fbpx

Tag: ที่อยู่อาศัย

เลือกหน้าต่างอย่างไร ให้รับมือลมพายุ

เมื่อพูดถึงความแข็งแรงทนทานต่อแรงลมของบ้าน หลายคนคงนึกถึงเสาหรือผนังกำแพงเป็นอันดับแรก แต่รู้หรือไม่ว่า หน้าต่าง เองก็มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งแน่นอนว่าผู้อยู่อาศัยต้องไม่อยากที่จะสัมผัสความรู้สึกไม่ปลอดภัย เมื่อถึงวันที่เจอลมพายุแล้วกรอบบานหน้าต่างสั่น ชำรุด กรอบหน้าต่างโก่งหลุดจากวงกบ เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่แค่สร้างความเสียหายต่อบ้านเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของคนในครอบครัวอีกด้วย

สิ่งสำคัญคือต้องเตรียมตัวรับมือ ด้วยการเลือกใช้บานหน้าต่างที่มีประสิทธิภาพทนทานต่อแรงลม  ซึ่ง TOSTEM เข้าใจดีถึงความสำคัญนี้ จึงได้พัฒนาบานประตูหน้าต่างที่มีประสิทธิภาพการต้านทานลมสูง รับแรงปะทะจากลมพายุได้อย่างปลอดภัย  มาดูกันว่า ระดับแรงลมที่เราต้องเผชิญนั้นมีระดับเท่าไรบ้าง และควรเลือกหน้าต่างแบบไหนให้เหมาะสมกับบ้านของคุณ

Wind Load Performance มาตรฐานจำเป็นสำหรับหน้าต่าง
หน้าต่างที่มีมาตรฐานต้านแรงลม Wind Pressure Resistance Performance ถือเป็นการลงทุนที่สำคัญในด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายภายในบ้านได้เป็นอย่างดี โดยผู้อยู่อาศัยสามารถสังเกตได้จากฉลากบนตัวสินค้า ซึ่งบ่งบอกว่าสินค้านี้ผ่านการทดสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด เพื่อให้ได้มาตรฐานในการใช้งาน และมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับกันทั่วโลก คือ มาตรฐานอุตสาหกรรมญี่ปุ่น หรือ JIS (Japanese Industrial Standards) 

ข้อดีของการเลือกใช้หน้าต่างต้านแรงลม

การเลือกหน้าต่างที่ได้รับรองคุณสมบัติต้านแรงลม เป็นการช่วยให้คุณแน่ใจได้ว่าหน้าต่างที่คุณเลือกนั้นทำหน้าที่ปกป้องบ้านของคุณได้ ตั้งแต่การป้องกันลมพายุจากธรรมชาติ และยังช่วยป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สินและการบาดเจ็บในช่วงเหตุการณ์สภาพอากาศเลวร้าย

นอกจากนี้ด้วยโครงสร้างที่แข็งแรงผ่านการทดสอบมาแล้ว ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยภายในบ้าน ลดเสียงรบกวน รวมถึงมีส่วนช่วยในการควบคุมอุณหภูมิภายในอาคาร ทำให้บ้านประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น

ระดับแรงลมที่เราต้องเผชิญมีระดับเท่าไรบ้าง

เรื่องการต้านทานลมของประเทศไทย Wind Pressure Resistance Performance มีหน่วยเป็น Pa (ปาสคาล) ยิ่งตัวเลขสูง ยิ่งมีประสิทธิภาพการต้านทานลมมากตามไปด้วย ซึ่งค่าเหล่านี้อยู่ในสเปคของบานหน้าต่าง

ทั้งนี้ระดับความแรงลมที่ส่งผลต่อการขับรถที่ใช้ความเร็วสูง รวมถึงทำให้คนยืนทรงตัวลำบาก คือความเร็วประมาณ 104-131 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากบ้านต้องเผชิญความเร็วลมระดับนี้ ควรใช้หน้าต่างที่สามารถต้านทานแรงลมได้ 800 Pa ขึ้นไป  

