บ้านยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรือคอนโด ต่างให้ความสำคัญกับการใช้พื้นที่ให้คุ้มค่า เพราะหลายครั้งพื้นที่เดียวต้องรองรับหลายกิจกรรม ทั้งทำงาน พักผ่อน และใช้เวลาร่วมกัน ทำให้หลายคนมองหาวิธีจัดสรรพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน โดยยังคงความโปร่งและเชื่อมต่อบรรยากาศภายในบ้าน
หนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการจัดสรรพื้นที่คือ ประตูและฉากกั้นห้อง ซึ่งช่วยแบ่งพื้นที่ได้อย่างเป็นสัดส่วน โดยยังคงความโปร่งและความสวยงามของบ้านไว้ได้
ปัจจุบันประตูและฉากกั้นห้อง มีหลายรูปแบบ เช่น บานเลื่อนแขวน บานเปิด บานเฟี้ยม หรือแบบฟิกซ์ ซึ่งแต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานต่างกัน
วันนี้ TOSTEM จะพาไปรู้จักประเภทของฉากกั้นห้อง พร้อมไอเดียกั้นห้องสวย ๆ และวิธีเลือกให้เหมาะกับพื้นที่และไลฟ์สไตล์ของคุณกัน!
ฉากกั้นห้องคืออะไร? ช่วยจัดสรรพื้นที่ในบ้านได้อย่างไร
ฉากกั้นห้อง คือองค์ประกอบการตกแต่งภายในที่ใช้แบ่งพื้นที่ใช้งานให้เป็นสัดส่วน โดยยังคงความต่อเนื่องของพื้นที่และเปิดรับแสงธรรมชาติได้ดี จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างในบ้านยุคใหม่ คอนโด รวมถึงสำนักงานที่ต้องการความยืดหยุ่นในการจัดพื้นที่
ปัจจุบันฉากกั้นห้องมีให้เลือกหลายรูปแบบ ซึ่งสามารถเลือกให้เหมาะกับขนาดพื้นที่ ฟังก์ชันการใช้งาน และสไตล์การตกแต่งของแต่ละบ้านได้
- แบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น การจัดสเปซให้ชัดเจนช่วยให้บ้านใช้งานสะดวกขึ้น เช่น แยกห้องนั่งเล่น มุมทำงาน หรือ Walk-in Closet โดยใช้ฉากกั้นห้องเพื่อกำหนดขอบเขตพื้นที่อย่างลงตัว
- เพิ่มความเป็นส่วนตัว พร้อมคงความโปร่งโล่ง สำหรับบ้านที่ไม่อยากให้ดูทึบ ฉากกั้นห้องกระจก ช่วยแบ่งพื้นที่ได้เป็นสัดส่วน พร้อมเปิดรับแสงธรรมชาติ ทำให้บ้านดูสว่างและกว้างขึ้น อีกทั้งยังเลือกใช้กระจกใสหรือฝ้าให้เหมาะกับระดับความเป็นส่วนตัวได้ เช่น ห้องนอน ห้องทำงาน หรือห้องแต่งตัว
- ช่วยจัดฟังก์ชันการใช้งานให้ชัดเจน การแบ่งพื้นที่ช่วยให้บ้านเป็นระเบียบมากขึ้น เช่นใช้ฉากกั้นแบ่งพื้นที่ระหว่างห้องนั่งเล่นกับโต๊ะทานอาหารในคอนโดขนาดเล็ก แยกครัวแบบเปิดออกจากโซนรับแขกเพื่อลดกลิ่นและควัน หรือกั้นมุมทำงานภายในห้องนอนให้มีสมาธิมากขึ้น รวมถึงการจัดพื้นที่ Walk-in Closet ให้เป็นสัดส่วนโดยไม่ต้องปิดทึบทั้งห้อง
- เติมความโดดเด่นให้การตกแต่งภายใน นอกจากฟังก์ชันแล้ว ฉากกั้นห้องยังช่วยเสริมบรรยากาศบ้าน โดยเฉพาะแบบกระจกกรอบอะลูมิเนียมดีไซน์เรียบ ที่เข้ากับหลายสไตล์ เมื่อเลือกดีไซน์และสีให้เหมาะสม จะช่วยให้บ้านดูโปร่ง สวย และมีมิติมากขึ้น
ประตูและฉากกั้นห้องมีกี่แบบ? ทำความรู้จัก 4 รูปแบบยอดนิยม เลือกแบบไหนให้เหมาะกับบ้าน
1. ฉากกั้นห้องแบบบานเลื่อนแขวน (Hanging Door)

หากกำลังมองหาฉากกั้นห้องแบบเลื่อนได้ที่ใช้งานสะดวกและช่วยประหยัดพื้นที่ บานเลื่อนแขวนถือเป็นตัวเลือกยอดนิยม เพราะระบบรางติดตั้งอยู่ด้านบน ทำให้พื้นด้านล่างเรียบต่อเนื่อง ไม่มีรางให้สะดุดสายตาหรือกีดขวางการเดิน
