชั้นของความสงบไว้หลายระดับ แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงความโปร่งแบบบ้านไทย ด้วยคอร์ทยาร์ดตรงกลางที่เปิดรับแสง ลม และสายตาเข้ามาเชื่อมพื้นที่ทั้งหมด 

ประตู  WE Plus จาก TOSTEM เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเดินผ่านบ้าน ให้การเปิด–ปิด การรับแสง และการเชื่อมต่อระหว่างภายในกับคอร์ทยาร์ดกลางบ้าน เป็นไปอย่างนุ่มนวล สอดคล้องกับบรรยากาศความสงบแบบบ้านญี่ปุ่น ขณะเดียวกันก็ยังคงความโปร่งและอบอุ่นในแบบบ้านไทย

รูปทรงอาคารแบบ U-Shape ที่สืบทอดมาจากบ้านหลังแรก ช่วยโอบล้อมพื้นที่กลางให้กลายเป็นทั้งจุดพักสายตาและจุดพักใจ บ้านจึงทำหน้าที่เป็นทั้งที่อยู่อาศัยและที่พักใจในเวลาเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องแยกสองบทบาทออกจากกัน

วัสดุที่ทำให้บ้านดูสบายตาและอยู่ได้นาน

หากบ้านหลังแรกของครอบครัวใช้คอนกรีตเปลือยและไม้สักเป็นหลัก บ้าน S49 คือพัฒนาการของความรู้สึกที่นุ่ม และ ละมุนขึ้นตามช่วงชีวิต วัสดุอย่างไม้โอ๊คสีอ่อน ผนังผิวสัมผัสแบบญี่ปุ่น และคอนกรีตที่ตั้งใจปล่อยให้สวยไปตามกาลเวลา ถูกเลือกมาเพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและอยู่ได้นานโดยไม่รู้สึกหนัก

โทนสีอ่อนช่วยให้พื้นที่ดูเบา สบายตา และเป็นธรรมชาติ ในแบบที่ไม่ต้องพยายาม บ้านหลังนี้จึงไม่ใช่บ้านที่สวยที่สุดในวันแรก แต่เป็นบ้านที่ ยิ่งอยู่นาน ยิ่งรู้สึกดี และพร้อมจะเปลี่ยนไปพร้อมกับเจ้าของบ้าน

สวนในบทบาทของ “เอนกาวะ” และช่องเปิดที่เชื่อมชีวิตภายในกับธรรมชาติ

พื้นที่สวนของบ้าน S49 ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงพื้นที่ภายนอก แต่ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่คล้าย “เอนกาวะ” ของบ้านญี่ปุ่น หรือคือพื้นที่กึ่งในกึ่งนอกที่ค่อย ๆ เชื่อมจังหวะชีวิตภายในบ้านเข้ากับธรรมชาติภายนอกบทบาทของพื้นที่นี้ถูกขับเน้นผ่าน ประตูและหน้าต่างจาก TOSTEM (รุ่น GRANTS) ที่เปิดมุมมองจากพื้นที่ภายในออกไปสู่สวนและคอร์ทยาร์ดอย่างต่อเนื่อง บานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ช่วยลดเส้นแบ่งระหว่างข้างในและข้างนอกลง เมื่อเปิดใช้งาน พื้นที่นั่งเล่น ชานไม้ และสวนจึงไหลต่อกันเป็นพื้นที่เดียว ในขณะที่เมื่อปิด บ้านก็ยังคงรับแสงธรรมชาติและมุมมองสีเขียวได้อย่างพอดี

กรอบเส้นที่บางและเรียบของ TOSTEM (รุ่น GRANTS) ช่วยให้กรอบมุมมองดูนิ่ง สะอาด และไม่ดึงความสนใจไปจากบรรยากาศของสวน ทำให้การมองออกไปเห็นพื้นที่สีเขียวกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน มากกว่าจะเป็นเพียงภาพตกแต่ง นี่คือคุณภาพของช่องเปิดที่ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เปิด–ปิด แต่ทำหน้าที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคน บ้าน และธรรมชาติเข้าด้วยกัน