ส่วนระดับรุนแรงสูงสุดคือ 198 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระดับนี้ทำให้บ้านไม้พัง สิ่งปลูกสร้างด้วยเหล็กผิดรูป และเสาไฟฟ้าล้มได้ จึงควรใช้หน้าต่างที่สามารถต้านทานแรงลมได้ 1,800 Pa ขึ้นไป ฉะนั้นควรเลือกหน้าต่างที่มีค่าการต้านทานแรงลมให้เหมาะสมกับอาคารบ้านเรือนของเรา เพราะหากเลือกใช้หน้าต่างที่มีค่าการต้านทานแรงลมไม่เหมาะสม เช่น อาคารสูง 20 เมตร แต่เลือกใช้บานประตูหน้าต่างที่ต้านแรงลมได้เพียง 800 Pa เมื่อเกิดพายุอาจเป็นอันตรายต่อทั้งผู้อยู่อาศัยและทรัพย์สินภายในที่พักอาศัยได้

อยู่อาคารสูง ต้องเลือกหน้าต่างต้านแรงลมอย่างไรให้ปลอดภัย

การอยู่อาศัยคอนโดมิเนียมที่เป็นอาคาร High Rise มีข้อดีคือสามารถมองเห็นวิวธรรมชาติภายนอกในมุมมองทางสายตาที่กว้างไกล แต่ขณะเดียวกันยิ่งอยู่อาคารสูง แรงปะทะของลมก็ยิ่งมากขึ้น โดยสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งในที่โล่ง จะได้รับผลกระทบจากลมพายุมากกว่าพื้นที่ที่มีบ้านเรือนหนาแน่น ส่วนตึกหรืออาคารที่มีระดับความสูงมากๆ เช่น อาคารสำนักงานหรือคอนโด ต้องเผชิญความเร็วลมมากกว่าบ้านแนวราบ

ดังนั้นนอกจากการพิจารณาเลือกหน้าต่างจากแรงลมที่บ้านหรืออาคารต้องเผชิญแล้ว ยังต้องพิจารณาร่วมกับความสูงของอาคารด้วย ได้แก่

▪ อาคารที่สูง 10 – 20 เมตร ควรใช้หน้าต่างที่ต้านทานแรงลมได้ระหว่าง 800 -1,200 Pa
▪ อาคารที่สูง 20 – 40 เมตร ควรหน้าต่างที่ต้านทานแรงลมได้ระหว่าง 1,200 -1,600 Pa
▪ อาคารที่สูงมากกว่า 40 เมตร  ควรหน้าต่างที่ต้านทานแรงลมได้ 1,600 Pa ขึ้นไป

หน้าต่างแต่ละรุ่นจาก TOSTEM มีค่าต้านทานแรงลมหลายระดับ TOSTEM เป็นผลิตภัณฑ์ประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมคุณภาพสูง ที่อยู่ภายใต้มาตรฐาน JIS หรือ Japanese Industrial Standards และ ASTM International สำหรับประตูและหน้าต่างโดยเฉพาะ ฉะนั้นสามารถมั่นใจได้เลยว่าผลิตภัณฑ์ TOSTEM ผ่านการทดสอบการต้านทานแรงลมด้วยมาตรฐานสากล มีคุณสมบัติต้านทานแรงลม รับมือกับพายุ ลม ฝน ได้อย่างสบายๆ

สินค้าแต่ละรุ่นของทอสเท็มมีค่าต้านแรงลมหลายระดับ และมาพร้อมประสิทธิภาพความทนทานต่อทุกสภาพแวดล้อมให้ทุกคนมั่นใจได้ในเรื่องของคุณภาพ โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกติดตั้งได้ตามความต้องการ ดังต่อไปนี้