จุดเด่น
- ประหยัดพื้นที่ เพราะไม่ต้องเผื่อระยะเปิดบาน
- เปิด-ปิดได้ลื่นไหล เหมาะกับการใช้งานทุกวัน
- ทำให้พื้นที่เชื่อมต่อกันได้อย่างต่อเนื่อง
- เหมาะกับบ้าน คอนโด และสำนักงาน
เหมาะสำหรับ
- ห้องนั่งเล่น
- ห้องครัว
- ห้องทำงานภายในบ้าน
- ห้องประชุมขนาดเล็ก
- พื้นที่เชื่อมห้องนั่งเล่นกับพื้นที่อเนกประสงค์
ฉากกั้นห้องบานเลื่อนแขวน แบบเปิดพร้อมกัน (Synchronized Hanging Door)
หากเป็นช่องเปิดขนาดใหญ่ สามารถเลือกใช้ประตูและฉากกั้นห้องบานเลื่อนแขวนที่มาพร้อมนวัตกรรม Synchronized Hanging Door ที่ช่วยให้บานทั้งสองฝั่งเลื่อนเปิด-ปิดพร้อมกันได้อย่างนุ่มนวล เพียงเลื่อนบานเดียว ก็ช่วยให้การใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการเปิดช่องทางเดินกว้างและใช้งานเป็นประจำ
จุดเด่น
- เปิด-ปิดสองฝั่งพร้อมกันด้วยการเลื่อนเพียงครั้งเดียว
- ใช้งานง่ายและนุ่มนวล
- เหมาะกับช่องเปิดขนาดกว้าง
- สร้างความต่อเนื่องของพื้นที่ได้อย่างลงตัว
เหมาะสำหรับ
- ห้องรับแขก
- ห้องประชุม
- พื้นที่เชื่อมห้องนั่งเล่นกับพื้นที่อเนกประสงค์
ฉากกั้นห้องบานเลื่อนแขวน แบบเข้ามุม (Corner Hanging Door)

สำหรับบ้านที่ต้องการใช้พื้นที่บริเวณมุมให้เกิดประโยชน์สูงสุด ฉากกั้นห้องที่เป็นประตูบานแขวนแบบเข้ามุม (Corner Hanging Door) เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะสามารถเปิดพื้นที่บริเวณมุมได้กว้าง ทำให้ห้องดูโปร่งและเชื่อมต่อกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
จุดเด่น
- เปิดพื้นที่บริเวณมุมได้กว้าง
- เหมาะกับพื้นที่รูปตัว L
- ช่วยเพิ่มมิติให้การออกแบบภายใน
- ให้ความรู้สึกโปร่งและทันสมัย
เหมาะสำหรับ
- มุมรับแขก
- ห้องประชุม
- Walk-in Closet
- พื้นที่อเนกประสงค์ภายในบ้าน
2. ฉากกั้นห้องแบบบานเฟี้ยม (Folding Door)

ประตูและฉากกั้นห้องแบบบานเฟี้ยม เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับพื้นที่ที่ต้องการเปิดเชื่อมถึงกันได้กว้าง ตัวบานจะพับเก็บเข้าหากันเมื่อเปิดใช้งาน จึงช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดสรรพื้นที่ และสร้างบรรยากาศที่โปร่งโล่งได้เป็นอย่างดี
จุดเด่น
- เปิดและพับเก็บบานได้สะดวก
- เชื่อมต่อพื้นที่ภายในได้อย่างต่อเนื่อง
- เหมาะกับช่องเปิดขนาดใหญ่
- ช่วยให้บ้านดูโปร่งและรับแสงธรรมชาติได้ดี
เหมาะสำหรับ
- ห้องนั่งเล่นเชื่อมสวน
- ห้องรับประทานอาหาร
- ห้องอเนกประสงค์
- พื้นที่ที่ต้องการเปิดเชื่อมต่อภายในและภายนอกบ้าน
3. ฉากกั้นห้องแบบบานเปิด (Swing Door)

ประตูและฉากกั้นห้องแบบบานเปิด เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความสะดวกในการเข้า-ออก พร้อมดีไซน์เรียบที่กลมกลืนกับการตกแต่งบ้านหลากหลายสไตล์ ด้วยกรอบอะลูมิเนียมและกระจกที่ช่วยให้พื้นที่ดูโปร่งสบาย จึงสามารถแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนได้โดยไม่ทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูอึดอัด
จุดเด่น
- เปิดใช้งานสะดวก
- ดีไซน์เรียบ เข้ากับบ้านหลากหลายสไตล์
- เหมาะกับพื้นที่ที่มีการใช้งานเป็นประจำ
- ให้ความรู้สึกโปร่งด้วยกรอบอะลูมิเนียมและกระจก
เหมาะสำหรับ
- ห้องทำงาน
- ห้องแต่งตัว
- ห้องนอน
- ห้องรับแขก
ฉากกั้นห้องบานเปิด แบบปรับตำแหน่งจุดหมุนได้ (Floor Spring Swing Door)

สำหรับผู้ที่ต้องการอิสระในการออกแบบทิศทางการเปิด-ปิด ควรเลือกประตูและฉากกั้นห้องบานเปิดที่มาพร้อมนวัตกรรมแกนหมุนพื้น (Floor Spring) ซึ่งช่วยให้สามารถเลือกตำแหน่งจุดหมุนของบานได้ ทั้งแบบหมุนจากขอบบานหรือกึ่งกลางบาน รองรับการเปิด-ปิดได้สูงสุด 360 องศา เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบและการใช้งานของแต่ละพื้นที่
จุดเด่น
- เลือกตำแหน่งจุดหมุนของบานได้ตามการใช้งาน
- รองรับการเปิด-ปิดได้สูงสุด 360 องศา
- เพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบพื้นที่
- ดีไซน์เรียบต่อเนื่อง เข้ากับบ้านสมัยใหม่
เหมาะสำหรับ
- พื้นที่ที่มีการสัญจรบ่อย
- ห้องทำงาน
- ห้องประชุม
- ห้องอเนกประสงค์
4. ฉากกั้นห้องกระจกแบบฟิกซ์ (Fixed Divider)

หากต้องการแบ่งพื้นที่โดยไม่จำเป็นต้องเปิด-ปิดบ่อย ฉากกั้นห้องกระจกแบบฟิกซ์ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ มากเพราะช่วยกำหนดขอบเขตพื้นที่ได้อย่างชัดเจน พร้อมเปิดรับแสงธรรมชาติ ทำให้บ้านยังดูสว่างและโปร่งโล่ง
จุดเด่น
- แบ่งพื้นที่โดยไม่บังสายตา
- รับแสงธรรมชาติได้เต็มที่
- ช่วยให้บ้านดูโปร่งและกว้างขึ้น
- ดีไซน์มินิมอล เข้ากับบ้านหลายสไตล์
เหมาะสำหรับ
- โฮมออฟฟิศ
- มุมอ่านหนังสือ
- ห้องรับแขก
- พื้นที่พักผ่อนภายในบ้าน
เลือกฉากกั้นห้องแบบไหนดี? ให้เหมาะกับการใช้งาน
เมื่อรู้จักประเภทของฉากกั้นห้องแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกให้เหมาะกับพื้นที่และไลฟ์สไตล์ เพื่อให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและกลมกลืนกับการตกแต่งภายในบ้าน
- เลือกตามขนาดของพื้นที่: หากเป็นคอนโดหรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ฉากกั้นห้องแบบเลื่อนได้จะช่วยประหยัดพื้นที่และทำให้การใช้งานคล่องตัว ส่วนบ้านที่มีพื้นที่กว้างอาจเลือกใช้บานเปิดหรือบานเลื่อนแขวนแบบเข้ามุมเพื่อเปิดพื้นที่ได้อย่างเต็มที่
- เลือกตามลักษณะการใช้งาน: พิจารณาความถี่ในการใช้งาน หากต้องเปิด-ปิดทุกวัน บานเลื่อนหรือบานเปิดจะตอบโจทย์อย่างมาก แต่หากต้องการเพียงแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน ฉากกั้นห้องกระจกแบบฟิกซ์ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม
- เลือกตามระดับความเป็นส่วนตัว: หากต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เช่น ห้องนอนหรือห้องทำงาน สามารถเลือกใช้กระจกฝ้าหรือกระจกที่ช่วยพรางสายตาได้ ขณะที่พื้นที่ส่วนกลางอย่างห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก กระจกใสจะช่วยให้บ้านดูโปร่งและสว่างกว่า