ในมุมนี้ ประตูและหน้าต่างจึงไม่ใช่เพียงองค์ประกอบทางเทคนิค แต่เป็นตัวกลางที่ทำให้แนวคิดเอนกาวะเกิดขึ้นจริงในบริบทของบ้านเมืองไทย พื้นที่ที่เจ้าของบ้านสามารถนั่ง มอง พัก และใช้ชีวิตร่วมกับสวนได้ในจังหวะที่เป็นธรรมชาติของตัวเอง

การออกแบบช่องเปิด ที่ช่วยให้บ้านนิ่ง สงบ และรับแสงได้พอดี

แสงและการมองเห็นคือหัวใจสำคัญของงานออกแบบบ้าน S49 ช่องแสงยาว (Light Slot) และ Skylight ถูกวางตามแนวทางเดินและพื้นที่ใช้งาน เพื่อดึงแสงธรรมชาติเข้ามาอย่างนุ่มนวล ช่วยให้บ้านสว่างโดยไม่รบกวนความเป็นส่วนตัวจากบริบทเมืองที่ค่อนข้างปิดทึบในรายละเอียดของช่องเปิด ประตูและหน้าต่างจาก TOSTEM จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดความรู้สึกของบ้านหลังนี้—ความนิ่ง สงบแบบญี่ปุ่น และความโปร่ง เปิดรับชีวิตแบบบ้านไทย ถูกหลอมรวมไว้ผ่านระบบบานเปิดที่ออกแบบมาอย่างพอดี

บานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ของ TOSTEM (รุ่น GRANTS) เปิดพื้นที่ภายในให้เชื่อมต่อกับคอร์ทได้อย่างลื่นไหล จนพื้นที่ภายในและภายนอกแทบกลายเป็นโซนเดียวกัน

ขณะเดียวกัน กรอบเส้นที่บาง เรียบ และนิ่งของ (รุ่น ATIS) ช่วยลดความรู้สึกแข็งของผนัง ทำให้บ้านดูสะอาด เป็นระเบียบ และสงบสายตา โดยไม่ดึงความสนใจไปจากบรรยากาศโดยรวมของพื้นที่
คุณสมบัติด้านการกันเสียงยังตอบโจทย์บ้านในเมือง ที่บางด้านจำเป็นต้องปิดเพื่อความเป็นส่วนตัว แต่ยังคงรับแสงและความรู้สึกโปร่งได้อย่างสมดุล

ทั้งหมดนี้ทำให้ทุกห้องในบ้าน S49 มีคุณภาพของแสงที่พอดี และให้ความรู้สึก “น่าอยู่” ในแบบที่ไม่ได้เกิดจากดีไซน์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากรายละเอียดที่คนในบ้านสัมผัสได้จริงในทุกวัน

บ้านที่โตไปพร้อมกับสมาชิกในครอบครัว

หนึ่งในเสน่ห์ของบ้าน S49 คือความยืดหยุ่นของพื้นที่ จากห้องเลี้ยงสัตว์ในวันแรก ที่วันนี้กลายเป็น Playroom สำหรับเด็ก หรือพื้นที่ที่พร้อมปรับเปลี่ยนตามการใช้งานในอนาคต ดาดฟ้าถูกออกแบบเป็นลานรับแสงเช้าสำหรับออกกำลังกายตามวิถีชีวิตญี่ปุ่น ขณะที่ชานไม้และสวนก็ถูกปรับสเกลให้ใช้งานได้แบบไทย

บ้านหลังนี้ไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง แต่ถูกออกแบบให้ “เติบโตไปพร้อมกัน” กับสมาชิกในครอบครัว ทั้งในแง่ฟังก์ชัน ความสัมพันธ์ และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

และนั่นอาจเป็นนิยามที่ชัดที่สุดของบ้าน S49 บ้านที่ไม่ได้แค่ผสมผสานไทย–ญี่ปุ่นในเชิงรูปแบบ แต่ผสมผสาน ชีวิต ของคนสองวัฒนธรรมให้กลมกลืนกันอย่างเป็นธรรมชาติที่ลงตัว



