Tag: อะลูมิเนียม

หน้าต่างแบบนี้ ควรเลือกใช้ผ้าม่านแบบใด

หน้าต่างแบบนี้ ควรเลือกใช้ผ้าม่านแบบใด 

หากคุณกำลังสงสัยอยู่ว่า ผ้าม่านสำหรับหน้าต่างแบบไหน ที่จะช่วยยกระดับการตกแต่งบ้านของคุณให้มีสไตล์ ถูกใจทั้งเจ้าของบ้านและแขกที่มาเยือน ไม่อยากให้พลาดบทความนี้ เพราะผ้าม่านไม่เพียงช่วยเรื่องงานดีไซน์ แต่ผ้าม่านสำหรับหน้าต่าง ยังเป็นองค์ประกอบหนึ่งของบ้าน ที่ช่วยในการกรองแสง ป้องกันเสียงภายนอก และสร้างความเป็นส่วนตัวได้เป็นอย่างดี

6 แบบผ้าม่านยอดนิยม

โครงสร้างของจีบผ้าม่าน ส่งผลต่อวิธีการแขวนผ้าม่านบนกรอบหน้าต่าง ฉะนั้นการรู้จักประเภทผ้าม่านจะช่วยให้การตกแต่งภายในให้ออกมาสวยงามและตรงตามการใช้งาน ซึ่งในปัจจุบันผ้าม่านมีให้เลือกกันอยู่หลายแบบ แต่เราขอคัดแบบยอมนิยมมาให้ได้รู้จักกัน ทั้งหมด 6 แบบ 

  • ม่านจีบ ม่านทรงมาตราฐาน ที่ลักษณะของม่านจะมีการจับจีบด้านบน ด้วยการเว้นระยะเท่าๆ กัน ช่วยให้รอยพับของผ้าไหลลงมาด้านล่าง และสร้างลุคที่หรูหราและเป็นทางการ โดยม่านจีบสามารถติดผ้าได้ 2 ชั้น คือม่านโปร่งและม่านทึบ
  • ม่านลอน ผ้าม่านลอนจะใช้วัสดุติดที่หัวผ้ากับราง ทำให้แขวนแล้วเกิดลอนสวย นอกจากจะใช้กับประตูหน้าต่างได้แล้ว ยังเหมาะกับการกั้นพื้นที่อีกด้วย
  • ม่านตาไก่ เป็นม่านผ้าที่มีลักษณะของรางผ้าม่านที่สอดผ่านห่วงตาไก่ที่ยึดติดกับหัวผ้าม่านด้านบน ทำให้เกิดลอนสวยงามแถมยังเป็นการโชว์รางพร้อมห่วงตาไก่ทีเพิ่มความโดดเด่นได้เป็นอย่างดี
  • ม่านพับ เป็นม่านอีกชนิดที่หลายบ้านให้ความนิยม เนื่องจากม่านพับมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ให้ความรู้สึกเรียบหรู ดูทันสมัย โดยรูปแบบม่านจะใช้ระบบเชือกในการดึงผ้าม่าน ให้พับทบกันเป็นชั้นๆ และเรียงซ้อนกันขึ้นไปด้านบน
  • ม่านม้วน ลักษณะพิเศษของผ้าม่านม้วนคือ เป็นผ้าผืนใหญ่ที่สามารถม้วนเก็บขึ้นไปให้มิดชิดได้ ซึ่งม่านม้วนมีทั้งชนิดกันแสง และชนิดกรองแสง ที่ปล่อยให้แสงส่องผ่านได้บ้าง เหมาะกับการตกแต่งที่ต้องการทั้งแสงสว่างและความเป็นส่วนตัวในเวลาเดียวกัน
  • ม่านมูลี่ ไม่ได้ใช้วัสดุผ้า แต่นับว่าเป็นม่านบังตาอีกชนิดหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยลักษณะเฉพาะที่ถูกออกแบบเป็นซี่ๆ โดยวัสดุมีทั้ง พลาสติก โลหะ ไม้ การใช้งานจะมีรอกและเชือกสำหรับชักให้ม้วนหรือคลี่ออกได้ 

หน้าต่างแต่ละแบบแมตช์กับผ้าม่านแบบไหนดี

หากกรอบบานหน้าต่างหรือประตูเป็นบานใหญ่และสูง การเลือกติดม่านจีบแบบสองชั้น ด้วยการจับคู่ผ้าบางและผ้าหนา จะยิ่งช่วยเสริมให้ห้องนั้นดูสวย เรียบหรู 

หน้าต่างแบบนี้ ควรเลือกใช้ผ้าม่านแบบใด

ทั้งนี้ม่านจีบยังสามารถออกแบบรางม่านซ่อนไว้บนฝ้าเพดาน ร่วมกับการออกแบบไลท์ติ้ง ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้ห้องดูโมเดิร์นร่วมสมัย บวกกับมุมมองหน้าต่างที่มีขนาดใหญ่ ยิ่งเป็นการเปิดมุมมองให้กว้างขึ้น สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามภายนอกได้อย่างเต็มตากว่าที่เคย

สำหรับหน้าต่างบานกระทุ้ง หรือบานเปิด ที่มีลักษณะบานแคบ เหมาะกับการแมตช์กับผ้าม่านแบบพับ เพราะช่วยเน้นแนวตั้งของประตูหรือหน้าต่าง เมื่อผ้าม่านพับไปถึงชั้นบนสุดจะทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง เข้ากับการแต่งห้องในสไตล์โมเดิร์น ที่สำคัญทำความสะอาดง่ายอีกด้วย

หน้าต่าง ขนาดเล็กถึงปานกลางที่มีความกว้างไม่มากจนเกินไป แนะนำให้แมตช์กับผ้าม่านตาไก่ เพื่อป้องกันรางม่านแอ่นจากน้ำหนักของผ้า เสน่ห์ของม่านตาไก่ คือ การโชว์ความสวยงามของลอนผ้าและโชว์รางพร้อมกับห่วงตาไก่ 

