fbpx

Tag: TOSTEM THAILAND

เติมเต็มความงามให้กรอบประตูหน้าต่างกับสีแห่งปี 2026

ปี 2026 นับว่าเป็นปีที่น่าโดดเด่นในโลกของการออกแบบและสถาปัตยกรรม เพราะเป็น ครั้งแรกในรอบ 26 ปี ที่ Pantone เลือก “สีขาว” เป็น Color of the Year กับเฉด PANTONE 11-4201 Cloud Dancer สีขาวนุ่มนวลที่สื่อถึงความสงบ เรียบง่าย และการเริ่มต้นใหม่ในยุคที่ผู้คนโหยหาความชัดเจนท่ามกลางชีวิตอันวุ่นวาย

การมาถึงของ “สีขาว” ในฐานะ สีแห่งปี 2026 ทำให้ทั้งสถาปนิกและเจ้าของบ้านหันมาให้ความสำคัญกับรายละเอียดที่ทำให้บ้านดูสว่างและสะอาดตา และหนึ่งในจุดที่เปลี่ยนภาพรวมบ้านได้มากที่สุดก็คือ กรอบประตูหน้าต่าง โดยเฉพาะเมื่อเลือกใช้สี Natural White จาก TOSTEM ที่สะท้อนความงามของ Cloud Dancer ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านความสวยงาม ลุคเรียบสะอาดตา และความทนทานระยะยาวที่เหนือกว่าสีขาวทั่วไป ช่วยให้บ้านมีความโมเดิร์นที่สวยงามยาวนานมากยิ่งขึ้น

กรอบประตูหน้าต่าง รายละเอียดที่กำหนดความรู้สึกของบ้าน

หลายคนอาจมองว่าหน้าต่าง เป็นเพียงช่องแสงธรรมดา แต่สำหรับสถาปนิกแล้ว กรอบประตูและหน้าต่าง คือองค์ประกอบสำคัญที่กำหนดทั้งบุคลิกของบ้าน จังหวะแสงและเงา ความโปร่งโล่ง รวมไปถึงความรู้สึกสงบและเป็นระเบียบที่เกิดขึ้นเมื่อเส้นสายต่าง ๆ ถูกออกแบบอย่างลงตัว

และเมื่อเทรนด์การออกแบบมุ่งไปสู่ความเรียบง่าย สว่างสะอาด และปี 2026 ยังเป็นปีที่ “สีขาว” ถูกเลือกให้เป็นสีแห่งปี กรอบประตูหน้าต่างสีขาวจึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะให้ความรู้สึกสว่าง สะอาดตา และช่วยขับให้ภาพรวมของบ้านดูเรียบง่ายแต่มีมิติ ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป และยังมีข้อดีที่อยู่ได้นานโดยไม่ตกเทรนด์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านยุคนี้ให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ

Natural White จาก TOSTEM สีขาวที่ถูกคิดมาเพื่อบ้านยุคใหม่

สำหรับเจ้าของบ้านที่อยากให้ดีไซน์บ้านสอดรับกับเทรนด์ สีแห่งปี 2026 อย่างแท้จริง Natural White บนกรอบประตูและหน้าต่างอะลูมิเนียมจาก TOSTEM คือคำตอบที่ลงตัวที่สุด สีขาวเฉดนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ความขาวแบบธรรมชาติที่ ละมุน สะอาดตา พร้อมความเรียบโก้ที่เข้ากับสถาปัตยกรรมร่วมสมัยได้ทุกสไตล์ อีกทั้งยังผ่านการออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานภายนอกระยะยาวได้อย่างยอดเยี่ยม

โทนขาวสุดพรีเมียม ให้ความสงบและความเรียบง่าย 
ธรรมชาติของสี Natural White ให้ลุคที่นุ่มนวล ไม่แข็งทื่อ มองแล้วสบายตา เหมาะกับบ้านที่ต้องการความละมุนแต่ยังคงความโมเดิร์น

เข้ากับสไตล์บ้านทุกแบบ 
ไม่ว่าจะออกแบบบ้านสไตล์ไหน สีขาวคือโทนที่ช่วยให้ภาพรวมดูสว่าง สะอาด และร่วมสมัยเสมอ

ผิวสัมผัสพรีเมียมจากอะลูมิเนียมคุณภาพสูงของ TOSTEM 
พื้นผิวกรอบบานให้ความเนียนละเอียดแบบ Signature ของ TOSTEM ทำให้เฉดสีขาวยิ่งดูแพง และมีมิติ

มีนวัตกรรม TEXGUARD สีสวยยาวนาน ทำความสะอาดง่าย

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้กรอบประตูหน้าต่างสี Natural White ของ TOSTEM แตกต่างจากเฟรมสีขาวทั่วไป คือ เทคโนโลยี TEXGUARD ลิขสิทธิ์เฉพาะของ TOSTEM ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้ “สีอยู่กับบ้านของคุณได้ยาวนานที่สุด”

ด้วยกระบวนการเคลือบผิวแบบพิเศษ TEXGUARD จะช่วยปกป้องพื้นผิวอะลูมิเนียมจาก

  • แสงแดดและสภาพอากาศรุนแรง ที่ทำให้สีขาวทั่วไปซีดหรือเหลืองเร็ว
  • คราบสกปรกและฝังตัว จากฝุ่น ควัน และไอน้ำที่มักเกาะตามขอบเฟรม
    ทำให้สี Natural White ยังคงความนุ่มนวล สดใส และดูใหม่เหมือนวันติดตั้งอยู่เสมอ แม้จะผ่านไปหลายปี โดยไม่ต้องคอยเช็ดถูหรือบำรุงรักษาบ่อยครั้งเหมือนเฟรมสีขาวทั่วไป

เมื่อเทรนด์การออกแบบหันกลับมาให้คุณค่ากับความเรียบง่ายและความสว่างในโทนสีขาว บ้านหลังหนึ่งก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศได้อย่างน่าทึ่งเพียงแค่เลือกวัสดุที่ถูกต้อง 