เติมเต็มความงามให้กรอบประตูหน้าต่างกับสีแห่งปี 2026

ปี 2026 นับว่าเป็นปีที่น่าโดดเด่นในโลกของการออกแบบและสถาปัตยกรรม เพราะเป็น ครั้งแรกในรอบ 26 ปี ที่ Pantone เลือก “สีขาว” เป็น Color of the Year กับเฉด PANTONE 11-4201 Cloud Dancer สีขาวนุ่มนวลที่สื่อถึงความสงบ เรียบง่าย และการเริ่มต้นใหม่ในยุคที่ผู้คนโหยหาความชัดเจนท่ามกลางชีวิตอันวุ่นวาย

การมาถึงของ “สีขาว” ในฐานะ สีแห่งปี 2026 ทำให้ทั้งสถาปนิกและเจ้าของบ้านหันมาให้ความสำคัญกับรายละเอียดที่ทำให้บ้านดูสว่างและสะอาดตา และหนึ่งในจุดที่เปลี่ยนภาพรวมบ้านได้มากที่สุดก็คือ กรอบประตูหน้าต่าง โดยเฉพาะเมื่อเลือกใช้สี Natural White จาก TOSTEM ที่สะท้อนความงามของ Cloud Dancer ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านความสวยงาม ลุคเรียบสะอาดตา และความทนทานระยะยาวที่เหนือกว่าสีขาวทั่วไป ช่วยให้บ้านมีความโมเดิร์นที่สวยงามยาวนานมากยิ่งขึ้น

กรอบประตูหน้าต่าง รายละเอียดที่กำหนดความรู้สึกของบ้าน

หลายคนอาจมองว่าหน้าต่าง เป็นเพียงช่องแสงธรรมดา แต่สำหรับสถาปนิกแล้ว กรอบประตูและหน้าต่าง คือองค์ประกอบสำคัญที่กำหนดทั้งบุคลิกของบ้าน จังหวะแสงและเงา ความโปร่งโล่ง รวมไปถึงความรู้สึกสงบและเป็นระเบียบที่เกิดขึ้นเมื่อเส้นสายต่าง ๆ ถูกออกแบบอย่างลงตัว

และเมื่อเทรนด์การออกแบบมุ่งไปสู่ความเรียบง่าย สว่างสะอาด และปี 2026 ยังเป็นปีที่ “สีขาว” ถูกเลือกให้เป็นสีแห่งปี กรอบประตูหน้าต่างสีขาวจึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะให้ความรู้สึกสว่าง สะอาดตา และช่วยขับให้ภาพรวมของบ้านดูเรียบง่ายแต่มีมิติ ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป และยังมีข้อดีที่อยู่ได้นานโดยไม่ตกเทรนด์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านยุคนี้ให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ

Natural White จาก TOSTEM สีขาวที่ถูกคิดมาเพื่อบ้านยุคใหม่

สำหรับเจ้าของบ้านที่อยากให้ดีไซน์บ้านสอดรับกับเทรนด์ สีแห่งปี 2026 อย่างแท้จริง Natural White บนกรอบประตูและหน้าต่างอะลูมิเนียมจาก TOSTEM คือคำตอบที่ลงตัวที่สุด สีขาวเฉดนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ความขาวแบบธรรมชาติที่ ละมุน สะอาดตา พร้อมความเรียบโก้ที่เข้ากับสถาปัตยกรรมร่วมสมัยได้ทุกสไตล์ อีกทั้งยังผ่านการออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานภายนอกระยะยาวได้อย่างยอดเยี่ยม

โทนขาวสุดพรีเมียม ให้ความสงบและความเรียบง่าย 
ธรรมชาติของสี Natural White ให้ลุคที่นุ่มนวล ไม่แข็งทื่อ มองแล้วสบายตา เหมาะกับบ้านที่ต้องการความละมุนแต่ยังคงความโมเดิร์น

เข้ากับสไตล์บ้านทุกแบบ 
ไม่ว่าจะออกแบบบ้านสไตล์ไหน สีขาวคือโทนที่ช่วยให้ภาพรวมดูสว่าง สะอาด และร่วมสมัยเสมอ