หน้าต่างกรอบบานเลื่อน เข้าได้ง่ายกับม่านมูลี่ ซึ่งช่วยให้บานหน้าต่างไม่ดูโล่งจนเกินไป ทั้งยังเพิ่มลูกเล่นของช่องแสงที่ลอดผ่านมูลี่ทำให้ห้องนั้นๆ ดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น นอกจากนี้ขอแนะนำให้เลือกติดตั้งม่านมู่ลี่ ในบริเวณห้องน้ำ หรือห้องครัว เพราะสามารถทำความสะอาดได้ง่าย ทนความชื้นได้ดี หรือจะให้ดีสามารถเลือกเป็นบานประตูระบายอากาศของทอสเท็มสำหรับห้องที่ต้องการการระบายอากาศโดยเฉพาะ ซึ่งมีทั้งบานมุ้งลวดและการปรับระดับหน้าต่างให้เลือกได้ตามความต้องการของการใช้งาน 

หน้าต่างแบบนี้ ควรเลือกใช้ผ้าม่านแบบใด

สำหรับใครที่ต้องการติดตั้งหน้าต่างอะลูมิเนียม สามารถดูข้อมูลสินค้าทุกรุ่นของ TOSTEM ล้วนผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล ผสานด้วยดีไซน์อันสวยงาม กลมกลืนไปกับผ้าม่านได้หลากสไตล์และเข้าตัวบ้านทุกรูปแบบได้อย่างลงตัว 

หน้าต่างไม้ vs. หน้าต่างอะลูมิเนียม แบบไหนดี และดูรักษาอย่างไร?

หน้าต่างไม้ vs. หน้าต่างอะลูมิเนียม แบบไหนดี และดูรักษาอย่างไร?

House C+I การออกแบบบ้านกะทัดรัด ให้โปร่ง โล่ง สบาย

การตัดสินใจเลือกหน้าต่าง คุณควรพิจารณาก่อนว่าหน้าต่างนั้นเหมาะสมกับบ้านของคุณหรือไม่ และหน้าต่างนั้นทำจากวัสดุอะไร โดยปกติแล้วหน้าต่างยอดนิยมจะถูกสร้างขึ้น ด้วย 2 วัสดุ คือ ไม้ และอะลูมิเนียม ซึ่งวัสดุแต่ละชนิดมีข้อดีต่างกัน ในบทความนี้ เราจะอธิบายความแตกต่างบางประการของ หน้าต่างไม้ vs. หน้าต่างอะลูมิเนียม ว่าแบบไหนดี และมีวิธีดูรักษาอย่างไร?


ข้อดีของหน้าต่างไม้ vs. หน้าต่างอะลูมิเนียม


คุณสมบัติที่ดีของหน้าต่างไม้และหน้าต่างอะลูมิเนียม หรือแม้กับหน้าต่างวัสดุอื่นๆ มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ที่คล้ายคลึง คือช่วยในเรื่องฟังก์ชันการทำงานของบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ขยายการมองเห็นไปยังพื้นที่ภายนอก ช่วยให้แสงธรรมชาติลอดผ่านมายังตัวบ้าน ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันสิ่งต่างๆ เช่น เสียงรบกวน ฝุ่น ลม และฝน 

ความแข็งแรงทนทาน


อะลูมิเนียม –
เนื่องจากวัสดุอะลูมิเนียมเป็นโลหะที่ทนทาน จึงไม่มีปัญหาเรื่องบวมจากความชื้น ปลวก และไม่เกิดสนิม ทำให้ใช้งานได้อย่างยาวนาน ยิ่งหากเป็นอะลูมิเนียมบริสุทธิ์ ความยืดหยุ่นของเนื้อวัสดุจะยิ่งมีความต้านทานการแตกหักได้สูง ทำให้ทนต่อสภาพอากาศร้อนและชื้นในประเทศได้อย่างดี

ไม้ –
เป็นวัสดุธรรมชาติ จึงอาจทำให้เกิดการโก่งตัว บวมหรือผิดรูปขึ้นได้ แต่หากมีการดูแลที่ดี หมั่นทาน้ำยาเคลือบผิวไม้ และไม่เลือกติดตั้งบริเวณที่มีความชื้น หน้าต่างไม้ก็นับว่าเป็นวัสดุที่มีคุณภาพและมีอายุการใช้งานได้ยาวนานประมาณหนึ่ง

ความสวยงาม


อะลูมิเนียม –
มีให้เลือกหลายสี และมีหลากหลายลวยลายแพทเทิร์น แต่ที่นิยม คือ สีขาว  สีชา สีดำ สีน้ำตาล  ซึ่งเป็นเฉดสีที่เข้ากับบ้านได้ทุกสไตล์ ทำให้การตกแต่งบ้านง่ายยิ่งขึ้น ที่สำคัญความบางของวงกบอะลูมิเนียม ทำให้ดูสลิม ไม่หนาเทอะทะ รับวิวได้เต็มที่ สวยงาม สบายตา

ไม้ –
เสน่ห์อันอบอุ่นและความสง่างามของวัสดุจากธรรมชาติอย่างไม้ มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้ความรู้สึกเหนือกาลเวลาและคลาสสิก

ความปลอดภัย

อะลูมิเนียม – ผลิตภัณฑ์หน้าต่างอะลูมิเนียม ปัจจุบันมีการพัฒนาเรื่องระบบล็อค รักษาความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ทำให้หน้าต่างอะลูมิเนียมมีความปลอดภัยสูง และด้วยความเหนียวแน่นของวัสดุที่สูง ทำให้ทนการแตกหักได้ดี

ไม้ –
เมื่อผ่านกาลเวลาไปนานหลายปี วัสดุไม้ อาจจะมีปลวกและแมลงมากัดกิน หรือต้องเจอกับสภาพอากาศของเมืองไทย ที่ทั้งร้อนและฝน จนเกิดการผุกร่อนได้ จึงอาจส่งผลต่อระบบล็อกของหน้าต่างไม้ได้ แต่ทั้งนี้ปัจจุบันหากเลือกไม้คุณภาพสูงที่มีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม เช่น ไม้เนื้อแข็ง หรือมีระบบล็อคแบบหลายจุด และเพิ่มกระจกรักษาความปลอดภัย ก็จะสามารถช่วยเรื่องปลอดภัยเพิ่มขึ้นได้ 

เคล็ดลับการดูแลรักษา

หน้าต่างไม้ vs. หน้าต่างอะลูมิเนียม แบบไหนดี และดูรักษาอย่างไร?
*ไม่ใช่สินค้า TOSTEM*

หน้าต่างไม้
ไม่ว่าหน้าต่างไม้จะเพิ่งติดตั้งหรือผ่านเวลามานาน การบำรุงดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอถือเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งสามารถเริ่มต้นโดย