และหากคุณกำลังวางแผนสร้างบ้าน รีโนเวต หรือกำลังมองหาวัสดุที่ช่วยยกระดับสไตล์บ้านในปี 2026 คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กรอบประตูหน้าต่าง สี Natural White จาก TOSTEM ได้ที่ท้ายบทความ



GRANTS Series พร้อมมุ้งจีบซ่อน ดีไซน์พรีเมียม ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

ในงานออกแบบบ้านยุคใหม่ ความเรียบง่ายและการใช้งานที่ตอบโจทย์จริงคือหัวใจสำคัญ GRANTS Series ประตู หน้าต่างอะลูมิเนียมจาก TOSTEM ถูกพัฒนาตามแนวคิด Less is More ด้วยดีไซน์ที่ซ่อนกรอบอย่างแนบเนียนในกรอบบาน ช่วยลดรอยต่อทางสายตา ไม่บดบังทัศนียภาพ และยังมาพร้อม ระบบมุ้งจีบซ่อนในเฟรม ที่ช่วยยกระดับทั้งดีไซน์และฟังก์ชันให้เหนือกว่าระบบมุ้งทั่วไป เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการทั้งความพรีเมียมและการใช้งานที่สะดวกสบายในทุกวัน

ดีไซน์ซ่อนกรอบ เรียบง่ายแต่หรูหรา

หนึ่งในจุดเด่นของ GRANTS Series ประตู หน้าต่างอะลูมิเนียมจาก TOSTEM คือการออกแบบที่เน้น เส้นสายเรียบง่าย และ ซ่อนองค์ประกอบที่ไม่จำเป็น ทำให้ช่องเปิดบ้านดูโปร่งโล่ง และช่วยให้มุมมองของผู้อยู่อาศัยไม่ถูกบดบัง รวมถึงออกแบบระบบรางเลื่อนลื่นไหล การเปิด-ปิดจึงเป็นไปอย่างนุ่มนวล ช่วยลดขอบเขตระหว่างพื้นที่ภายในบ้านและธรรมชาติภายนอก สร้างความรู้สึกกลมกลืนและเป็นอิสระทุกครั้งที่ใช้งาน

มุ้งจีบซ่อนในเฟรม ฟังก์ชันที่ทำงานร่วมกับดีไซน์อย่างสมดุล

ระบบมุ้งจีบ เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมสำคัญของ GRANTS Series ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องดีไซน์และการใช้งาน

  • ดีไซน์เรียบหรู สะท้อนความสวยงามที่ลงตัว

มุ้งจีบได้รับการออกแบบให้ผสานเป็นส่วนหนึ่งของวงกบประตูหน้าต่างอย่างแนบเนียน โดยไม่ต้องใช้รางเสริม จึงช่วยรักษาเส้นสายสถาปัตยกรรมให้เรียบและไม่รบกวนมุมมอง เมื่อเลื่อนปิด–เปิด การทำงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเมื่อไม่ใช้งานสามารถเลื่อนเก็บได้อย่างเป็นระเบียบ ส่งผลให้พื้นที่โดยรวมดูมินิมอล โปร่งเบา ตอบรับกับงานดีไซน์สมัยใหม่ได้อย่างสมบูรณ์

  • เปิดรับธรรมชาติ พร้อมป้องกันแมลง

บานมุ้งจีบจึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การระบายอากาศ รับลมและแสงธรรมชาติ เพื่อให้ผู้ใช้ได้สัมผัสบรรยากาศ และวิวพาโนรามาได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งตาข่ายมุ้งช่วยกันแมลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ มอบความสบายและบรรยากาศสดชื่นโดยไม่ลดทอนฟังก์ชันการใช้งาน

  • รองรับความสูงถึง 3 เมตร สร้างมุมมองแบบ Double Volume

สำหรับประตูบานเลื่อน GRANTS ซึ่งมุ้งจีบสามารถทำความสูงได้ถึง 3 เมตร ช่วยให้บ้านโปร่งโล่งแบบ Double Volume เปิดรับมุมมองกว้างขึ้น เสริมความหรูหรา และเชื่อมต่อธรรมชาติได้เต็มอิ่มยิ่งกว่าเดิม

  • ตอบโจทย์ทุกสไตล์บ้าน ด้วยดีไซน์และฟังก์ชันที่คิดมาครบ

GRANTS Series พร้อมมุ้งจีบ ไม่เพียงแต่ดีไซน์สวยและฟังก์ชันครบ แต่ยังออกแบบให้เข้ากับบ้านทุกสไตล์ พร้อมมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สะดวกสบายและสวยงามในทุกมิติ 

นอกจากนี้บานประตู–หน้าต่างรุ่น GRANTS มาพร้อมดีไซน์ทันสมัยที่เพิ่มพื้นที่กระจกให้มากขึ้น โดยออกแบบให้กรอบบานซ้อนทับกันเมื่อปิด และจัดแนวกรอบให้เป็นเส้นเดียวเมื่อเปิดเพื่อให้มุมมองต่อเนื่องไร้รอยต่อ ส่วนรางเลื่อนเป็นแบบแบนเรียบ ติดตั้งเสมอกับพื้นทั้งด้านในและด้านนอก ช่วยให้การใช้งานลื่นไหล เดินผ่านสะดวก พร้อมระบบซีลที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อป้องกันลมและน้ำรั่วซึมอย่างมีประสิทธิภาพ
หากคุณกำลังมองหาประตู–หน้าต่างที่ผสานดีไซน์พรีเมียมกับฟังก์ชันใช้งานครบครัน สามารถคลิกลิงก์ด้านล่างเพื่อชมรายละเอียดของ GRANTS Series และค้นหาแบบที่เหมาะกับสไตล์บ้านของคุณที่สุด