ผิวสัมผัสพรีเมียมจากอะลูมิเนียมคุณภาพสูงของ TOSTEM 
พื้นผิวกรอบบานให้ความเนียนละเอียดแบบ Signature ของ TOSTEM ทำให้เฉดสีขาวยิ่งดูแพง และมีมิติ

มีนวัตกรรม TEXGUARD สีสวยยาวนาน ทำความสะอาดง่าย

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้กรอบประตูหน้าต่างสี Natural White ของ TOSTEM แตกต่างจากเฟรมสีขาวทั่วไป คือ เทคโนโลยี TEXGUARD ลิขสิทธิ์เฉพาะของ TOSTEM ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้ “สีอยู่กับบ้านของคุณได้ยาวนานที่สุด”

ด้วยกระบวนการเคลือบผิวแบบพิเศษ TEXGUARD จะช่วยปกป้องพื้นผิวอะลูมิเนียมจาก

  • แสงแดดและสภาพอากาศรุนแรง ที่ทำให้สีขาวทั่วไปซีดหรือเหลืองเร็ว
  • คราบสกปรกและฝังตัว จากฝุ่น ควัน และไอน้ำที่มักเกาะตามขอบเฟรม
    ทำให้สี Natural White ยังคงความนุ่มนวล สดใส และดูใหม่เหมือนวันติดตั้งอยู่เสมอ แม้จะผ่านไปหลายปี โดยไม่ต้องคอยเช็ดถูหรือบำรุงรักษาบ่อยครั้งเหมือนเฟรมสีขาวทั่วไป

เมื่อเทรนด์การออกแบบหันกลับมาให้คุณค่ากับความเรียบง่ายและความสว่างในโทนสีขาว บ้านหลังหนึ่งก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศได้อย่างน่าทึ่งเพียงแค่เลือกวัสดุที่ถูกต้อง 

และหากคุณกำลังวางแผนสร้างบ้าน รีโนเวต หรือกำลังมองหาวัสดุที่ช่วยยกระดับสไตล์บ้านในปี 2026 คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กรอบประตูหน้าต่าง สี Natural White จาก TOSTEM ได้ที่ท้ายบทความ



TOSTEM มุ่งมั่นสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตและอนาคตที่ดีกว่า ร่วมกันสร้างสังคมที่ยั่งยืนภาคีเครือข่ายดีเด่น ผู้สนับสนุนการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมไทย รับรางวัล MSU Partner Awards 2025

วันที่ 9 ธันวาคม 2568 – ในงานพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติแก่ภาคีเครือข่าย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประจำปี 2568 เนื่องในโอกาส “วันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 57 ปี มมส สร้างสังคม ที่ยั่งยืน” ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 4 อาคารบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยมหาสารคามคุณวิชา วรสายัณห์ Leader, Thailand, LHT Asia จากบริษัท แอล เอช ที เอเซีย เซลส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (TOSTEM) ได้รับเกียรติขึ้นรับมอบ รางวัลโดยมี รองศาสตราจารย์ ดร. ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์จารุณีย์ นิมิตศิริวัฒน์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ ร่วมมอบรางวัลรางวัล MSU Partner Awards 2025 จัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติแก่ภาคีเครือข่ายจากองค์กรภาครัฐและเอกชนที่มีส่วนร่วมสนับสนุนภารกิจของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในด้านต่างๆ โดย TOSTEM ได้รับการคัดเลือกให้เป็นบริษัทเอกชนที่สนับสนุนกิจกรรมพัฒนาความรู้ด้านวัสดุให้กับนิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ จากการมีส่วนร่วมในการถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพนิสิตอย่างต่อเนื่อง

การได้รับรางวัลครั้งนี้สะท้อนถึงความสำเร็จของโครงการ TOSTEM Knowledge Sharing ที่บริษัทได้นำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีประตูหน้าต่างจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้นิสิตได้รับความรู้และลงมือปฏิบัติจริง  สร้างความพร้อมก่อนก้าวสู่ตลาดแรงงาน รวมถึงการเข้าร่วมงานมหกรรมวัสดุก่อสร้าง – Material Fair ที่บริษัทฯ ได้สนับสนุนอย่างต่อเนื่องให้กับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 