- เลือกวัสดุที่แข็งแรงและดูแลรักษาง่าย: โครงสร้างอะลูมิเนียมเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยม เพราะมีน้ำหนักเบา แข็งแรง ไม่เป็นสนิม และดูแลรักษาง่าย เมื่อใช้งานร่วมกับกระจกคุณภาพดี ก็ช่วยให้ทั้งความสวยงามและความทนทานในระยะยาว
- เลือกดีไซน์ให้เข้ากับสไตล์บ้าน: นอกจากฟังก์ชันแล้ว ควรเลือกดีไซน์ สี และรูปแบบของกรอบให้เข้ากับสไตล์บ้าน ไม่ว่าจะเป็นโมเดิร์น มินิมอล ลักชัวรี หรือ Contemporary เพื่อให้ฉากกั้นห้องกลายเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยเติมเสน่ห์ให้พื้นที่ภายในบ้านได้อย่างลงตัว
ก่อนตัดสินใจเลือกฉากกั้นห้องให้เหมาะกับบ้าน ลองศึกษาข้อควรรู้เพิ่มเติมจากบทความ 5 INTERIOR DOOR TIPS ข้อควรรู้ก่อนกั้นห้องใหม่ เพื่อช่วยให้วางแผนการแบ่งพื้นที่ได้ง่ายขึ้นและตอบโจทย์การใช้งานมากยิ่งขึ้น
5 ไอเดียกั้นห้อง ช่วยเพิ่มฟังก์ชันให้บ้าน
นอกจากช่วยแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนแล้ว ฉากกั้นห้อง ยังเป็นองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานและเสริมความสวยงามให้บ้านได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรือคอนโด ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลายพื้นที่ มาดูกันว่ามีเทคนิคและไอเดียกั้นห้องแบบไหนที่น่าสนใจบ้าง
กั้นห้องนั่งเล่นกับห้องอาหาร
สำหรับบ้านที่มีพื้นที่แบบ Open Plan การแบ่งโซนระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องอาหารจะช่วยให้แต่ละพื้นที่มีฟังก์ชันชัดเจนยิ่งขึ้น โดยยังคงความต่อเนื่องของบรรยากาศภายในบ้าน
การเลือกใช้บานเลื่อนแขวนเป็นฉากกั้นห้อง ช่วยให้สามารถเปิดพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมร่วมกัน หรือเลื่อนปิดเมื่อต้องการจัดมุมรับแขกหรือรับประทานอาหารแบบเป็นสัดส่วนได้อย่างสะดวก ตอบโจทย์บ้านที่ต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งาน
กั้นมุมทำงานภายในบ้าน
ยุคนี้การทำงานที่บ้านกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับใครหลาย ๆ คน การมีมุมทำงานที่เป็นสัดส่วนจะช่วยเพิ่มสมาธิและลดสิ่งรบกวนได้มากขึ้น
หากมีพื้นที่จำกัด การเลือกใช้ฉากกั้นห้องแบบเลื่อนได้ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะสามารถแบ่งพื้นที่ทำงานออกจากโซนพักผ่อนได้โดยไม่ทำให้บ้านดูแคบ และเมื่อเลื่อนเปิดก็กลับมาเป็นพื้นที่เดียวกันได้อย่างลงตัว
กั้นห้องนอนในคอนโดสตูดิโอ
คอนโดแบบสตูดิโอเป็นพื้นที่เปิดโล่งทั้งหมด การเพิ่มฉากกั้นห้องนอนจะช่วยแบ่งพื้นที่พักผ่อนออกจากมุมนั่งเล่นหรือมุมทำงาน ทำให้ห้องดูเป็นสัดส่วนและน่าอยู่มากขึ้น
สำหรับคนที่ไม่อยากให้ห้องดูเล็กลง การเลือกใช้ฉากกั้นกระจกใสหรือกระจกฝ้า จะช่วยรักษาความโปร่งของพื้นที่ไว้ได้ พร้อมเพิ่มความเป็นส่วนตัวในเวลาเดียวกัน
กั้นห้องแต่งตัว (Walk-in Closet)