VIVE New Krungthepkreetha บทใหม่ของการอยู่อาศัยที่สะท้อนตัวตน

VIVE กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ โครงการล่าสุดจาก แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว 3 ชั้นดีไซน์ใหม่ ที่ออกแบบเพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่แตกต่าง และงดงามในทุกช่วงเวลา ภายใต้แนวคิด Identity Living Concept: 5 Spaces 5 Lifestyles ที่ให้แต่ละพื้นที่รองรับไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย พร้อมสะท้อนตัวตนที่ไม่ซ้ำใครของผู้อยู่อาศัย

โดดเด่นด้วย New Functions ที่ไม่เคยมีมาก่อนในโครงการ VIVE ได้แก่ Sphere Gallery ห้อง Glass House ขนาดใหญ่ เปิดรับแสงธรรมชาติรอบด้าน,  Hall of Light & Shade โถงบันไดที่เผยความงดงามของงานศิลป์จากแสงและเงาที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา, Frame of Art กระจกบานสูงพิเศษ ที่จัดวางมุมมองเสมือนกรอบภาพงานศิลป์, Duplex Inspiration ห้องนอนสไตล์ Duplex สร้างโลกส่วนตัวใบใหม่สำหรับปลดปล่อยจินตนาการอย่างไร้ขีดจำกัด และ The Patio Suite ห้องนอนที่เชื่อมต่อ Balcony กับสวนส่วนตัว เติมเต็มช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนสำหรับนักเดินทางในตัวคุณ

เนื่องจากโครงการให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ด้านหน้าบ้านจึงออกแบบให้เป็นผนังทึบ เพื่อปิดบังสายตาจากผู้สัญจรภายนอก ทำให้พื้นที่อยู่อาศัยภายในยังคงสงบและปลอดภัย ขณะเดียวกัน ช่องเปิด ถูกวางผังรอบ Courtyard ใจกลางบ้าน เพื่อดึงแสงธรรมชาติเข้าสู่ทุกมุมของบ้าน สร้างบรรยากาศที่โปร่งโล่ง ไม่รู้สึกอึดอัด แม้ตัวบ้านจะปิดทึบจากด้านนอกก็ตาม

ประตู GIESTA รุ่น P01 สี Turin Pine

และเพื่อให้หน้าบ้านดูมีมิติมากกว่าผนังที่ปิดทึบ โครงการเลือกใช้ GIESTA (P01) สี Turin Pine ลวดลายไม้สีดำ เป็นประตูหลักของบ้าน ซึ่งด้วย ดีไซน์ที่เรียบหรูช่วยเติมความโมเดิร์นและกลมกลืนไปกับสถาปัตยกรรมของตัวบ้านได้อย่างลงตัว
นอกจากความสวยงามแล้ว ประตู GIESTA ยังโดดเด่นด้านฟังก์ชัน ทั้งความแข็งแรง ระบบล็อกที่ปลอดภัย และการใช้งานที่นุ่มนวลทุกครั้งที่เปิด-ปิด มอบประสบการณ์สุดประทับใจในทุกครั้งที่กลับบ้าน ให้สมกับเป็นประตูต้อนรับ ที่สะท้อนรสนิยมของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง

เมื่อก้าวเข้าสู่ตัวบ้าน จะพบกับ โถงต้อนรับ Triple Volume ที่เผยให้เห็นความสูงโอ่อ่า สะดุดตาด้วยกระจกบานใหญ่พิเศษจาก TOSTEM รุ่น GRANTS สี Dusk Gray ช่วยขยายมิติของโถงกลางให้กว้างโปร่ง รับกับดีไซน์โมเดิร์นของบ้านอย่างลงตัว พร้อมเติมความเรียบหรูและความสมดุลในทุกมุมมอง เสมือนกรอบภาพงานศิลป์ที่เชื่อมโยงพื้นที่ภายในและภายนอกเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ถ่ายทอดทั้งเรื่องราวและรสนิยมของผู้อยู่อาศัยได้อย่างมีเอกลักษณ์

ถัดเข้ามาคือ Common Area ที่รวมมุมนั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหารไว้ด้วยกัน ก่อนเชื่อมต่อสู่ Courtyard ภายใน ทำให้บ้านเต็มไปด้วยแสงธรรมชาติและการระบายอากาศที่ดี สร้างบรรยากาศโปร่งโล่งตั้งแต่ก้าวแรก 

ทุกพื้นที่ของบ้านเปิดรับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ และเล่นกับมิติของแสงเงาที่เปลี่ยนแปลงตลอดวัน ช่วยเติมชีวิตชีวาให้ทุกมุม ราวกับบ้านไม่ได้เป็นเพียงที่พักอาศัย แต่เป็นสเปซที่มีชีวิต

มากกว่าความโปร่งสบายแล้ว การออกแบบยังเน้นพื้นที่เชื่อมต่อที่ยืดหยุ่น ปรับฟังก์ชันได้ตามไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย พร้อมรายละเอียดเล็กๆ ที่สร้างความแตกต่าง เช่น พื้นที่เว้าตรงช่องแสงในห้องครัว ที่ไม่เพียงปลูกต้นไม้ได้ แต่ยังช่วยรับแสงและระบายอากาศไปพร้อมกัน ซึ่งหนึ่งนวัตกรรมที่เติมเต็มความสบาย คือ AIRFLOW SLOT ช่องระบายอากาศ ในรุ่น WE70 และ WE PLUS สี Dusk Gray ที่ทำหน้าที่ระบายอากาศผ่านช่องพิเศษแทนการเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ ทำให้บ้านถ่ายเทอากาศได้ดี รวมทั้งยังเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตและความสบายให้ผู้อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ทุกมุมมองของบ้านถูกออกแบบให้เปิดกว้างและเชื่อมต่อกันอย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านการจัดวางสเปซและอัตราส่วนของ Double Volume ที่สูงถึง 6.9 เมตร ทำให้เกิดความรู้สึกของสเปซที่มีลำดับชั้นและจังหวะได้อย่างลงตัว พร้อม Double View ที่สามารถมองเห็นวิวสองฝั่งอย่างสมดุล ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งความโอ่อ่า และเสริมการเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ต่าง ๆ ทำให้ผู้อยู่อาศัยรับรู้ถึงสัดส่วน สเปซ และแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่