“รางวัลนี้มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับเรา ไม่ใช่เพียงการยอมรับในผลงาน แต่คือความไว้วางใจที่ มมส. มอบให้ และเป็นแรงผลักดันให้เรามุ่งมั่นพัฒนาต่อไป เราเชื่อว่า การลงทุนในการศึกษาคือการลงทุนในอนาคต การได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเยาวชนไทยให้เป็นสถาปนิกและผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณภาพ คือภารกิจที่เราภูมิใจที่ได้ทำ

TOSTEM พร้อมเดินหน้าต่อเคียงข้างสถาบันการศึกษาไทย เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ และร่วมสร้างสังคมที่ยั่งยืนไปด้วยกัน” คุณวิชากล่าว

ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยมหาสารคาม คณาจารย์ นิสิต และทุกฝ่ายที่เชื่อมั่นและเปิดโอกาสให้ TOSTEM ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตของประเทศไทย


#MSUPartnerAwards2025 #TOSTEMTHAILAND #TOSTEM #มหาวิทยาลัยมหาสารคาม #ความร่วมมือเพื่อการศึกษา #สร้างคนสร้างอนาคต #สังคมยั่งยืน

GRANTS Series พร้อมมุ้งจีบซ่อน ดีไซน์พรีเมียม ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

ในงานออกแบบบ้านยุคใหม่ ความเรียบง่ายและการใช้งานที่ตอบโจทย์จริงคือหัวใจสำคัญ GRANTS Series ประตู หน้าต่างอะลูมิเนียมจาก TOSTEM ถูกพัฒนาตามแนวคิด Less is More ด้วยดีไซน์ที่ซ่อนกรอบอย่างแนบเนียนในกรอบบาน ช่วยลดรอยต่อทางสายตา ไม่บดบังทัศนียภาพ และยังมาพร้อม ระบบมุ้งจีบซ่อนในเฟรม ที่ช่วยยกระดับทั้งดีไซน์และฟังก์ชันให้เหนือกว่าระบบมุ้งทั่วไป เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการทั้งความพรีเมียมและการใช้งานที่สะดวกสบายในทุกวัน

ดีไซน์ซ่อนกรอบ เรียบง่ายแต่หรูหรา

หนึ่งในจุดเด่นของ GRANTS Series ประตู หน้าต่างอะลูมิเนียมจาก TOSTEM คือการออกแบบที่เน้น เส้นสายเรียบง่าย และ ซ่อนองค์ประกอบที่ไม่จำเป็น ทำให้ช่องเปิดบ้านดูโปร่งโล่ง และช่วยให้มุมมองของผู้อยู่อาศัยไม่ถูกบดบัง รวมถึงออกแบบระบบรางเลื่อนลื่นไหล การเปิด-ปิดจึงเป็นไปอย่างนุ่มนวล ช่วยลดขอบเขตระหว่างพื้นที่ภายในบ้านและธรรมชาติภายนอก สร้างความรู้สึกกลมกลืนและเป็นอิสระทุกครั้งที่ใช้งาน

มุ้งจีบซ่อนในเฟรม ฟังก์ชันที่ทำงานร่วมกับดีไซน์อย่างสมดุล

ระบบมุ้งจีบ เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมสำคัญของ GRANTS Series ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องดีไซน์และการใช้งาน

  • ดีไซน์เรียบหรู สะท้อนความสวยงามที่ลงตัว

มุ้งจีบได้รับการออกแบบให้ผสานเป็นส่วนหนึ่งของวงกบประตูหน้าต่างอย่างแนบเนียน โดยไม่ต้องใช้รางเสริม จึงช่วยรักษาเส้นสายสถาปัตยกรรมให้เรียบและไม่รบกวนมุมมอง เมื่อเลื่อนปิด–เปิด การทำงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเมื่อไม่ใช้งานสามารถเลื่อนเก็บได้อย่างเป็นระเบียบ ส่งผลให้พื้นที่โดยรวมดูมินิมอล โปร่งเบา ตอบรับกับงานดีไซน์สมัยใหม่ได้อย่างสมบูรณ์