▪ WE40 (500 Pa)
รุ่น WE40 เหมาะกับบ้านแนวราบ มีค่าประสิทธิภาพ การต้านทานแรงลม 500 Pa การต้านทานน้ำรั่ว 100 Pa และป้องกันเสียงรบกวน 25 เดซิเบล
▪WE 70 (800 Pa)
อีกหนึ่งรุ่นที่เหมาะกับการใช้งานรูปแบบอาคารแนวราบ โดยมีการต้านทานแรงลมอยู่ที่ 800 Pa การต้านทานน้ำรั่ว 150 Pa การป้องกันอากาศรั่วไหล A-3 ส่วนการป้องกันเสียงรบกวน 25 เดซิเบล

▪ATIS (1,200 Pa)
รุ่น ATIS สามารถต้านแรงลมได้ถึง 1,200 Pa เหมาะกับการใช้งานบ้านทั่วไป ผลิตจากอะลูมิเนียมคุณภาพสูง แข็งแรง ทนทาน กันน้ำ กันเสียง และกันความร้อนได้ดี

▪WE PLUS (1,600 Pa)
จุดเด่นคือสามารถเพิ่มความสูงได้ถึง 3 เมตร พร้อมประสิทธิภาพการต้านการแรงลมได้ 1,600 Pa จึงตอบโจทย์การใช้งานสำหรับอาคารสูงยิ่งขึ้นนั่นเอง

▪ATIS PLUS, GRANTS (2,000 Pa)
ATIS Plus เป็นรุ่นที่พัฒนาให้เพิ่มประสิทธิภาพสำหรับอาคารสูง โดยสามารถต้านแรงลมได้มากขึ้นถึง 2000 Pa พร้อมการป้องกันการรั่วซึมของน้ำ และป้องกันการรั่วไหลของอากาศได้ดียิ่งขึ้น ส่วนรุ่น GRANTS สามารถต้านแรงลมได้ถึง 2,000 Pa เช่นกัน อีกทั้งยังต้านทานน้ำรั่ว 300 Pa ป้องกันอากาศรั่วไหล 10.7 m3 / h·m2 และการป้องกันเสียงรบกวน 25 เดซิเบล


(ภาพหลังเหตุการณ์พายุลูกเห็บถล่ม)

ยกตัวอย่างเหตุการณ์พายุลูกเห็บถล่ม ที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อกลางเดือนมีนาคม 66 ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับบ้าน และอาคารต่างๆ เป็นจำนวนมาก แต่มีโครงการหนึ่งที่วัสดุและประตู หน้าต่าง ‘รอด’ จากภัยธรรมชาติที่ไม่คาดคิดในครั้งนี้ นั่นก็คือโครงการคอนโดมิเนียมหรู ธัช ฮิลล์ เพลส เอลลิแกนท์ สามารถอ่านบทความสัมภาษณ์เจ้าของโครงการได้ที่บทความในลิงก์นี้เลย https://tostemthailand.com/2023/05/12/tostem-doors-and-windows-ready-to-withstand-all-weather-conditions/ 

สำหรับผู้อยู่อาศัยที่อยากสัมผัสสินค้าจริง หรือต้องการปรึกษาและเลือกแบบหน้าต่างที่มีค่าการต้านทานแรงลมให้เหมาะสมกับอาคารบ้านเรือนของคุณ TOSTEM ผู้เชี่ยวชาญด้านประตู-หน้าต่าง เรามีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญรอตอบรับความต้องการทั้งในแง่ฟังก์ชั่นและดีไซน์ หลากหลายช่องทางการติดต่อ ตามลิงก์ด้านล่าง



มุ้งลวดแต่ละชนิด เหมาะกับการใช้งานแบบไหน?