มุมมองที่เปิดกว้างและการไหลของพื้นที่เชื่อมต่อกันอย่างเป็นธรรมชาติ เกิดขึ้นได้จาก การเลือกใช้หน้าต่างและประตู TOSTEM ทั้งหลัง ได้แก่ รุ่น  GIESTA (P01) สี Turin Pine , WE70 Airflow Door & Airflow Slot , GRANTS, WE Plus และ ATIS สี Dusk Gray ทำให้ทุกบานหน้าต่างไม่ใช่เพียงองค์ประกอบทางกายภาพ แต่กลายเป็นเครื่องมือออกแบบที่เชื่อมโยงสเปซ มิติ และชีวิตประจำวัน ให้บ้านทั้งโปร่ง โล่ง และมีชีวิตชีวาในทุกมุมมอง

บริเวณชั้น 2 ของบ้าน ประกอบด้วย Collection Corridor พื้นที่ออกแบบมาเพื่อจัดโชว์ของสะสมและงานศิลปะต่าง ๆ จุดเด่นคือความสามารถในการมองเห็นจากพื้นที่นั่งเล่นด้านล่างโดยไม่ต้องขึ้นมาถึงชั้นสอง ทำให้ผลงานของเจ้าของบ้านถูกนำเสนออย่างเป็นธรรมชาติและเข้าถึงสายตาแขกอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ยังมี ห้องอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ที่ติดตั้งหน้าต่างบานใหญ่ ช่วยเปิดมุมมองลงไปยังพื้นที่นั่งเล่นด้านล่างอย่างชัดเจน หากต้องการความเป็นส่วนตัว สามารถติดตั้งม่านไฟฟ้าแบบบ้านตัวอย่างได้โดยไม่รบกวนความโปร่งของพื้นที่

ทุกวัสดุและดีไซน์ถูกเลือกมาเพื่อเติมเต็มสุนทรียภาพและฟังก์ชันของบ้าน โดยเฉพาะประตูและหน้าต่าง TOSTEM ที่ทำให้ทุกมุมของบ้านสวยงาม เต็มไปด้วยความสะดวกสบายและตอบโจทย์การอยู่อาศัยในระยะยาว

ทุกสเปซของบ้านเกิดจากการฟังและเข้าใจความต้องการของผู้อยู่อาศัย ทำให้บ้าน VIVE กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ไม่ใช่เพียงที่พักอาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคุณอย่างแท้จริง โดยเฉพาะห้องนอนทุกห้องที่มีขนาดกว้างขวาง พร้อมจุดเด่นและฟังก์ชันเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์และรสนิยมของสมาชิกแต่ละคนอย่างลงตัว

อย่างเช่น Master Bedroom ชั้น 3 ที่อยู่ด้านหลังบ้าน แต่ได้รับแสงธรรมชาติจากสองฝั่ง ทำให้ห้องสว่างและโปร่ง ส่วนภายในแบ่งเป็น โซนพักผ่อน และ โซนนั่งเล่น อย่างเป็นสัดส่วน พร้อมหน้าต่างบานเลื่อน รุ่น ATIS จาก TOSTEM ที่ผสานดีไซน์เรียบหรูกับฟังก์ชันครบครัน เปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่และสร้างมุมมองโปร่งสบาย ให้ห้องนอนกลายเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง
.
สอบถามรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ https://www.lh.co.th/th/vive/vive-new-krungthep-kreetha
สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ TOSTEM เพิ่มเติมได้ที่ https://tostemthailand.com/ 



TOSTEM Knowledge Sharing สู่ล้านนาตะวันออก เมืองพะเยา-กว๊านงาม เปิดเวทีปลุกพลังไอเดียนักออกแบบรุ่นใหม่ให้นิสิตสถาปัตย์ ม.พะเยา

TOSTEM Knowledge Sharing โครงการส่งเสริมทักษะ และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการออกแบบกรอบประตู – หน้าต่างอะลูมิเนียมสำเร็จรูป ให้กับนิสิตมหาวิทยาลัย และสถาบันการศึกษาชั้นนำของไทย โดย TOSTEM เดินหน้าส่งต่อองค์ความรู้และประสบการณ์จริง ปักหมุดจัดกิจกรรมส่งท้ายปี 2568 ที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา นำองค์ความรู้ด้านวัสดุกรอบประตู–หน้าต่างอะลูมิเนียม และนวัตกรรมการออกแบบสมัยใหม่ มาถ่ายทอดให้กับนิสิตถึงพื้นที่ “เมืองพะเยา–กว๊านงามกลางขุนเขา” เพื่อยกระดับทักษะด้านการออกแบบของนักศึกษาภาคเหนืออย่างเข้มข้น ผ่านกิจกรรมบรรยายเชิงลึกและเวิร์กช็อปการประกอบจริงแบบมืออาชีพ