  • เปิดรับธรรมชาติ พร้อมป้องกันแมลง

บานมุ้งจีบจึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การระบายอากาศ รับลมและแสงธรรมชาติ เพื่อให้ผู้ใช้ได้สัมผัสบรรยากาศ และวิวพาโนรามาได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งตาข่ายมุ้งช่วยกันแมลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ มอบความสบายและบรรยากาศสดชื่นโดยไม่ลดทอนฟังก์ชันการใช้งาน

  • รองรับความสูงถึง 3 เมตร สร้างมุมมองแบบ Double Volume

สำหรับประตูบานเลื่อน GRANTS ซึ่งมุ้งจีบสามารถทำความสูงได้ถึง 3 เมตร ช่วยให้บ้านโปร่งโล่งแบบ Double Volume เปิดรับมุมมองกว้างขึ้น เสริมความหรูหรา และเชื่อมต่อธรรมชาติได้เต็มอิ่มยิ่งกว่าเดิม

  • ตอบโจทย์ทุกสไตล์บ้าน ด้วยดีไซน์และฟังก์ชันที่คิดมาครบ

GRANTS Series พร้อมมุ้งจีบ ไม่เพียงแต่ดีไซน์สวยและฟังก์ชันครบ แต่ยังออกแบบให้เข้ากับบ้านทุกสไตล์ พร้อมมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สะดวกสบายและสวยงามในทุกมิติ 

นอกจากนี้บานประตู–หน้าต่างรุ่น GRANTS มาพร้อมดีไซน์ทันสมัยที่เพิ่มพื้นที่กระจกให้มากขึ้น โดยออกแบบให้กรอบบานซ้อนทับกันเมื่อปิด และจัดแนวกรอบให้เป็นเส้นเดียวเมื่อเปิดเพื่อให้มุมมองต่อเนื่องไร้รอยต่อ ส่วนรางเลื่อนเป็นแบบแบนเรียบ ติดตั้งเสมอกับพื้นทั้งด้านในและด้านนอก ช่วยให้การใช้งานลื่นไหล เดินผ่านสะดวก พร้อมระบบซีลที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อป้องกันลมและน้ำรั่วซึมอย่างมีประสิทธิภาพ
หากคุณกำลังมองหาประตู–หน้าต่างที่ผสานดีไซน์พรีเมียมกับฟังก์ชันใช้งานครบครัน สามารถคลิกลิงก์ด้านล่างเพื่อชมรายละเอียดของ GRANTS Series และค้นหาแบบที่เหมาะกับสไตล์บ้านของคุณที่สุด



VIVE New Krungthepkreetha บทใหม่ของการอยู่อาศัยที่สะท้อนตัวตน

VIVE กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ โครงการล่าสุดจาก แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว 3 ชั้นดีไซน์ใหม่ ที่ออกแบบเพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่แตกต่าง และงดงามในทุกช่วงเวลา ภายใต้แนวคิด Identity Living Concept: 5 Spaces 5 Lifestyles ที่ให้แต่ละพื้นที่รองรับไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย พร้อมสะท้อนตัวตนที่ไม่ซ้ำใครของผู้อยู่อาศัย

โดดเด่นด้วย New Functions ที่ไม่เคยมีมาก่อนในโครงการ VIVE ได้แก่ Sphere Gallery ห้อง Glass House ขนาดใหญ่ เปิดรับแสงธรรมชาติรอบด้าน,  Hall of Light & Shade โถงบันไดที่เผยความงดงามของงานศิลป์จากแสงและเงาที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา, Frame of Art กระจกบานสูงพิเศษ ที่จัดวางมุมมองเสมือนกรอบภาพงานศิลป์, Duplex Inspiration ห้องนอนสไตล์ Duplex สร้างโลกส่วนตัวใบใหม่สำหรับปลดปล่อยจินตนาการอย่างไร้ขีดจำกัด และ The Patio Suite ห้องนอนที่เชื่อมต่อ Balcony กับสวนส่วนตัว เติมเต็มช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนสำหรับนักเดินทางในตัวคุณ