มุ้งลวด เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญสำหรับที่พักอาศัยเป็นอย่างมาก โดยจะถูกติดตั้งบริเวณบานประตูและหน้าต่าง เพื่อป้องกันสิ่งต่างๆ ที่อาจเข้ามารุกรานในบ้านได้ ไม่ว่าจะเป็น งู ตะขาบ หรือแมลงต่างๆ อีกทั้งคุณสมบัติอีกอย่างของมุ้งหรือมุ้งลวดยังช่วยป้องกันฝุ่นและกรองแสงแดดที่จะสาดเข้ามาในบ้านให้เบาบางลงได้อีกด้วย

บทความนี้ TOSTEM ขอพามารู้จักรูปแบบของมุ้งที่มีอยู่ในปัจจุบัน และมุ้งของแต่ละรุ่นจากทอสเท็ม ที่ตอบโจทย์ทุกดีไซน์ และความต้องการทุกไลฟ์สไตล์ ไว้ที่บทความนี้ให้แล้ว 

  1. มุ้งบานเลื่อน
    มุ้งแบบบานเลื่อน ที่นิยมกันมีทั้งแบบบานเดี่ยวและบานคู่ ซึ่งคุณสมบัติเด่นๆ ของมุ้งแบบบานเลื่อนคือ ใช้งานสะดวก ทุ่นแรงได้ดีเพราะการเปิดใช้เพียงมือเลื่อน มากกว่านั้นคือเป็นมุ้งมาตรฐานที่หลายบ้านนิยมใช้เนื่องจากติดตั้งง่าย โดยสามารถติดตั้งแบบรางบนและล่าง หรือจะติดตั้งด้านในหรือขอบวงกบก็ได้ 

(มุ้งบานเลื่อน – ไม่ใช่สินค้าของทอสเท็ม)

  1. มุ้งบานเปิด

มุ้งแบบบานเปิดเป็นรูปแบบมุ้งลวดที่หลายบ้านนิยมใช้บ่อยที่สุด ข้อดี คือ ใช้งานง่ายไม่ต้องติดตั้งรางเพิ่ม โดยสามารถนำบานมุ้งลวดมาติดกับวงกบประตูหน้าต่างได้เลย แต่ทั้งนี้หากติดตั้งมุ้งแบบบานเปิด ควรเผื่อพื้นที่ไว้ด้วย เพราะมุ้งลักษณะนี้จะมีวงเปิดที่กว้างกว่ามุ้งประเภทอื่น

(มุ้งบานเปิด – ไม่ใช่สินค้าของทอสเท็ม)

  1. มุ้งพับจีบ

ลักษณะคล้ายพัด สามารถพับเก็บได้ เหมาะกับประตูหน้าต่างที่มีขนาดใหญ่ และเป็นมุ้งที่ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้ตัวบ้านมีเสน่ห์ได้เป็นอย่างดี

(มุ้งพับจีบ – ไม่ใช่สินค้าของทอสเท็ม)

  1. มุ้งแบบบาน FIX
    เป็นมุ้งลวดที่จะยึดติดกับเฟลมหน้าต่าง อย่างเช่น หน้าต่างบานเกล็ด เหมาะสำหรับการติดตั้งในจุดที่ไม่ได้มีการเปิด-ปิด บ่อย เช่นบริเวณห้องน้ำ หรือห้องครัว 

(มุ้งแบบบาน FIX)

มุ้งลวดจาก TOSTEM เข้าได้กับทุกสไตล์การแต่งบ้าน 


สำหรับใครที่ใช้ประตู-หน้าต่างของ TOSTEM ไม่ต้องกังวลกับการเลือกมุ้งกันแมลง เพราะสินค้าแต่ละรุ่นจากทอสเท็มมีมุ้งกันแมลงแบบเฉพาะตัว ให้เลือกหลายรูปแบบ อาทิเช่น 