  1. ป้องกันปลวกด้วยการใช้น้ำยาป้องกันแมลงกินไม้ (ควรปฏิบัติตามคำแนะนำข้างกระป๋อง)
  2. ปกป้องผิวไม้จากความชื้นและแสงแดดด้วยการเคลือบเงา ลงแว๊กซ์ หรือทาสีสำหรับงานไม้โดยเฉพาะ
  3. ตรวจสอบและทำความสะอาดเป็นประจำ เพื่อช่วยลดการสะสมของสิ่งสกปรกหรือความชื้น ที่อาจทำให้ผิวหน้าต่างเสื่อมสภาพได้ โดยหลีกเหลี่ยงการใช้ผงซักฟอกที่มีฤทธิ์รุนแรง เช่น สารฟอกขาว หรือสารเคมีทำความสะอาดหน้าต่าง และการทำความสะอาดหน้าต่างไม้ทุกครั้งต้องเช็ดให้แห้ง
  4. หากพบว่ามีรอยขีดข่วนบนหน้าต่างไม้ สามารถใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำมันชักเงาถูเบาๆ ช่วยให้รอยบางลงได้
  5. สำหรับคราบเชื้อรา ให้ใช้กระดาษทรายขัดผิวไม้ส่วนที่เป็นเชื้อราออก แล้วเช็ดทำความสะอาดก่อนใช้น้ำยาเคลือบผิวไม้ทาทับ เป็นการป้องกันเชื้อราได้

หน้าต่างไม้ vs. หน้าต่างอะลูมิเนียม แบบไหนดี และดูรักษาอย่างไร?
*ไม่ใช่สินค้า TOSTEM*

หน้าต่างอะลูมิเนียม
หน้าต่างอะลูมิเนียม การดูแลจะง่ายกว่าหน้าต่างไม้ เพราะค่อนข้างทนทานต่อทุกสภาพอากาศ จึงทำให้อายุการใช้งานยาวนาน แต่ทั้งนี้ก็ควรดูแลรักษาอย่างถูกวิธีด้วยเช่นกัน

  1. การทำความทำสะอาดหน้าต่างอะลูมิเนียม ไม่ควรใช้แปรงขัด หรือสก็อตไบรท์ เพราะทำให้เกิดรอยขีดข่วน แนะนำให้ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ หรือน้ำยาสำหรับทำความสะอาดผิวอะลูมิเนียม ก็เพียงพอ
  2. หลีกเลี่ยงการติด การแปะวัสดุบนพื้นผิว เช่น นำเทปกาวมาติดบริเวณอะลูมิเนียม เนื่องจากกาวจะหลอมละลาย ทำให้ผิวหน้าอะลูมิเนียมสูญเสียสภาพเดิมได้
  3. ไม่ควรใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง มาทำความสะอาด เพราะจะส่งผลให้ผิวอะลูมิเนียม เกิดรอยด่าง หรือสีหลุดร่อนได้
  4. หากพบปัญหาในการเลื่อนหน้าต่างอะลูมิเนียม ที่เกิดจากฝุ่นหรือเศษสิ่งสกปรกเข้าไปสะสมในร่องและซีลประตู แนะนำว่าไม่ควรดึงและดันอย่างหนัก ให้ใช้เพียงปลายเล็กๆ ของเครื่องดูดฝุ่นในการดูดออก


ทั้งนี้การหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจพบเจอกับการดูแลรักษาหน้าต่างอะลูมิเนียม สามารทำได้โดยเลือกใช้สินค้าที่มีการประกันคุณภาพ ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในระดับสากล อย่างผลิตภัณฑ์กรอบบานหน้าต่างอะลูมิเนียม TOSTEM ที่ใช้เทคโนโลยีสีการชุบ สีอะโนไดซ์ (Anodized) ทำให้สีอะลูมิเนียมดูสวยงามอย่างมีมิติ ทนทานยาวนาน


นอกจากนี้ทุกรุ่นมีระบบล็อคที่แน่นหนา มีความปลอดภัยสูง และดีไซน์รับกับการออกแบบที่หลากหลาย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ลิ้งค์ท้ายบทความ
 


จัดสีห้องอย่างไรให้ลงตัว ?

จัดสีห้องอย่างไรให้ลงตัว ?

“การเลือกสีดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” ประโยคนี้ไม่ได้ใช้กับการเสื้อสีมงคลตามวันเท่านั้น แต่บทความนี้เราอยากพามาเลือกสีห้องให้ลงตัวกับบ้านที่แสนอบอุ่นของเรากัน เพราะเรื่องการ “จัดสีห้อง” ถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้าน ทั้งความสัมพันธ์ของสีภายในห้องยังช่วยเชื่อมต่อระหว่างช่องทางที่คั่นด้วยประตู หน้าต่าง และสร้างความต่อเนื่องของการมองเห็นอีกด้วย 

ถ้าพร้อมแล้ว มาเนรมิตห้องในบ้านไปกับ TOSTEM ด้วยกันเลย

จัดสีห้องอย่างไรให้ลงตัว ?

ใช้เทรนด์สีธรรมชาติทั้งห้อง

สีธรรมชาติ เป็นเทรนด์ที่รับความนิยมในการตกแต่งห้องเป็นอย่างมาก เพราะทำให้บรรยากาศภายในดูอบอุ่น ผ่อนคลาย และสีธรรมชาติยังเป็นสีที่สามารถเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ และเฉดสีต่างๆ ในห้องได้ง่าย ซึ่งโทนสีธรรมชาติ มีทั้ง สีน้ำตาล สีขาว สีครีม เป็นต้น  

จัดสีห้องอย่างไรให้ลงตัว ?