นายวิชา วรสายัณห์ ลีดเดอร์ กลุ่มธุรกิจเฮาส์ซิ่งเทคโนโลยี บริษัท แอล เอช ที เอเซีย เซลส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า TOSTEM เดินหน้าส่งเสริมองค์ความรู้ด้านวัสดุกรอบประตู–หน้าต่างอะลูมิเนียมสู่สถาบันการศึกษาของไทยอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2568 ผ่านโครงการ TOSTEM Knowledge Sharing ที่จัดขึ้นในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระจายองค์ความรู้ด้านวัสดุกรอบประตู–หน้าต่างอะลูมิเนียมสมัยใหม่สู่สถาปนิกและนักออกแบบรุ่นใหม่ ในครั้งนี้ได้เดินทางสู่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเย เพื่อเป็นกิจกรรมส่งท้ายปี พร้อมนำองค์ความรู้ด้านวัสดุ นวัตกรรม และประสบการณ์ตรงจากภาคธุรกิจมาถ่ายทอดให้กับนิสิตในภาคเหนืออย่างเข้มข้น ซึ่งได้รับการตอบรับจากคณาจารย์และนิสิตที่ให้ความสนใจและเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นอย่างดี สำหรับภาคเหนือ—รวมถึงจังหวัดพะเยา—มีอัตลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมเฉพาะตัว การเข้าใจวัสดุใหม่ๆ และมาตรฐานสากลจะช่วยให้นิสิตสามารถต่อยอดงานออกแบบที่เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่นได้มากยิ่งขึ้น 

ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้าร่วมทั้งการบรรยายพิเศษเกี่ยวกับวิวัฒนาการของวัสดุกรอบประตูหน้าต่างอะลูมิเนียม เรียนรู้คุณสมบัติของวัสดุเชิงลึก ตั้งแต่การเลือกสเปก การประกอบชิ้นส่วน ไปจนถึงการใช้งานจริงในงานออกแบบสถาปัตยกรรม และกิจกรรม Product Assembling Workshop ที่เปิดโอกาสให้ทดลองประกอบจริง เรียนรู้มาตรฐานและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เพื่อทำความเข้าใจถึงการใช้งาน พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้นักศึกษาได้คิดสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ สำหรับงานออกแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัยต่อไปในอนาคต

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัมเรศ เทพมา คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา และนายลิขิต ใจดี รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิตและพันธกิจสัมพันธ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ให้การต้อนรับ และร่วมกล่าวเปิดกิจกรรม โดยท่านคณบดีกล่าวว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ทาง TOSTEM นำชุดความรู้และประสบการณ์จริงจากภาคอุตสาหกรรมมาถ่ายทอดให้กับนิสิต ถือเป็นคุณค่าที่หาไม่ได้จากตำรา การได้เรียนรู้วิวัฒนาการของวัสดุกรอบประตู–หน้าต่าง การประกอบจริง ทั้งหมดนี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญให้นิสิตสามารถเติบโตเป็นนักออกแบบที่มีความเข้าใจในวัสดุอย่างแท้จริง และพร้อมก้าวสู่เส้นทางวิชาชีพด้วยความมั่นใจ เชื่อว่าสิ่งที่ TOSTEM ถ่ายทอดในวันนี้ จะเป็นประสบการณ์ที่ติดตัวนิสิตไปอีกยาวนาน ด้านรองคณบดี กล่าวเสริมว่า กิจกรรม TOSTEM Knowledge Sharing ในวันนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่นิสิตของเราจะได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญจริงในวงการสถาปัตยกรรมและวัสดุก่อสร้าง การเข้าใจวัสดุอย่างอะลูมิเนียมในเชิงวิชาชีพ จะช่วยให้นิสิตนำไปต่อยอดองค์ความรู้ด้านการออกแบบได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของท้องถิ่นพะเยา ทั้งเรื่องภูมิอากาศ ไลฟ์สไตล์ และอัตลักษณ์ของงานสถาปัตยกรรมในภาคเหนือ

โดยหนึ่งในนิสิตผู้เข้าร่วมกิจกรรม นายปฐมพร แซ่อิ๋ว นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา กล่าวว่า กิจกรรมวันนี้ทำให้ผมได้เปิดโลกการเรียนรู้มากขึ้น โดยเฉพาะการได้สัมผัสวัสดุจริงจาก TOSTEM ซึ่งต่างจากที่เราเห็นในตำรา การฟังผู้เชี่ยวชาญอธิบายรายละเอียดตั้งแต่โครงสร้าง วิวัฒนาการของวัสดุกรอบประตูหน้าต่างอะลูมิเนียม ความทนทาน และมาตรฐานการผลิต ทำให้เข้าใจว่าการเลือกกรอบประตู–หน้าต่างอะลูมิเนียมที่ดีมีผลต่อคุณภาพของงานออกแบบแค่ไหน ช่วง Workshop ถือว่าสนุกและท้าทายมากครับ เพราะได้ลองประกอบชิ้นส่วนของประตู–หน้าต่างด้วยตัวเอง ทำให้เห็นขั้นตอนจริงว่าชิ้นงานต้องผ่านอะไรบ้างก่อนจะไปติดตั้งในอาคาร ผมคิดว่าประสบการณ์แบบนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับพวกเรานิสิต ว่าเวลาจะออกแบบงานจริง จะสามารถเลือกใช้วัสดุได้เหมาะสมและตอบโจทย์พื้นที่พะเยาที่มีทั้งลมหนาวและสภาพอากาศเฉพาะตัว มองว่ากิจกรรมนี้เป็นโอกาสที่ดีมากครับ อยากให้จัดอีกในปีต่อ ๆ ไป

TOSTEM ยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างสู่สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับสถาปนิกและนักออกแบบรุ่นใหม่ พร้อมผลักดันวงการสถาปัตยกรรมไทยสู่มาตรฐานระดับสากล พร้อมเปิดโอกาสให้กับน้องๆ นิสิต นักศึกษา และสถาปนิกรุ่นใหม่ที่สนใจ เรียนรู้ เสริมทักษะเรื่องกรอบประตู – หน้าต่างอะลูมิเนียม โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คุณธารารัตน์ เงินชารี ฝ่ายการตลาดของ TOSTEM โทร. 02-901-4455 ต่อ 4221, 064-791-6993 

#TOSTEM #TOSTEMThailand #TOSTEMKnowledgeSharing #ทอสเท็ม102ปี

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ บริษัท อเกต คอมมิวนิเคชั่น จำกัด