หากมีพื้นที่ภายในห้องนอนเพียงพอ การกั้นมุมแต่งตัวด้วยกระจกกรอบอะลูมิเนียม จะช่วยสร้าง Walk-in Closet ที่ดูเป็นสัดส่วนและทันสมัยมากขึ้น
นอกจากช่วยจัดระเบียบพื้นที่แล้ว ยังทำให้มุมแต่งตัวดูโปร่ง โล่ง และสามารถมองเห็นพื้นที่ภายในได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ห้องนอนดูมีมิติและหรูหรามากขึ้น
กั้นโซนสัตว์เลี้ยง
สำหรับบ้านที่มีน้องหมาหรือน้องแมว การแบ่งพื้นที่ให้สัตว์เลี้ยงเป็นสัดส่วนจะช่วยให้ดูแลได้สะดวกและทำให้บ้านเป็นระเบียบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมุมนอน มุมเล่น หรือพื้นที่วางอุปกรณ์ต่าง ๆ
การเลือกใช้ประตูและฉากกั้นห้องกระจก จะช่วยแบ่งพื้นที่ได้อย่างเป็นสัดส่วน พร้อมเปิดมุมมองให้เจ้าของสามารถมองเห็นและดูแลสัตว์เลี้ยงได้สะดวก โดยยังคงให้แสงธรรมชาติส่องผ่านและช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านดูโปร่งสบาย เหมาะกับบ้านที่ต้องการจัดสรรพื้นที่ให้ทั้งสมาชิกในครอบครัวและสัตว์เลี้ยงใช้ร่วมกันได้อย่างลงตัว
ทำไมฉากกั้นห้องกระจกอะลูมิเนียมจาก TOSTEM จึงเหมาะกับบ้านยุคใหม่


การเลือกประตูและฉากกั้นห้องภายในไม่ได้มีแค่เรื่องของการแบ่งพื้นที่เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อบรรยากาศ ความโปร่ง และการใช้งานในชีวิตประจำวัน หากเลือกวัสดุและระบบที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้บ้านดูสวยทันสมัย พร้อมใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นในระยะยาว
สำหรับใครที่กำลังมองหาประตูและฉากกั้นห้องกระจก ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์และฟังก์ชัน TOSTEM Interior System รุ่น IN16 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ด้วยระบบฉากกั้นห้องกระจกอะลูมิเนียมที่ออกแบบมาให้รองรับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ พร้อมตอบโจทย์การอยู่อาศัยของบ้านยุคใหม่
ดีไซน์กรอบบาง ช่วยให้บ้านดูโปร่งและทันสมัย
ฉากกั้นห้อง TOSTEM IN16 มาพร้อมกรอบอะลูมิเนียมดีไซน์บาง (Slim Frame) ที่ช่วยให้พื้นที่ดูโปร่ง สบายตา และเปิดรับมุมมองได้กว้างยิ่งขึ้น เมื่อใช้งานร่วมกับกระจกใสหรือกระจกฝ้า ก็ช่วยแบ่งพื้นที่ได้อย่างเป็นสัดส่วนโดยไม่ทำให้บ้านดูอึดอัด เหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์น มินิมอล และ Contemporary
ระบบประตูและฉากกั้นห้องที่เลือกได้หลากหลาย
ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ขนาดเล็กหรือช่องเปิดขนาดใหญ่ IN16 มีรูปแบบการใช้งานให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบบานเลื่อนแขวน (Hanging Door) ที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ล่าสุดอย่าง Synchronized Hanging Door สำหรับการเลื่อนเปิด-ปิดพร้อมกันทั้งสองฝั่ง และ Corner Hanging Door สำหรับการแบ่งพื้นที่แบบเข้ามุม รวมถึงบานเปิด (Swing Door) ที่มีนวัตกรรมใหม่อย่าง Floor Spring Swing Door ที่สามารถดีไซน์ทิศทางการเปิดได้ตามต้องการ และฉากกั้นกระจกแบบฟิกซ์ (Fixed Divider) ช่วยให้สามารถเลือกโซลูชันที่เหมาะกับลักษณะของแต่ละพื้นที่ได้อย่างลงตัว