ทั้งนี้หากเราต้องการเพิ่มกลิ่นอายธรรมชาติให้กับพื้นที่ สามารถเลือกประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมที่มีลวดลายดูเป็นธรรมชาติ อย่างลวดลายไม้ หรือโทนสี Natural Silver ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มให้พื้นที่มีเสน่ห์น่าค้นหา และให้ฟีลธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้วัสดุไม้ที่มีราคาสูง ดูแลรักษายากกว่าอะลูมิเนียม

จัดสีห้องโทนสว่างช่วยเปลี่ยนขนาดห้อง
สีขาว เป็นสีสว่าง และตามหลักจิตวิทยาเป็นสีที่ให้ความรู้สึกสงบสุข เรียบง่าย จึงไม่แปลกที่นักออกแบบทั้งมือเก่า มือเก๋า นิยมหยิบสีขาวมาใช้เป็นสีในการแต่งห้อง ซึ่งจะทำให้ห้องดูกว้าง ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง ไม่อึดอัด และทำให้ห้องมีความสว่าง ช่วยให้การมองเห็นภายในห้องของเราดีขึ้น ที่สำคัญสีขาวใช้ได้กับทุกห้อง ทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ฯลฯ  

สีโทนสว่างมีด้วยกันหลายเฉด ซึ่งสามารถเลือกใช้สีขาวครีม สีขาวไข่ สีขาวนวล  หรือเลือกตกแต่งโทนสีพาสเทล สีเบจ ก็ช่วยสร้างบรรยากาศละมุนขึ้นไปได้อีกสเต็ป ทั้งยังสามารถเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ได้ง่าย และทำให้ห้องดูกว้างขวางสบายตาขึ้นได้แบบไม่ต้องกลัวห้องจะหลุดโทน

เทคนิคไล่โทนสีเข้ม ให้ห้องคอมพลีทลุคในแบบหรูหรา


การเพิ่มระดับความเข้ม เป็นอีกหนึ่งไอเดียการจัดสีห้องให้ทันสมัย ดูเท่ เรียบหรูไม่ซ้ำใคร อย่างเช่น การเลือกไล่เฉดสีเทาคู่กับสีเทาที่เข้มขึ้นไปอีกเฉด หรือจะเป็นโทนสีน้ำตาลเข้มจับคู่กับสีดำ ก็สามารถเข้ากันได้เป็นอย่างดี ซึ่งการไล่เฉดสีเข้มจะช่วยเพิ่มเลเยอร์ของห้องให้ดูมิติมากยิ่งขึ้น และเสริมให้ห้องไม่ดูทึบตัน

จัดสีห้องอย่างไรให้ลงตัว ?

แต่ข้อควรคำนึง คือจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในตำแหน่งที่อากาศหมุนเวียนได้ดี หรือเลือกใช้กรอบบานหน้าต่าง TOSTEM เพื่อป้องกันอากาศรั่วไหล ช่วยให้ห้องไม่ร้อน เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของ TOSTEM มีการทดสอบคุณภาพอย่างละเอียดและเข้มงวดตามมาตรฐานในระดับสากล อย่าง JIS (Japanese Industrial Standard) และ ASTM (American Society for Testing and Materials) ตั้งแต่ ป้องกันน้ำฝนรั่วซึม, ต้านทานแรงลม, ป้องกันอากาศรั่วไหล, ป้องกันเสียง, ทนทานต่อสภาพอากาศทั้งความร้อน แสงแดด และรังสียูวี, ทนทานต่อการกัดกร่อนจากกรดและด่าง และทนทานต่อการเปิด-ปิด

จัดสีห้องอย่างไรให้ลงตัว ?

สำหรับใครที่ไม่อยากให้ห้องดูเข้มจนเกินไป ก็สามารถแมทช์สีเองตามทฤษฎี 60-30-10 จะช่วยให้การตกแต่งห้องมีมิติและเพิ่มลูกเล่นที่แปลกใหม่ ด้วยการเลือกใช้สีหลักใน 60% ของห้อง ต่อด้วยอีก 30% เลือกเป็นสีโทนเข้มกว่า และ 10% แบ่งให้กับส่วนที่เหลือในห้อง เช่น บัวผนัง กรอบประตู หน้าต่าง หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ในห้อง 

จัดสีห้องอย่างไรให้ลงตัว ?

มากกว่าการเลือกสีให้กับห้อง การเลือกประตูหน้าต่างก็เป็นหนึ่งปัจจัยที่ส่งเสริมให้ห้องสวยเนี้ยบขึ้นมาได้ เช่นเดียวกับความหลากหลายและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ TOSTEM ที่ปัจจุบันมีสีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ NATURAL WHITE, NATURAL SILVER, SHINE GRAY, AUTUMN BROWN, DUSK GRAY และ NATURAL BLACK เข้าได้กับห้องทุกเฉดสี มาพร้อมคุณสมบัติอะโนไดซ์ (Anodized) ที่ทำให้สีติดทนยาวนาน ช่วยยืดอายุของการใช้งานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

หนึ่งในนวัตกรรมจดสิทธิบัตรของผลิตภัณฑ์ TOSTEM คือ กระบวนการชุบสีด้วยประจุไฟฟ้า พร้อมชั้นเคลือบพิเศษ TEXGUARD ซึ่งมีข้อดีคือทำให้สีอะลูมิเนียมดูสวยงามอย่างมีมิติ ผิวสัมผัสเรียบเนียน คงทนต่อการใช้งานจริงทุกสภาพอากาศ อีกทั้งยังคงทนต่อรังสี UV และน้ำฝนที่เป็นสาเหตุให้สีซีดจาง ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์และฟังก์ชันการอยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สำหรับผู้สนใจผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม แบรนด์ TOSTEM ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

 ข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติม

เปลี่ยนบรรยากาศบ้านให้น่าอยู่

เปลี่ยนบ้านให้ ‘น่าอยู่’ ใส่ใจทั้งกลางวันและกลางคืน

ทุกวันนี้รูปแบบการทำงานได้เปลี่ยนไปแล้ว เทรนด์การทำงานจากที่บ้านหรือ Work from Home ถูกให้ความสนใจมากขึ้น แม้บางคนอาจมองว่าเป็นรูปแบบการทำงานที่ไม่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของตนเอง แต่ก็มีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยที่พบว่าการทำงานที่บ้าน ให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการทำงานในออฟฟิศเสียอีก จึงทำให้บางบริษัทได้มีการออกนโยบายให้เป็น Hybrid Office ที่มีทั้งการทำงานจากที่บ้านและออฟฟิศสลับกัน ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงหันมาให้ความสนใจกับการจัดแต่งมุมทำงานในบ้านมากยิ่งขึ้น หรืออาจถึงขั้นรีโนเวทกันใหม่เลยทีเดียว สำหรับใครที่กำลังหาแรงบันดาลใจในการออกแบบ วันนี้ TOSTEM ขอนำเสนอ4 ไอเดียที่จะเปลี่ยนมุมทำงานอันแสนจำเจ ให้กลายเป็นมุมทำงานที่เพิ่มพลัง Productive ในทุก ๆ วันมาฝากกัน 