คุณจิรากุล (ตาล) 093 942 9442, คุณสาวิตรี (ก้อย) 092 292 4624  

คุณฐพัชร์ (ชล) 099 194 9636, คุณภัทรเดช (เอ) 063 393 6596 email: agate_pr@hotmail.com

ทอสเท็ม เปิดสตูดิโอสาขาที่ 16 ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ยกระดับประสบการณ์เลือกประตู-หน้าต่างคุณภาพระดับพรีเมียม โดยบริษัท ฟา ฟา เฮ้าส์ จำกัด

บริษัท แอล เอช ที เอเซีย เซลส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ TOSTEM แบรนด์ประตูและหน้าต่างอะลูมิเนียมชั้นนำจากญี่ปุ่น ร่วมกับ บริษัท ฟา ฟา เฮ้าส์ จำกัด เปิดตัว TOSTEM Studio อย่างเป็นทางการ ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อขยายเครือข่ายครอบคลุมทุกภูมิภาค และนำเสนอประสบการณ์การสัมผัสผลิตภัณฑ์จริงให้กับเจ้าของบ้านและสถาปนิกในพื้นที่ภาคกลาง

คุณคุณากร โอภาสทิพากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟา ฟา เฮ้าส์ จำกัด เปิดเผยว่า “บริษัท ฟา ฟา เฮ้าส์ เป็นสาขาที่ 2 ในเครือข่าย TOSTEM Studio หลังจากเปิดสาขาแรกที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยบริษัท สัตยะดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เรามีความตั้งใจในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ประตูหน้าต่างและบริการติดตั้งที่มีคุณภาพให้กับเจ้าของบ้านในจังหวัดอยุธยาและจังหวัดใกล้เคียง”

TOSTEM Studio สาขาอยุธยาออกแบบให้เป็น ‘เส้นทางประสบการณ์’ ที่ทำให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงความแตกต่างของประตูหน้าต่างแต่ละซีรีส์อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ดีไซน์ภายในเน้นความเรียบง่าย เพื่อเน้น Streamline Design หรือความบางของกรอบบาน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ TOSTEM ที่ช่วยเชื่อมโยงพื้นที่ภายในกับภายนอกให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

“เราเชื่อว่าการเลือกประตูหน้าต่างที่ดี คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตระยะยาวของครอบครัว ไม่ใช่แค่รายจ่ายซื้อของตกแต่งบ้าน ลูกค้าควรได้เห็น สัมผัส และมั่นใจในสินค้าก่อนตัดสินใจ” คุณคุณากรกล่าว

ภายใน Studio จัดแสดงสินค้าในรูปแบบการติดตั้งจริง ลูกค้าสามารถทดลองเปิด-ปิด ประตูหน้าต่างซีรีส์ต่างๆ เพื่อสัมผัสความลื่นไหลของนวัตกรรม และทดสอบคุณสมบัติสำคัญ เช่น ความแน่นหนาของระบบล็อก การป้องกันเสียงและน้ำรั่วซึม

ในด้านวิสัยทัศน์ “Connecting Spaces of Living” คุณวิชา วรสายัณห์ ลีดเดอร์กลุ่มธุรกิจเฮาส์ซิ่ง เทคโนโลยี บริษัท แอล เอช ที เอเซีย เซลส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า “TOSTEM มีวิสัยทัศน์ภายใต้แนวคิด ‘Connecting Spaces of Living’ หรือการเชื่อมโยงพื้นที่อยู่อาศัย เรามุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน รวมถึงนวัตกรรม IN16 ซีรีส์ล่าสุด ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์ ความปลอดภัย ประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

ในงานเปิดตัวครั้งนี้ ยังมีแขกรับเชิญพิเศษ คุณภัทนาวินทร์ ภิรมย์ราช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี คอมโพส อาร์คิเทค จำกัด มาร่วมแบ่งปันมุมมองว่า “ในมุมมองของสถาปนิก ประตูหน้าต่างคือเครื่องมือในการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมที่สำคัญต่อคุณภาพการอยู่อาศัย ช่องเปิดที่ดีจะช่วยนำแสงธรรมชาติเข้ามา ควบคุมทิศทางลม และลดการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้า”

“การร่วมงานกับ TOSTEM ช่วยขยายขอบเขตความคิดในการออกแบบ เพราะ TOSTEM นำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ดีไซน์ได้จริง ด้วยมาตรฐานจากญี่ปุ่น รวมถึงความทนทานของสีที่ยาวนานกว่า 40 ปี ทำให้มั่นใจได้ว่าความสวยงามจะอยู่คู่กับบ้านไปในระยะยาว” คุณภัทนาวินทร์กล่าว

แนวคิดของแบรนด์ TOSTEM ที่เชื่อมโยงพื้นที่อยู่อาศัยกับธรรมชาติภายนอกได้อย่างไร้รอยต่อ และที่สำคัญที่สุดคือการเปิด TOSTEM Studio ที่เป็นศูนย์รวมผลิตภัณฑ์คุณภาพให้ลูกค้าเจ้าของบ้านในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงได้มาสัมผัสสินค้าจริงก่อนตัดสินใจ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแรงบันดาลใจจากการเปิดตัวครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างบ้านที่อบอุ่น มีชีวิต และมีคุณภาพด้วยผลิตภัณฑ์จาก TOSTEM

________

เกี่ยวกับ TOSTEM Studio

TOSTEM Studio คือ Showroom และศูนย์ให้คำปรึกษาเฉพาะทางด้านระบบประตูและหน้าต่างอะลูมิเนียมคุณภาพสูงจากญี่ปุ่น ที่ออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัส ทดลองใช้งาน และรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ เพื่อให้การเลือกประตูหน้าต่างเป็นการตัดสินใจที่มั่นใจและลงตัวที่สุดสำหรับบ้านของคุณ ปัจจุบัน TOSTEM Studio มี 16 สาขากระจายทั่วประเทศไทย ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พร้อมให้บริการเจ้าของบ้านและสถาปนิกในทุกพื้นที่

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: TOSTEM Studio by Fa Fa House Ayutthaya 

โทร. 084 469 5926

พิกัด https://maps.app.goo.gl/YJwjmyBWvHPJoyHr8

เปิดให้บริการ วันจันทร์ – เสาร์ เวลา 08.30 – 17.30 น.