มุ้งลวดบานจีบสำหรับ GRANTS
อุปกรณ์เสริมเพื่อเติมความสะดวกสบายรอบด้านให้กับการใช้งานกรอบบานหน้าต่าง ซึ่งมุ้งลวดบานจีบสำหรับสินค้ารุ่น GRANTS จะใช้กับหน้าต่างบานเปิดและบานกระทุ้ง โดยมีลักษณะเป็นบานจีบที่ติดตั้งภายในวงกบของบานหน้าต่าง สามารถเลื่อนเปิดปิดได้ ไม่ต้องกางออกไว้ตลอด เฉพาะ GRANTS Casement Window และ GRANTS Awning Window เท่านั้น

หากใครสนใจคลิกดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่

https://ebook.iroamaround.com/tostem/catalog/grants_catalog/th/mobile/index.html?utm_source=Facebook&utm_medium=social&utm_campaign=20230807_grants_catalog_for)Facebook-Aug-23&fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAAR2ZFO8xa0EklQgsgvzzahp8U7M-xtbz3Q-GifEonlXYxIWhBGkSqQxHsOg_aem_AYgz-KBTM-Tw-F5sPEJ3z9af_06gYH44AcWBZiec40fUskp0dERDO2AQZRglmesGy3UE6s7UJOkg1bpe2J0YcYji

มุ้งล่องหนสำหรับ ATIS
จุดเด่นของมุ้งล่องหนของซีรีย์ ATIS  คือมาพร้อมนวัตกรรมเกราะป้องกันล่องหนที่ดีที่สุด โดยใช้เทคโนโลยี Invisible Shield ผลิตจากเส้นตาข่ายที่มีขนาดเล็กกว่าเส้นไนลอนทั่วไปถึง 40% ดังนั้นเมื่อติดตั้งกับบานประตูหน้าต่างจึงยังคงมอบทัศนียภาพการมองเห็นวิวด้านนอกที่ชัดเจน ไม่บดบังทัศนีภาพการมอง ลดช่องว่างลง แต่ยังช่วยให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ด้วยการเพิ่มการไหลเวียนของอากาศ (Airflow)

และด้วยตาข่ายที่มีขนาดเล็ก จึงมีประสิทธิภาพในการป้องกันแมลงขนาดเล็กไม่ให้เล็ดลอดเข้ามาได้

ตัวอย่างมุ้งล่องหน

ดูรายละเอียดสินค้าได้ที่ https://tostemthailand.com/products/atis/?utm_source=facebook&utm_medium=social&utm_campaign=202307_facebook_product-detail_atis

นอกจากนี้มุ้งลวดสำหรับรุ่นอื่นๆ ของ TOSTEM สามารถสั่งทำมุ้งลวดเพื่อใช้งานได้เช่นกัน โดยเป็นมุ้งลวดแบบเรียบ สามารถใช้ได้ทั้งกับบานหน้าต่างแบบสไลด์ บานสวิง หรือบานกระทุ้ง ซึ่งเจ้าของบ้านสามารถปรึกษาและเลือกแบบที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณได้กับทีมช่างผู้เชี่ยวชาญของ TOSTEM 

เพราะ TOSTEM พร้อมบริการทุกความต้องการของการอยู่อาศัยในบ้าน ให้คุณและคนที่คุณรัก มีคุณภาพชีวิตที่ดี ปลอดภัย และไร้กังวลกับทุกสิ่งกวนใจ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิ้งค์ท้ายบทความ


01 รู้ก่อน ป้องกันได้ เช็ก 5 จุดเสี่ยงน้ำรั่วซึมในบ้าน

รู้ก่อน ป้องกันได้ เช็ก 5 จุดเสี่ยงน้ำรั่วซึมในบ้าน

เมื่อฤดูฝนมาเยือน หลายคนคงกังวลเรื่องปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าบ้าน เพราะนอกจากจะสร้างความเสียหายให้กับข้าวของเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์แล้ว ยังอาจส่งผลต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยอีกด้วย