เปลี่ยนบรรยากาศบ้านให้น่าอยู่

1. จัดขนาดพื้นที่ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่มุมไหนๆ ของบ้าน ‘ฟังก์ชันที่ดี’ ย่อมต้องมีคู่บ้านเสมอ เช่นเดียวกันกับห้องทำงาน ที่ต้องมีการแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน และเหมาะสมกับการใช้งานของเรา ดังนั้นก่อนจะลงมือจัดมุม Work from Home ให้น่าทำงาน เราควรรู้ก่อนว่างานของเราต้องใช้อุปกรณ์หรือเฟอร์นิเจอร์อะไร และสิ่งของเหล่านั้นมีขนาดเท่าไหร่บ้าง เพื่อที่จะนำมาออกแบบพื้นที่แต่ละมุมให้ใช้งานง่าย จัดเก็บสะดวก และตอบโจทย์ฟังก์ชันการใช้งานในทุก ๆ วัน อีกทั้งยังช่วยลดการใช้พื้นที่อย่างสิ้นเปลืองอีกเช่นกัน ซึ่งในทางจิตวิทยา หากเราใช้เวลาในห้องที่มีขนาดแคบ กว้าง สูง หรือเตี้ยเกินไป สามารถส่งผลต่อสภาพจิตใจเราให้เกิดพลังลบได้ในขณะเดียวกัน 

เมื่อมีการจัดขนาดพื้นที่อย่างเหมาะสมแล้ว เราก็ต้องเลือกเฟอร์นิเจอร์อย่าง โต๊ะ เก้าอี้ และตู้วางของ ให้มีขนาดที่สมดุลกับสรีระของเราเช่นกัน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง และลดการเกิดภาวะออฟฟิศซินโดรม ที่นำไปสู่อาการปวดกล้ามเนื้อในวัยทำงาน อย่างที่หลายคนกำลังประสบปัญหานั่นเอง 

2. เปิดรับและปรับระดับแสงสว่างให้เพียงพอ

เราคงเคยได้ยินบ่อย ๆ ว่าหากจ้องจอนานจะทำให้สายตาเสีย ทว่าสายตาเสียในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสายตาสั้นหรือยาว แต่กล่าวถึง ‘อาการตาล้า’ ที่เกิดจากการใช้งานสายตาหนักเป็นเวลานานในห้องที่มีแสงสว่างที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะมืดหรือสว่างเกินไป หากปล่อยให้เผชิญกับอาการตาล้าบ่อย ๆ อาจนำมาสู่การเกิดโรคทางดวงตาอย่างรุนแรงได้ในระยะยาว ดังนั้นเราจึงต้องจัดเตรียมแสงสว่างให้เพียงพอทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน 

โดยแสงไฟส่องสว่างที่เหมาะสมสำหรับห้องทำงาน จะอยู่ที่ประมาณ 400 – 600 ลักซ์ และควรใช้แสงสี Daylight หรือ Cool white เพื่อการมองเห็นที่ชัดเจน สบายตา และสร้างความรู้สึกกระตือตือร้นในการทำงานได้ดี ทั้งนี้ควรติดตั้งแสงไฟทั้ง ‘ไฟบริเวณ’ ซึ่งทำหน้าที่ให้แสงสว่างทั่วห้อง เน้นอำนวยความสะดวกในการใช้งานทั่วไป และ ‘ไฟเฉพาะจุด’ อย่างโคมไฟบนโต๊ะทำงาน เพื่อปรับระดับแสงสว่างให้ตอบโจทย์กับการทำงานยิ่งขึ้น 

สำหรับในช่วงกลางวันนั้น ‘แสงธรรมชาติ’ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำงาน ที่นอกจากจะส่งผลดีต่อสายตาแล้ว ยังส่งผลดีต่อใจของเราอีกเช่นกัน เพราะในเชิงจิตวิทยา แสงธรรมชาติสามารถส่งผลให้สมองปลอดโปร่ง ช่วยผ่อนคลายความเครียด ทั้งยังกระตุ้นให้สมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ หากสังเกตจะพบว่าห้องที่ดูน่าทำงาน ส่วนใหญ่มักจะมีหน้าต่างบานกว้าง หรือมีหน้าต่างหลายด้านเสมอ แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องระวังภัยเงียบที่แฝงมากับแสงธรรมชาติ อย่างความร้อนและรังสียูวีด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงควรเลือกใช้หน้าต่างที่มีบานกรอบหนาแน่น ลดการรั่วไหลของอุณหภูมิ ประกอบกับกระจกที่มีความหนาเพียงพอ อย่างกระจกลามิเนตหรือกระจกอินซูเลท เพื่อปกป้องตัวเราจากรังสียูวี และช่วยประหยัดพลังงาน ลดการสะสมความร้อนภายในห้อง 

3. รักษาความสะอาด ลดการสะสมของฝุ่นและความอับชื้น

ในช่วงเวลาทำงานหลายคนมักเปิดเครื่องปรับอากาศเป็นประจำ จึงทำให้เกิดความอับชื้นและเชื้อราสะสมภายในห้องได้ง่าย โดยเฉพาะห้องทำงานที่เก็บหนังสือหรือเอกสารกองโต ซึ่งหากปล่อยไว้นานอาจส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจได้ ดังนั้นเราจึงควรเปิดรับอากาศธรรมชาติให้เข้ามาถ่ายเทบ้างเป็นบางครั้ง แต่ในขณะเดียวกันก็อย่าลืมระมัดระวังฝุ่นละออง ที่มักปลิวมาตามลม หรืออาจเล็ดลอดผ่านรอยต่อระหว่างบานกรอบประตู-หน้าต่าง 

ด้วยเหตุนี้บานกรอบประตู-หน้าต่างของ TOSTEM จึงถูกออกแบบกลไกภายในบานกรอบ ทั้งอุปกรณ์ล็อกมุมต่างๆ และซีลยางขอบประตู-หน้าต่าง ให้สามารถปิดล็อกได้อย่างแนบสนิท ไร้กังวลเรื่องฝุ่น PM 2.5 ละอองเกสร และมลภาวะทางอากาศต่างๆ  สำหรับใครที่กังวลเรื่องแมลงในระหว่างเปิดประตู-หน้าต่าง ก็สามารถติดตั้งมุ้งลวดเพิ่มเติมได้ ซึ่งมุ้งลวดของ TOSTEM นั้น ถูกออกแบบให้มีดีไซน์ทันสมัย ใช้งานง่าย เข้ากับบานกรอบประตู-หน้าต่างอย่างลงตัว โดยเฉพาะในรุ่น ATIS ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีมุ้งกันแมลงล่องหน ซึ่งผลิตจากเส้นตาข่ายที่มีขนาดเล็กกว่าเส้นไนลอนขนาดทั่วไปถึง 40% ทำให้สามารถมองเห็นวิวข้างนอกได้ชัดเจนขึ้น ทั้งยังช่วยป้องกันฝุ่น แมลง และปล่อยให้ลมสามารถลอดผ่านเข้ามาได้ดีกว่าเดิม