ARBOR URBAN Ekkamai-Ladprao บ้านในเมืองที่ใส่ใจทุกดีเทลเพื่อบ้านที่อยู่สบายทุกมิติ… ตั้งแต่วัสดุจนถึงการออกแบบ

ARBOR Development เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเพื่อนสนิทที่มีมุมมองเรื่องอสังหาฯ เหมือนกัน จนตัดสินใจเริ่มต้นธุรกิจร่วมกัน และโครงการแรกคือ ARBOR URBAN EKKAMAI–LADPRAO
คุณเอิร์ธ-นนท์ ธรรมพัฒน์พงศ์ เล่าว่า “ARBOR เกิดจากความตั้งใจอยากสร้างบ้านที่ดีให้กับลูกค้า สำหรับเราบ้านที่ดีคืออยู่อาศัยเพื่อเติมเต็มพลังชีวิต เพื่อใช้ชีวิตในวันพรุ่งนี้ได้อย่างมีคุณภาพ เราจึงคำนึงถึงว่า ชีวิตที่ดี ต้องมีความสะดวกสบาย เดินทางไปไหนสะดวก สงบ ใกล้ชิดธรรมชาติ ซึ่งเป็นคอนเซปต์หลักของ ARBOR ที่เราต้องการสร้างบ้านในเมือง ให้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากที่สุด”

คุณเอิร์ธ-นนท์ ธรรมพัฒน์พงศ์ และคุณบิ๊ก-สารเชษฐ์ โอษธีศ

ส่วน คุณบิ๊ก-สารเชษฐ์ โอษธีศ เสริมว่าแนวคิดของ ARBOR คือสร้างบ้านทุกหลังเหมือนสร้างบ้านตัวเอง ใส่ใจทุกขั้นตอนตั้งแต่การออกแบบ การเลือกวัสดุพรีเมียมอย่าง TOSTEM ไปจนถึงการก่อสร้าง เพื่อให้มั่นใจว่าบ้านทุกหลังสวยงามและใช้งานได้จริง พร้อมเลือกโลเคชั่นใกล้รถไฟฟ้าเดินถึงง่าย ไม่เกิน 500 เมตร และผสาน ธรรมชาติใจกลางเมือง ให้ทุกห้องมองเห็นต้นไม้และพื้นที่สีเขียว ผ่อนคลายและเติมเต็มพลังชีวิต

ARBOR URBAN เป็นทาวน์โฮมหรู 3.5 ชั้น จำนวนจำกัดเพียง 3 ยูนิต ออกแบบในสไตล์ Modern ที่เน้นเส้นสายเรียบคมและสัดส่วนที่สมดุล โดยเลือกใช้โทนสีเข้มของผนังหินผสานกับสีน้ำตาลอุ่นของไม้ สร้างสมดุลระหว่างความแข็งแกร่งกับความอบอุ่นของการอยู่อาศัย

ขณะเดียวกันยังโดดเด่นด้วย Facade แนวตั้ง ซึ่งนอกจากจะเสริมความงามทางสถาปัตยกรรมแล้ว ยังช่วยกรองแสงแดดและบังสายตา เพิ่มความเป็นส่วนตัวโดยไม่ลดทอนความโปร่งสบายภายในบ้าน

นอกจากนี้ทุกยูนิตยังถูกออกแบบโดยใส่ใจใน privacy zoning และการระบายอากาศตามธรรมชาติ เพื่อให้พื้นที่อยู่อาศัยตอบรับทั้งฟังก์ชันและสุนทรียะของชีวิตเมืองได้อย่างกลมกลืน

บ้านหลังนี้ออกแบบให้ทุกพื้นที่เชื่อมต่อกันอย่างกลมกลืน โดยเมื่อก้าวเข้าสู่ภายในจะพบ Public Space ที่เชื่อมต่อระหว่าง Living Area, Pantry และ Dining Area รอบคอร์ตกลางที่เป็นสวนเปิด ซึ่งทะลุขึ้นไปถึงชั้นลอย และต่อเนื่องไปยังชั้น 3 และ 4 สร้างมิติของการมองเห็นที่โปร่ง โล่ง และสบายตา

เพื่อให้พื้นที่เหล่านี้ทำงานได้เต็มศักยภาพ ทีมผู้ออกแบบเลือกใช้กระจกขนาดใหญ่และกรอบบานหน้าต่างจาก TOSTEM ที่ช่วยเปิดมุมมองรับแสงธรรมชาติได้กว้างขึ้น ขณะเดียวกัน Canopy และระแนงไม้ ถูกวางในตำแหน่งที่คำนึงถึงทิศทางแดดและลม ทำให้ช่วยลดความร้อนและป้องกันแสงจ้าตรงจุดที่จำเป็น พร้อมให้บ้านยังรับแสงอ่อน ๆ และวิวสวนได้เต็มที่
คุณเอิร์ธ อธิบายว่า “เราเลือกใช้พื้นที่กระจกค่อนข้างเยอะ เพราะต้องการให้บ้านโปร่ง รับลมและแสงแดดได้โดยไม่ร้อน อีกทั้งยังพิจารณาคุณสมบัติการกันเสียงรบกวนจากภายนอก เพื่อสร้างบ้านที่สงบ ร่มรื่น และผ่อนคลายสำหรับผู้อยู่อาศัย”