เทคโนโลยีอะลูมิเนียมมาตรฐานญี่ปุ่น
TOSTEM พัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์ด้วยมาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่น โดยเลือกใช้อะลูมิเนียมคุณภาพสูงที่มีความแข็งแรง น้ำหนักเบา และคงความสวยงามในระยะยาว พร้อมเสริมความทนทานด้วยเทคโนโลยี TEXGUARD ที่ช่วยปกป้องสีและพื้นผิวของกรอบบานให้ดูสวยเหมือนใหม่ได้ยาวนาน อีกทั้งยังผ่านกระบวนการชุบสีอะโนไดซ์ (Anodizing) ซึ่งทำให้สีซึมลึกเข้าสู่เนื้ออะลูมิเนียมผ่านรูพรุนขนาดเล็กบนพื้นผิว ช่วยให้สีติดแน่น ทนต่อการใช้งาน และคงความสวยงามได้ยาวนาน เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการทั้งดีไซน์เรียบหรูและความทนทานในระยะยาว
รองรับการออกแบบบ้านได้หลากหลายสไตล์
ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายและสีของเฟรมที่สามารถเข้ากับวัสดุตกแต่งหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นไม้ หิน หรือผนังโทนสีเรียบ ทำให้ฉากกั้นห้องซีรีส์ IN16 สามารถนำไปใช้ได้กับบ้านหลายสไตล์ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโด หรือแม้แต่โฮมออฟฟิศ
ออกแบบเพื่อการใช้งานที่ยืดหยุ่น
บ้านในปัจจุบันมีการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ พื้นที่เดียวอาจเป็นทั้งมุมทำงาน มุมพักผ่อน หรือพื้นที่สำหรับใช้เวลาร่วมกับครอบครัว ระบบประตูและฉากกั้นห้องของ IN16 จึงถูกออกแบบมาเพื่อให้เปิด-ปิดพื้นที่ได้อย่างสะดวก ช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้ตามความต้องการ โดยยังคงความโปร่งและความสวยงามของพื้นที่ไว้ได้อย่างลงตัว
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฉากกั้นห้อง
A: ฉากกั้นห้องแบบบานเลื่อนเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการประหยัดพื้นที่เปิด-ปิด เพราะบานจะเลื่อนไปตามแนวราง ส่วนบานเปิดจะเปิดด้วยการผลักหรือดึง จึงเหมาะกับพื้นที่ที่มีระยะเปิดบานเพียงพอและต้องการเข้า-ออกได้สะดวก
A: หากต้องการความแข็งแรง ดูแลรักษาง่าย และดีไซน์ทันสมัย ฉากกั้นห้องกระจกที่ใช้กรอบอะลูมิเนียมเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยม เพราะมีน้ำหนักเบาแต่ทนทาน ไม่เป็นสนิม และยังช่วยให้บ้านดูโปร่ง
A: ฉากกั้นห้องที่มีการซีลที่แนบสนิท จะช่วยลดเสียงรบกวน กั้นกลิ่น และป้องกันฝุ่นละอองเข้าสู่ห้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
A: ปัจจุบันมีทั้งระบบรางบน (ไม่ต้องเจาะพื้น เดินไม่สะดุดเท้า) และระบบรางล่าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นการยึดเกาะกับโครงสร้างฝ้าหรือผนังเดิมที่มีความแข็งแรงอยู่แล้ว ทำให้มีงานเจาะหรือรื้อถอนน้อยมาก
A: แนะนำให้ใช้ฉากกั้นห้องแบบเลื่อนได้ที่เป็นกระจกใส เพราะจะช่วยประหยัดพื้นที่ในการเปิด-ปิด และความใสของกระจกจะไม่ทำให้รู้สึกว่าห้องถูกตัดให้แคบลง ช่วยรักษาความโปร่งโล่งเอาไว้ได้ดีที่สุด