4. เพิ่มความสดชื่น มีชีวิตชีวา ด้วยสีเขียวจากต้นไม้

การพักสายตาหันไปมองธรรมชาติรอบตัว เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยผ่อนคลายจิตใจจากความเครียดได้ดี และการปลูกต้นไม้ภายในห้องทำงาน อาจมีประโยชน์มากกว่าที่เราคาดคิด เพราะต้นไม้บางชนิดมีคุณสมบัติช่วยดักจับฝุ่นและสารพิษในอากาศ หรือสามารถฟอกอากาศให้สะอาด สดชื่น ด้วยการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ อย่างต้นยางอินเดีย, เขียวหมื่นปี, เดหลี, ฟิโลเดนดรอน หรือลิ้นมังกร เป็นต้น โดยพืชเหล่านี้มักมีรูปทรงสวยงาม และชอบแสงแดดรำไร จึงเหมาะกับการประดับตกแต่งภายในบ้านเป็นอย่างยิ่ง 

การจะเลือกชนิดต้นไม้มาปลูกภายในห้องทำงานนั้น เราควรคำนึงถึงพื้นที่ว่างภายในห้องเป็นอย่างแรก หากห้องทำงานมีพื้นที่ไม่เพียงพอกับการวางกระถางบนพื้น อาจต้องหันมาเลือกไม้กระถางที่มีขนาดเล็ก หรือไม้แขวนประดับแทน เช่น ต้นเศรษฐีเรือนใน, พลูด่าง, เฟิร์นบอสตัน, ว่านหางจระเข้ เป็นต้น ที่สำคัญแม้ต้นไม้เหล่านี้จะต้องการแสงแดดน้อย แต่ก็ควรปลูกในจุดที่ลมถ่ายเทสะดวก และโดนแสงแดดอ่อนๆ บ้าง เพื่อให้ต้นไม้มีสุขภาพดี สามารถเจริญเติบอย่างสวยงาม หรือหากต้องการต้นไม้ใบสวยที่ไม่ง้อแดด ที่เน้นการดูแลรักษาได้ง่ายเหมาะกับไลฟ์สไตล์ก็จะยิ่งเหมาะสม หรือหากเลือกปลูกต้นไม้ที่สามารถช่วยฟอกอากาศได้ ก็จะช่วยให้บรรยากาศรวมถึงอากาศในห้องทำงานสดชื่นขึ้นอีกด้วย

จาก 4 ไอเดียที่เราแนะนำมานี้ จะสังเกตได้ว่าการไหลเวียนของแสงและอากาศเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องทำงานน่าอยู่สบาย การเลือกประตู-หน้าต่างที่มีคุณภาพสูง จึงเปรียบเสมือนเป็นเกราะป้องกันอันแข็งแกร่ง ที่ช่วยปกป้องเสียงและอุณหภูมิจากภายใน แต่ยังเปิดวิวทิวทัศน์ให้เราสามารถใช้ชีวิตและ Work from Home ได้อย่างสบายกายสบายใจ ซึ่งผลิตภัณฑ์ประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียมจาก TOSTEM ทุกชิ้นล้วนผ่านกระบวนการผลิตและการทดสอบประสิทธิภาพอย่างเข้มงวด ตามมาตรฐานการผลิตจากญี่ปุ่นควบคู่กับมาตรฐานจากอเมริกา จนได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งานมายาวนานตลอด 100 ปี

5 แนวคิดที่นำมาสู่ดีไซน์สุดโดดเด่นของประตูหน้าต่าง TOSTEM

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากแบรนด์ TOSTEM สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์ด้านล่างเลย


โถงต้อนรับ, Genkan, Foyer, การออกแบบโถงต้อนรับ, เคล็ดลับการออกแบบโถงต้อนรับ, ตัวอย่างการออกแบบโถงต้อนรับ

Foyer Design เคล็ดลับเสริมความหรูหรา สร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรก

หากกล่าวถึง ‘โถงต้อนรับ’ ส่วนมากเรามักจะคุ้นเคยกับล็อบบี้ในโรงแรมหรือรีสอร์ท ที่มีการตกแต่งหรูหราโอ่อ่า ชวนสะดุดตาตั้งแต่แรกพบ แต่หากลองสังเกตสถาปัตยกรรมจากทั่วทุกมุมโลก เราจะพบว่าพื้นที่โถงต้อนรับยังเป็นที่นิยมสำหรับการออกแบบบ้านเช่นกัน 

โถงต้อนรับ, Genkan, Foyer, การออกแบบโถงต้อนรับ, เคล็ดลับการออกแบบโถงต้อนรับ, ตัวอย่างการออกแบบโถงต้อนรับ

อย่างบ้านเดี่ยวหรืออะพาร์ตเมนต์ส่วนใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น ที่มักจะมีพื้นที่เล็ก ๆ บริเวณประตูทางเข้าบ้าน และมีระดับพื้นต่ำกว่าพื้นที่หลักของบ้านเล็กน้อย เรียกว่า Genkan (เก็นคัง) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ใช้สำหรับเปลี่ยนรองเท้าก่อนเข้า-ออกบ้าน หรือเป็นจุดรอสำหรับแขกผู้มาเยือน ข้อดีของการมี Genkan อยู่หน้าทางเข้าคือ ช่วยป้องกันฝุ่นและสิ่งสกปรกจากข้างนอก ที่สามารถเล็ดลอดเข้าไปในพื้นที่หลักของบ้านได้ ถือเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของบ้านที่บ่งบอกถึงความพิถีพิถันและเป็นระเบียบของคนญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน 