TOSTEM WE70 และ WE Plus สี Autumn Brown

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้บ้านของ ARBOR แตกต่าง คือการเลือกใช้วัสดุเกรดพรีเมียม เพื่อสร้างคุณภาพและความทนทานในระยะยาว
สำหรับกรอบหน้าต่างและประตู โครงการเลือกใช้ TOSTEM WE70 และ WE Plus สี Autumn Brown ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเข้ากับวัสดุอื่น ๆ ภายในบ้าน พร้อมคงความงามและความทนทานตามมาตรฐานสากล ทำให้บ้านไม่เพียงสวย แต่ยังเป็นบ้านที่ สามารถอยู่คู่ครอบครัวได้ไปอีกหลายสิบปี

คุณบิ๊ก เล่าเสริมว่า  “ผมคุ้นเคยกับ TOSTEM มานาน ทั้งจากการเดินทางไปญี่ปุ่นและเห็นการใช้งานในโรงแรมหลายแห่ง จึงมั่นใจในคุณภาพ สำหรับโครงการนี้ การเลือก TOSTEM ยังช่วย กันเสียงจากถนนและรถไฟฟ้าที่ใกล้ตัวโครงการได้ชัดเจน อีกทั้งสี Autumn Brown ของกรอบบานก็เข้ากับสีเข้มของบ้าน ทำให้ความสวยงามของการออกแบบดูลงตัวมากขึ้น”
นอกจากผลิตภัณฑ์ TOSTEM ที่ช่วยเสริมความยั่งยืนให้กับบ้านแล้ว ทีมออกแบบยังใส่ใจในรายละเอียดของวัสดุและการดูแลรักษาในระยะยาว เช่น เลือกใช้ระแนงอลูมิเนียมลายไม้ตกแต่ง Facade แทนการใช้ไม้จริง เพื่อให้บ้านคงความสวยงามโดยไม่ต้องบำรุงรักษาบ่อย ช่วยลดค่าใช้จ่ายในอนาคต และตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่ต้องการทั้งคุณภาพ ความสะดวก และความสบายในทุกมิติ

หนึ่งในจุดเด่นของ ARBOR URBAN คือ Twin Double Volume ความสูง 5.7 เมตร แยกเป็นสองช่วงในโซนห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหาร ช่วยให้บรรยากาศดูโปร่งโล่ง โอ่โถง และแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ พร้อมกับเลือกใช้บานหน้าต่างอลูมิเนียมคุณภาพจาก TOSTEM รุ่น WE Series

“ที่เราเลือกใช้ TOSTEM WE Series เพราะต้องการให้บ้านดูโปร่งและเปิดกว้าง และ TOSTEM ยังสามารถทำความสูงได้ 3-4 เมตร ทำให้แสงธรรมชาติเข้าถึงภายในบ้านได้เต็มที่ อีกทั้งยังช่วยกันเสียงได้ดี ..สำหรับมุมมองพื้นที่สีเขียว เราออกแบบให้หน้าต่างแต่ละจุดใหญ่ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อให้ลูกบ้านเห็นสวนรอบตัวบ้าน แสงที่ลอดผ่านต้นไม้เข้ามาในบ้านจะนุ่ม ไม่ร้อน และบ้านยังร่มรื่น ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ ทั้งหมดนี้ตอบโจทย์ Concept ของโครงการทั้งเรื่องแสง เสียง และสีสันที่เข้ากับบ้านอย่างลงตัว” คุณเอิร์ธ กล่าว

มาถึงอีกไฮไลท์สำคัญของโครงการคือ Master Penthouse พื้นที่กว่า 100 ตารางเมตร ขนาดเทียบเท่าบ้านขนาดย่อม ออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้เกิดการแยกสัดส่วนระหว่างห้องนอนและมุมนั่งเล่นได้อย่างลงตัว ช่วยให้การใช้งานภายในห้องพักผ่อนเป็นอิสระ ไม่รบกวนกัน พร้อมสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังและความสดชื่นในทุกเช้า

อีกทั้งการออกแบบ ของ Master Penthouse ยังสะท้อนแนวคิด ARBOR ซึ่งมาจากคำว่า “ต้นไม้กับร่มเงา” ที่ทุกห้องถูกวางให้สามารถเห็นพื้นที่สีเขียวและต้นไม้รอบบ้านอย่างเต็มที่ ผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่จาก TOSTEM ทำให้บ้านไม่เพียงสวยงาม แต่ยังตอบโจทย์การใช้งาน การพักผ่อน และการเชื่อมต่อกับธรรมชาติอย่างแท้จริง

ARBOR ให้ความสำคัญกับการสร้างบ้านทุกหลังเหมือนสร้างให้ตัวเอง ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกวัสดุ ไปจนถึงการก่อสร้างทุกขั้นตอน วัสดุที่เลือกใช้คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ทั้งทนทาน สวยงาม ดูแลง่าย และช่วยเก็บเสียง ทำให้แม้บ้านจะตั้งอยู่ในทำเลเมือง ใกล้รถไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่ภายในบ้านยังคงความสงบ ร่มรื่น และเป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวได้อย่างแท้จริง

ด้วยความตั้งใจนี้ ARBOR URBAN EKKAMAI–LADPRAO จึงไม่ใช่เพียงบ้านแนวราบในเมือง แต่เป็นบ้านที่ผสานคุณภาพ ความร่มรื่น และความสะดวกสบายได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับคนเมืองรุ่นใหม่ที่ต้องการทั้งพื้นที่พักผ่อนและพื้นที่ใช้ชีวิตคุณภาพสูงในที่เดียว

สัมผัสประสบการณ์ชีวิตที่สะดวกสบายและสงบอย่างแท้จริงกับ ARBOR URBAN EKKAMAI–LADPRAO ได้ที่ https://www.arborurban.com/

สอบถามเกี่ยวกับสินค้า TOSTEM เพิ่มเติมได้ที่ https://tostemthailand.com