เนื่องจากโครงการให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ด้านหน้าบ้านจึงออกแบบให้เป็นผนังทึบ เพื่อปิดบังสายตาจากผู้สัญจรภายนอก ทำให้พื้นที่อยู่อาศัยภายในยังคงสงบและปลอดภัย ขณะเดียวกัน ช่องเปิด ถูกวางผังรอบ Courtyard ใจกลางบ้าน เพื่อดึงแสงธรรมชาติเข้าสู่ทุกมุมของบ้าน สร้างบรรยากาศที่โปร่งโล่ง ไม่รู้สึกอึดอัด แม้ตัวบ้านจะปิดทึบจากด้านนอกก็ตาม

ประตู GIESTA รุ่น P01 สี Turin Pine

และเพื่อให้หน้าบ้านดูมีมิติมากกว่าผนังที่ปิดทึบ โครงการเลือกใช้ GIESTA (P01) สี Turin Pine ลวดลายไม้สีดำ เป็นประตูหลักของบ้าน ซึ่งด้วย ดีไซน์ที่เรียบหรูช่วยเติมความโมเดิร์นและกลมกลืนไปกับสถาปัตยกรรมของตัวบ้านได้อย่างลงตัว
นอกจากความสวยงามแล้ว ประตู GIESTA ยังโดดเด่นด้านฟังก์ชัน ทั้งความแข็งแรง ระบบล็อกที่ปลอดภัย และการใช้งานที่นุ่มนวลทุกครั้งที่เปิด-ปิด มอบประสบการณ์สุดประทับใจในทุกครั้งที่กลับบ้าน ให้สมกับเป็นประตูต้อนรับ ที่สะท้อนรสนิยมของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง

เมื่อก้าวเข้าสู่ตัวบ้าน จะพบกับ โถงต้อนรับ Triple Volume ที่เผยให้เห็นความสูงโอ่อ่า สะดุดตาด้วยกระจกบานใหญ่พิเศษจาก TOSTEM รุ่น GRANTS สี Dusk Gray ช่วยขยายมิติของโถงกลางให้กว้างโปร่ง รับกับดีไซน์โมเดิร์นของบ้านอย่างลงตัว พร้อมเติมความเรียบหรูและความสมดุลในทุกมุมมอง เสมือนกรอบภาพงานศิลป์ที่เชื่อมโยงพื้นที่ภายในและภายนอกเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ถ่ายทอดทั้งเรื่องราวและรสนิยมของผู้อยู่อาศัยได้อย่างมีเอกลักษณ์

ถัดเข้ามาคือ Common Area ที่รวมมุมนั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหารไว้ด้วยกัน ก่อนเชื่อมต่อสู่ Courtyard ภายใน ทำให้บ้านเต็มไปด้วยแสงธรรมชาติและการระบายอากาศที่ดี สร้างบรรยากาศโปร่งโล่งตั้งแต่ก้าวแรก 

ทุกพื้นที่ของบ้านเปิดรับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ และเล่นกับมิติของแสงเงาที่เปลี่ยนแปลงตลอดวัน ช่วยเติมชีวิตชีวาให้ทุกมุม ราวกับบ้านไม่ได้เป็นเพียงที่พักอาศัย แต่เป็นสเปซที่มีชีวิต

มากกว่าความโปร่งสบายแล้ว การออกแบบยังเน้นพื้นที่เชื่อมต่อที่ยืดหยุ่น ปรับฟังก์ชันได้ตามไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย พร้อมรายละเอียดเล็กๆ ที่สร้างความแตกต่าง เช่น พื้นที่เว้าตรงช่องแสงในห้องครัว ที่ไม่เพียงปลูกต้นไม้ได้ แต่ยังช่วยรับแสงและระบายอากาศไปพร้อมกัน ซึ่งหนึ่งนวัตกรรมที่เติมเต็มความสบาย คือ AIRFLOW SLOT ช่องระบายอากาศ ในรุ่น WE70 และ WE PLUS สี Dusk Gray ที่ทำหน้าที่ระบายอากาศผ่านช่องพิเศษแทนการเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ ทำให้บ้านถ่ายเทอากาศได้ดี รวมทั้งยังเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตและความสบายให้ผู้อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ทุกมุมมองของบ้านถูกออกแบบให้เปิดกว้างและเชื่อมต่อกันอย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านการจัดวางสเปซและอัตราส่วนของ Double Volume ที่สูงถึง 6.9 เมตร ทำให้เกิดความรู้สึกของสเปซที่มีลำดับชั้นและจังหวะได้อย่างลงตัว พร้อม Double View ที่สามารถมองเห็นวิวสองฝั่งอย่างสมดุล ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งความโอ่อ่า และเสริมการเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ต่าง ๆ ทำให้ผู้อยู่อาศัยรับรู้ถึงสัดส่วน สเปซ และแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่