ในประเทศทางฝั่งตะวันตกเองก็มีโถงต้อนรับของบ้านเช่นกัน โดยโถงนี้จะถูกเรียกว่า Foyer (ฟัว-เย) ซึ่งเป็นศัพท์ที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการออกแบบ หมายถึงพื้นที่โถงต้อนรับในอาคารทุกประเภท ซึ่ง Foyer จะทำหน้าที่เป็นจุดเปลี่ยนผ่านระหว่างนอกบ้านและในบ้าน ที่กั้นความเป็นส่วนตัวให้กับพื้นที่ด้านใน ช่วยให้เรามีเวลาเตรียมพร้อมก่อนออกจากบ้าน รวมถึงปรับโหมดอารมณ์ให้ผ่อนคลายหลังจากกลับมา ยิ่งไปกว่านั้นดีไซน์ของ Foyer ที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์ ยังสามารถสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนเช่นเดียวกัน และนี่คือไอเดียตกแต่งบ้านให้สวยมัดใจได้ตั้งแต่แรกพบที่เรานำมาฝากวันนี้กัน

จัดระเบียบให้ทางเดินด้วยชั้นวางของ Built-in

ชั้นวางรองเท้าเป็นของที่มาคู่กับประตูทางเข้าบ้านเสมอ แม้บางครั้งเราจะจัดรองเท้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อย แต่สุดท้ายก็ไม่วายกลับมายุ่งเหยิงอีกรอบ ซึ่งชั้นวางรองเท้าหรือชั้นวางแบบ Built-in ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยจัดการมุมนี้ได้ดี โดยดีไซน์ตู้ให้สูงตั้งแต่พื้นจรดเพดานและยาวตลอดทั้งแนว ทำให้ดูเรียบเนียนราวกับเป็นผนังอีกชั้น ตอบโจทย์ทั้งความสวยงามและฟังก์ชัน รวมถึงอาจมีการตกแต่งด้วยลูกเล่นต่าง ๆ เข้าไปให้เกิดความน่าสนใจยิ่งขึ้น เช่น การกรุกระจกเงาอีกชั้น ทำให้บ้านดูเรียบหรู และสามารถใช้ตรวจเช็คความเรียบร้อยก่อนออกจากบ้าน, การทาสีสันที่ชื่นชอบ เพื่อสร้างบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา, การฝังไฟหลืบด้านในหรือด้านใต้ตู้ ทำให้บ้านดูทันสมัยและเอื้อต่อการใช้งานทุกช่วงเวลา เป็นต้น

เต็มเติมความสะดวกสบายด้วยเก้าอี้สตูลยาว

หลายคนอาจไม่คุ้นชินกับการใช้เก้าอี้สตูลยาวหรือม้านั่ง เนื่องจากเป็นที่นิยมในฝั่งประเทศทางตะวันตกมากกว่าประเทศทางตะวันออกอย่างไทยเรา แต่หากกล่าวถึงประโยชน์ในเชิงการใช้งานแล้ว เก้าอี้สตูลถือเป็นฟังก์ชันที่ตอบโจทย์กับโถงต้อนรับอย่างยิ่ง โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุ หรือสำหรับใครที่มีรองเท้าหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเก้าอี้สตูลจะช่วยให้เราสามารถนั่งใส่รองเท้าได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องนั่งพื้นให้เสื้อผ้าสกปรก รวมถึงสามารถใช้เป็นที่นั่งพักคอยสำหรับแขกที่เข้ามารอบริเวณโถงต้อนรับได้เช่นกัน และความสูงที่เหมาะสมสำหรับเก้าอี้สตูล จะสูงจากพื้นประมาณ 40 เซนติเมตร ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าความสูงของเก้าอี้ทั่วไปเล็กน้อย 

จัดแต่งแสงไฟอย่างเหมาะสม เพื่อปรับอารมณ์ให้ผ่อนคลาย

หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับสภาพอากาศทั้งร้อนทั้งชื้นจากภายนอกมาทั้งวัน การได้กลับบ้านมาพักผ่อนคงเป็นสวรรค์ของใครหลาย ๆ คน แต่หากเปิดประตูเข้ามาแล้วพบกับความมืดสนิททันที อาจทำให้ความรู้สึกดีใจแปรเปลี่ยนกลายเป็นความหว้าเหว่ โหวงเหวงใจแทนได้ ยิ่งไปกว่านั้นการเปลี่ยนแปลงระดับแสงโดยฉับพลันสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพตาได้เช่นกัน ดังนั้นโถงต้อนรับที่เป็นพื้นที่ระหว่างภายในและภายนอกบ้าน จึงควรมีการตกแต่งแสงไฟเพื่อปรับอารมณ์และสายตา ให้ร่างกายของเราค่อยๆ เข้าสู่โหมดพักผ่อน ซึ่งหากใครต้องการขับเน้นบรรยากาศให้ผ่อนคลายและทันสมัย ควรใช้ประเภท ‘ไฟหลืบ ไฟซ่อน’ เป็นจุดเด่น เพราะแสงที่ส่องกระจายออกมาจะดูนุ่มนวล เบาสบาย ในขณะเดียวกันหากต้องการสร้างภาพจำที่ชวนสะดุดตา การใช้โคมไฟที่มีดีไซน์โดดเด่นก็เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน นอกจากนี้สีของแสงไฟที่เหมาะสมสำหรับโถงต้อนรับ ยังสามารถใช้ได้ทั้งแสงไฟสี Warm white ที่ให้บรรยากาศอบอุ่น หรูหรา และสี Natural white ที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ เข้าได้กับบ้านทุกสไตล์

เปิดรับความสดชื่นจากต้นไม้ ช่วยเติมพลังบวกให้กับทุกวัน

การออกแบบสวนคอร์ทยาร์ดไว้บริเวณโถงทางเข้าก็เป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจ ที่ช่วยเปิดพื้นที่ให้แสงแดดและอากาศธรรมชาติไหลเวียนเข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างปลอดโปร่ง ทำให้บรรยากาศภายในบ้านมีความร่มรื่น อยู่สบายตลอดทั้งวัน ทั้งยังสามารถออกแบบให้เป็นจุดเด่นของบ้านได้เช่นกัน โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะมีการปลูกไม้ยืนต้นที่มีรูปทรงสวยงาม เพื่อใช้เป็นจุดโฟกัสดึงดูดสายตาและสร้างร่มเงาขนาดใหญ่ และปลูกไม้พุ่ม ไม้ยืนต้นขนาดเล็กหรือไม้คลุมดิน เพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์ และเสริมภาพรวมของสวนให้สวยงาม สำหรับชนิดพืชพรรณที่ใช้นั้นจะขึ้นอยู่กับสไตล์สวนที่เราต้องการ ความสะดวกในระหว่างการขนย้าย และการดูแลรักษาทั้งก่อนและหลังปลูกต้นไม้ สำหรับบ้านที่มีพื้นที่ไม่เพียงพอต่อการออกแบบสวนคอร์ทยาร์ด ก็สามารถเปลี่ยนมาตกแต่งด้วยไม้กระถางก็ได้เช่นกัน 