TOSTEM ผู้เชี่ยวชาญด้านประตู-หน้าต่าง เข้าใจปัญหานี้ดี จึงขอเสนอ เช็กลิสต์สำคัญ เตรียมรับมือหน้าฝน ว่ามีจุดไหนของบ้านที่ควรระวังและป้องกันการรั่วซึม

หน้าฝนนี้จุดไหนของบ้ารั่วซึมบ่อยสุด

ปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าบ้านช่วงหน้าฝนนั้นมีด้วยกันหลากหลายปัญหา และเมื่อขึ้นชื่อว่าปัญหา ย่อมส่งผลเสียตามมาให้กับบ้านอย่างแน่ๆ ดังนั้นลองมาเช็กลิสต์กันว่ามีจุดไหนในบ้านบ้างที่ควรต้องระวัง

  1. หลังคา 

การเกิดหลังคารั่วในระหว่างฝนตก เป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุดเลยก็ว่าได้ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น หลังคามีรอยแตก แผ่นหลังคาถูกวางไม่ตรง รอยต่อหลังคาไม่สมมาตร วัสดุปูหลังคาไม่ได้มาตรฐาน เป็นต้น ซึ่งวิธีแก้คือหมั่นสังเกตรอยแตกร้าว หรือรอยต่อต่างๆ ว่ามีคราบน้ำหรือไม่ หากมีแนะนำให้ติดต่อช่างเพื่อซ่อมแชม 

  1. รางน้ำฝน

จุดนี้เป็นอีกจุดที่ควรระวัง เพราะหากรางน้ำฝนมีการอุดตัน การระบายน้ำก็ทำได้ไม่ดี ยิ่งถ้าฝนตกหนักก็อาจทำให้รางน้ำฝนเกิดการแตกหัก ทำให้ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และน้ำก็อาจรั่วซึมเข้าไปในบริเวณบ้านเราได้ด้วย ซึ่งทางแก้นอกจากการหมั่นสังเกต อีกหนึ่งวิธีก็คือการเลือกวัสดุที่ได้มาตรฐาน ทนทานต่อการใช้งานนั่นเอง

  1. ฝ้าเพดาน 

ช่วงหน้าฝน ปัญหาฝ้าเพดานรั่ว เป็นอีกปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง โดยมีหลายสาเหตุ เป็นต้นว่า หลังคารั่ว วัสดุของแผ่นฝ้าเพดานไม่กันความชื้น ไปจนถึงด้านบนของฝ้าตรงกับห้องน้ำ ซึ่งวิธีเฝ้าระวังง่ายๆ คือหากมองไปที่ฝาแล้วพบคราบน้ำสีน้ำตาลที่เกิดจากการซึมของน้ำ แนะนำว่ารีบแก้ไขให้เร็ว เพราะน้ำอาจรั่วจนทำฝ้าพัง และที่สำคัญก็ทำให้บ้านเกิดเชื้อราได้อีกด้วย 

  1. ผนังบ้าน

จุดผนังบ้านเป็นอีกจุดที่ไม่ควรมองข้าม ยิ่งเวลาฝนตกหนักๆ แรงปะทะของน้ำฝนที่มาพร้อมกับลมแรงๆ ที่ปะทะมาทุกๆ ปี ก็สามารถสร้างความเสียหายกับผนังมีรอยรั่วหรือแตกร้าวได้ พอมีรอบรั่วน้ำก็จะซึมเข้ามาได้ ฉะนั้นต้องคอยสังเกตซ่อมบำรุงบ้านให้ดี 

  1. ขอบประตู-หน้าต่าง 

สาเหตุที่เกิดน้ำรั่วซึมบริเวณวงกบหรือขอบประตูหน้าต่าง ส่วนใหญ่เกิดจากการติดตั้ง วัสดุเสื่อมสภาพ หรือรางระบายน้ำของหน้าต่างชำรุดอุดตัน หรือมาจากรอยร้าวบนผนัง รอยร้าวบริเวณมุมวงกบ ก็เป็นอีกสาเหตุให้น้ำรั่วซึมได้ 