มุมมองที่เปิดกว้างและการไหลของพื้นที่เชื่อมต่อกันอย่างเป็นธรรมชาติ เกิดขึ้นได้จาก การเลือกใช้หน้าต่างและประตู TOSTEM ทั้งหลัง ได้แก่ รุ่น  GIESTA (P01) สี Turin Pine , WE70 Airflow Door & Airflow Slot , GRANTS, WE Plus และ ATIS สี Dusk Gray ทำให้ทุกบานหน้าต่างไม่ใช่เพียงองค์ประกอบทางกายภาพ แต่กลายเป็นเครื่องมือออกแบบที่เชื่อมโยงสเปซ มิติ และชีวิตประจำวัน ให้บ้านทั้งโปร่ง โล่ง และมีชีวิตชีวาในทุกมุมมอง

บริเวณชั้น 2 ของบ้าน ประกอบด้วย Collection Corridor พื้นที่ออกแบบมาเพื่อจัดโชว์ของสะสมและงานศิลปะต่าง ๆ จุดเด่นคือความสามารถในการมองเห็นจากพื้นที่นั่งเล่นด้านล่างโดยไม่ต้องขึ้นมาถึงชั้นสอง ทำให้ผลงานของเจ้าของบ้านถูกนำเสนออย่างเป็นธรรมชาติและเข้าถึงสายตาแขกอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ยังมี ห้องอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ที่ติดตั้งหน้าต่างบานใหญ่ ช่วยเปิดมุมมองลงไปยังพื้นที่นั่งเล่นด้านล่างอย่างชัดเจน หากต้องการความเป็นส่วนตัว สามารถติดตั้งม่านไฟฟ้าแบบบ้านตัวอย่างได้โดยไม่รบกวนความโปร่งของพื้นที่

ทุกวัสดุและดีไซน์ถูกเลือกมาเพื่อเติมเต็มสุนทรียภาพและฟังก์ชันของบ้าน โดยเฉพาะประตูและหน้าต่าง TOSTEM ที่ทำให้ทุกมุมของบ้านสวยงาม เต็มไปด้วยความสะดวกสบายและตอบโจทย์การอยู่อาศัยในระยะยาว

ทุกสเปซของบ้านเกิดจากการฟังและเข้าใจความต้องการของผู้อยู่อาศัย ทำให้บ้าน VIVE กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ไม่ใช่เพียงที่พักอาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคุณอย่างแท้จริง โดยเฉพาะห้องนอนทุกห้องที่มีขนาดกว้างขวาง พร้อมจุดเด่นและฟังก์ชันเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์และรสนิยมของสมาชิกแต่ละคนอย่างลงตัว

อย่างเช่น Master Bedroom ชั้น 3 ที่อยู่ด้านหลังบ้าน แต่ได้รับแสงธรรมชาติจากสองฝั่ง ทำให้ห้องสว่างและโปร่ง ส่วนภายในแบ่งเป็น โซนพักผ่อน และ โซนนั่งเล่น อย่างเป็นสัดส่วน พร้อมหน้าต่างบานเลื่อน รุ่น ATIS จาก TOSTEM ที่ผสานดีไซน์เรียบหรูกับฟังก์ชันครบครัน เปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่และสร้างมุมมองโปร่งสบาย ให้ห้องนอนกลายเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง
.
สอบถามรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ https://www.lh.co.th/th/vive/vive-new-krungthep-kreetha
สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ TOSTEM เพิ่มเติมได้ที่ https://tostemthailand.com/