GIESTA DOOR เปิดประตูสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของครอบครัว

นอกจากโถงต้อนรับแล้ว ‘ประตูหน้าบ้าน’ ถือด่านแรกสุดที่เราพบเจอเมื่อจะเข้าบ้าน การใช้ประตูที่สัมผัสได้ถึงคุณภาพระดับไฮคลาสตั้งแต่แรกพบ ก็เป็นสิ่งที่สามารถบ่งบอกถึงคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัยได้เช่นกัน อย่างประตูโลหะสำเร็จรูปลายไม้ รุ่น GIESTA จาก TOSTEM ที่ตอบโจทย์บ้านทุกสไตล์ ด้วย 4 รูปแบบดีไซน์และ 7 สีสันของประตูให้เลือกตามสไตล์ที่ชอบ โดดเด่นด้วยฟังก์ชันมือจับที่ใช้งานง่าย มาพร้อมกับระบบป้องกันความปลอดภัยสูง ที่ติดตั้งตัวล็อกหลายจุด สามารถป้องกันผู้บุกรุกอย่างแน่นหนา และมีซีลยางรอบวงกบ ที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากประตูหนีบ ทั้งยังป้องกันการรั่วซึมของน้ำ, ความร้อนและเสียงรบกวนจากข้างนอกได้ดี 

โถงต้อนรับ, Genkan, Foyer, การออกแบบโถงต้อนรับ, เคล็ดลับการออกแบบโถงต้อนรับ, ตัวอย่างการออกแบบโถงต้อนรับ

ที่สำคัญประตู GIESTA ยังมีนวัตกรรมพิเศษ GIESTA AIRFLOW ซึ่งเป็นหน้าต่างระบายอากาศแบบฝังในบาน มาพร้อมกับมุ้งกันแมลง ที่ช่วยสร้างการไหลเวียนอากาศที่ดีภายในบ้าน ช่วยระบายความร้อน ความชื้น หรือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ออกไป และแทนที่ด้วยลมธรรมชาติจากข้างนอก ทำให้บ้านเย็นสบายตลอดทั้งวัน ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าไปอีกขั้น 

โถงต้อนรับ, Genkan, Foyer, การออกแบบโถงต้อนรับ, เคล็ดลับการออกแบบโถงต้อนรับ, ตัวอย่างการออกแบบโถงต้อนรับ

การเลือกประตูหน้าบ้านและการออกแบบโถงทางเข้าที่ดี ไม่เพียงแค่สร้างความประทับใจแก่แขกผู้มาเยือนเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างความสุขให้กับผู้อยู่อาศัย ผ่านดีไซน์และฟังก์ชันที่อำนวยความสะดวกให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับวันใหม่ และต้อนรับการกลับบ้านอย่างอบอุ่นและผ่อนคลาย ดังนั้น TOSTEM จึงตั้งใจออกแบบทุกผลิตภัณฑ์ด้วยความใส่ใจ และตรวจสอบกระบวนการผลิตอย่างเข้มงวด เพื่อให้ประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียมจาก TOSTEM เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน 

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากแบรนด์ TOSTEM สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์ด้านล่างเลย

เปิดโชว์รูม TOSTEM Studio แห่งแรกของภาคตะวันตก

เปิดโชว์รูม TOSTEM Studio แห่งแรกของภาคตะวันออก

โดย บริษัท สัตยะดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ TOSTEM เปิด TOSTEM Studio อย่างเป็นทางการ ภายใต้คอนเซป Empowering Innovation and Technology for Sustainable Living Space Development แห่งแรกของจังหวัดกาญจนบุรี

เปิดโชว์รูม TOSTEM Studio แห่งแรกของภาคตะวันออก

ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณวิชา วรสายัณห์ ลีดเดอร์ กลุ่มธุรกิจเฮาส์ซิ่ง เทคโนโลยี บริษัท แอล เอช ที เอเชีย เซลส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง ขึ้นกล่าวเปิดงาน โดยกล่าวถึงความเป็นมาของ TOSTEM กว่า 100 ปี ความสำเร็จของ TOSTEM ในประเทศไทย และตอกย้ำแนวคิด Empowering Innovation and Technology for Sustainable Living Space Development ของ TOSTEM ที่มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ยังมีพิธีฉลองการเปิดตัว TOSTEM Studio โดยผู้บริหารของทั้ง 2 บริษัทร่วมกันนับถอยหลังและเปิดแชมเปญฉลอง

ภายในงานยังมีการเสวนาในหัวข้อ Empowering Innovation and Technology for Sustainable Living Space Development โดยได้รับเกียรติจาก คุณณัฐณิชา สุธนไพบูลย์ ผู้บริหาร บริษัท สัตยะดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด คุณวิชา วรสายัณห์ และ คุณธีรราช กองพารา บริษัท เวลท์เฮ้าส์ 99 คอนสตรัคชั่น จำกัด ร่วมพูดคุยถึงแนวทางการพัฒนาธุรกิจที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี

เปิดโชว์รูม TOSTEM Studio แห่งแรกของภาคตะวันออก
คุณณัฐณิชา สุธนไพบูลย์ ผู้บริหาร บริษัท สัตยะดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด

คุณณัฐณิชา สุธนไพบูลย์ ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นของบริษัท สัตยะดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพสูงและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยบริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ TOSTEM ในประเทศไทย

เปิดโชว์รูม TOSTEM Studio แห่งแรกของภาคตะวันออก
คุณธีรราช กองพารา บริษัท เวลท์เฮ้าส์ 99 คอนสตรัคชั่น จำกัด

คุณธีรราช กองพารา ได้กล่าวถึงแนวคิดในการพัฒนาธุรกิจที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การติดตั้งระบบประหยัดพลังงาน เป็นต้น

โชว์รูม TOSTEM Studio โดย บริษัท สัตยะดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด แห่งนี้ เปิดให้บริการวันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 08.00 – 17.00 น ผู้ที่สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 084-469-5926

การเดินทาง: https://maps.app.goo.gl/k7HKYCHa8QGnRiScA

1 2 3 5