*ไม่ใช่สินค้าทอสเท็ม

ดังนั้นทางแก้ปัญหาประตู-หน้าต่างเกิดน้ำซึมเข้าตัวบ้าน สามารถทำได้ง่ายๆ คือรีบซ่อมแซมก่อนฤดูฝนจะมาเยือน เพราะถ้าฝนมาหนักๆ บ้านของเราและเจ้าของบ้านเองต้องไม่มีความสุขแน่ๆ

นอกจากการซ่อมแซมประตูหน้าต่างที่ชำรุด ก่อนฝนมาเยือนแล้ว ยังสามารถเริ่มต้นจากการเลือกติดตั้งผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เฉกเช่นผลิตภัณฑ์ TOSTEM มุ่งมั่นพัฒนา นวัตกรรม ที่ผ่านการทดสอบ  Water Tightness Performance อย่างเข้มงวด 

เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ของเราสามารถป้องกันน้ำฝนรั่วซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงยังมีข้อดีอีกหลายประการ ดังนี้

1. มีดีลเลอร์ที่ได้มาตรฐานในการติดตั้ง
ทอสเท็ม ให้ความสำคัญตั้งแต่ตัวผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงปลายทางการติดตั้งในสถานที่จริง เพื่อให้งานสถาปัตยกรรมสวยงามทุกองค์ประกอบ ที่สำคัญคงด้วยประสิทธิภาพในการใช้งาน ฉะนั้นสามารถมั่นใจได้เลยว่าจะไม่เกิดการรั่วซึม เพราะทอสเท็มมีดีลเลอร์ที่มีความชำนาญ ทำงานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การใช้งานหน้าบานเป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้ง และมีระบบเดรนน้ำ ช่วยป้องกันการรั่วซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. การดีไซน์รางและบานประตู
ผลิตภัณฑ์ประตูหน้าต่างของ TOSTEM ถูกออกแบบให้ซีลป้องกันน้ำตามรอยต่อ โดยกรอบจะทำหน้าที่รองรับน้ำฝน แล้วจะระบายออกด้านนอกผ่านวาล์วระบายน้ำเมื่อเวลาผ่านไป

3. สามารถต้านแรงลมฝนและต้านทานน้ำฝนรั่ว
ผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นของ TOSTEM จะต้องผ่านการทดสอบจากการจำลองเหตุการณ์พายุฝน โดยการให้แรงดันแทนแรงลมพายุและพ่นปริมาณน้ำ 4 ลิตร / ตร.ม. / นาที เทียบเท่าฝนตกหนัก 240 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง เพื่อการันตีประสิทธิภาพการป้องกันการรั่วซึมตามมาตรฐาน JIS ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับในแวดวงอุตสาหกรรมระดับโลก

4.โครงสร้างแข็งแรง ทนทานและปลอดภัย TOSTEM มีการทดสอบจำนวนรอบการเปิด-ปิดของประตูหน้าต่าง โดยใช้ระบบแขนกลควบคุมการทดสอบจำนวน 100,000 รอบ ตามมาตรฐาน JIS ฉะนั้นมั่นใจได้เลยว่าจะมีความแข็งแรง ทนทาน และที่สำคัญมีระบบล็อกที่แน่นหนา เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับทุกคนในบ้าน

สำหรับบ้านไหนที่กำลังเตรียมบ้านให้พร้อมกับหน้าฝน และกำลังมองหาประตู หน้าต่าง ที่มีคุณสมบัติป้องกันน้ำ รวมถึงมีดีลเลอร์ที่ได้มาตรฐานในการติดตั้ง TOSTEM มีผลิตภัณฑ์หลากหลายรุ่น หลากหลายดีไซน์ ที่สามารถเข้าได้กับทุกแบบบ้านและอาคาร โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มได้ที่ลิ้งค์ท้ายบทความ